ขนตาที่งอนเด้งอย่างเป็นธรรมชาติ คือหนึ่งในรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเปิดดวงตาให้ดูสดใสและมีมิติขึ้นได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับหลายคน ปัญหาดัดขนตาเท่าไหร่ก็ไม่งอน หรือดัดแล้วคลายตัวเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ถือเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีขนตาเส้นตรง แข็ง หรือชี้ลง ซึ่งมักทำให้การแต่งตาดูไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ความจริงแล้ว การทำให้ขนตางอนเด้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงกดของที่ดัดขนตาเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเลือกอุปกรณ์ เทคนิคการดัด รวมถึงประเภทของมาสคาร่าที่ใช้ร่วมกัน หากเข้าใจวิธีการที่เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนขนตาที่ดูตรงทื่อให้กลายเป็นขนตาที่งอนสวย อยู่ทรง และช่วยยกระดับลุคการแต่งหน้าให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นได้ นี่คือ 5 เทคนิคง่ายๆ ที่สามารถทำได้แม้เป็นมือใหม่หัดแต่งหน้า
-
เลือกที่ดัดขนตาให้เหมาะกับรูปตา
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ดัดขนตาแล้วไม่งอน หรือดัดได้ไม่ทั่วทั้งแนวขนตา มักเกิดจากการใช้ที่ดัดขนตาที่ไม่เข้ากับรูปตาของตัวเอง ที่ดัดขนตาแต่ละรุ่นจะมีความโค้งของฐานที่แตกต่างกัน หากเลือกความโค้งไม่เหมาะสม อาจทำให้หนีบขนตาได้ไม่เต็มแนว หรือเกิดช่องว่างระหว่างขนตากับตัวเครื่อง ส่งผลให้ขนตางอนขึ้นได้ไม่เต็มที่ สำหรับคนที่มีรูปตาเล็กหรือเปลือกตาชั้นเดียว ควรเลือกที่ดัดขนตาที่มีความโค้งไม่ลึกมาก เพื่อให้แนบสนิทกับแนวขนตาได้ดี ในขณะคนที่มีลักษณะตากลมหรือเปลือกตาสองชั้น อาจเหมาะกับที่ดัดที่มีความโค้งลึกขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ แผ่นยางรองดัดก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ ควรเปลี่ยนยางรองทุก 3-6 เดือน เพราะยางที่เสื่อมสภาพจะทำให้แรงดัดไม่สม่ำเสมอ และส่งผลให้ขนตาไม่งอนเท่าที่ควร

ภาพ: Freepik
-
ใช้เทคนิค ‘ดัด 3 จังหวะ’ เพื่อสร้างความงอนแบบธรรมชาติ
การดัดขนตาเพียงครั้งเดียวที่โคนขนตา อาจทำให้ได้ความงอนเพียงเล็กน้อย หรือบางครั้งทำให้ขนตาหักเป็นมุมแข็ง ไม่ดูเป็นธรรมชาติ เทคนิคที่ช่วยให้ขนตางอนเด้งและดูสวยยาวนาน คือการดัดแบบ 3 จังหวะ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพนิยมใช้ เริ่มจากการดัดที่โคนขนตาเป็นจังหวะแรก โดยกดค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที จากนั้นเลื่อนที่ดัดขึ้นไปบริเวณกึ่งกลางขนตา แล้วกดซ้ำอีกครั้ง และปิดท้ายด้วยการดัดบริเวณปลายขนตาเบาๆ วิธีนี้จะช่วยให้ขนตาโค้งเป็นเส้นโค้งที่ต่อเนื่อง ไม่หักงอเป็นมุม และทำให้ดูงอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ อีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คือการอุ่นที่ดัดขนตาด้วยลมอุ่นจากไดร์เป่าผมเล็กน้อยก่อนใช้งาน โดยควรทดสอบความร้อนก่อนทุกครั้ง ความอุ่นเล็กน้อยจะช่วยให้ขนตาเซตตัวได้ดีขึ้น คล้ายกับการใช้ความร้อนจัดทรงเส้นผม
-
เลือกมาสคาร่าให้เหมาะกับลักษณะขนตา
การเลือกมาสคาร่าที่เหมาะสมถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ช่วยล็อกความงอนให้คงอยู่ตลอดวัน หากเลือกมาสคาร่าที่มีเนื้อหนักหรือเปียกเกินไป อาจทำให้ขนตาตกลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีขนตาเส้นตรงหรือเส้นแข็ง สำหรับผู้ที่มีขนตาตรงหรือชี้ลง ควรเลือกมาสคาร่าสูตรกันน้ำ (Waterproof) หรือสูตรที่เน้นการยกขนตา (Curling Mascara) เพราะสูตรประเภทนี้มักมีเนื้อที่ช่วยคงรูปขนตาได้ดีกว่า นอกจากนี้ แปรงมาสคาร่าก็มีผลต่อผลลัพธ์เช่นกัน แปรงที่มีลักษณะโค้งหรือเรียวเล็ก จะช่วยจับขนตาได้ทั่วถึงและช่วยยกขนตาให้ดูงอนมากขึ้น การปัดมาสคาร่าควรเริ่มจากโคนขนตา แล้วซิกแซกเบาๆ ไปยังปลายขนตา วิธีนี้จะช่วยเคลือบเส้นขนตาได้ทั่วถึง และเพิ่มความหนาโดยไม่ทำให้ขนตาหนักเกินไป

ภาพ: Freepik
-
เตรียมขนตาให้พร้อมก่อนดัด ลดปัญหาขนตาตกง่าย
หลายคนอาจมองข้ามขั้นตอนการเตรียมขนตา ทั้งที่จริงแล้วเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การดัดขนตาได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หากขนตามีความมันจากสกินแคร์หรือครีมรอบดวงตา อาจทำให้ขนตาลื่นและไม่สามารถยกขึ้นได้ดี ก่อนดัดขนตา ควรใช้กระดาษทิชชูซับความมันบริเวณเปลือกตาและขนตาเล็กน้อย หรืออาจปัดแป้งฝุ่นบางๆ ที่โคนขนตาเพื่อช่วยเพิ่มความฝืดให้ขนตาอยู่ทรงง่ายขึ้น นอกจากนี้การใช้มาสคาร่าไพรเมอร์ก่อนปัดมาสคาร่า ยังช่วยเพิ่มความหนาให้ขนตา และช่วยล็อกความงอนให้ยาวนานขึ้น ขั้นตอนเล็กๆ เหล่านี้อาจดูไม่สำคัญ แต่เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ขนตางอนเด้งได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
-
บำรุงขนตาให้แข็งแรง
ขนตาที่แข็งแรงและมีความยืดหยุ่น จะตอบสนองต่อการดัดได้ดีกว่าขนตาที่แห้งหรือเปราะ หากขนตาอ่อนแอ อาจทำให้ดัดแล้วงอนไม่อยู่ทรง รือหลุดร่วงได้ง่าย การใช้เซรั่มบำรุงขนตาเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความแข็งแรงให้เส้นขนตา ทำให้ขนตาดูหนาและยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อขนตาแข็งแรง การดัดขนตาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการหักหรือหลุดร่วง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดัดขนตาหลังปัดมาสคาร่า เพราะอาจทำให้ขนตาเสียหายและเกิดการแตกหักได้ง่าย การดูแลขนตาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยให้ขนตางอนสวยขึ้น แต่ยังช่วยให้ดวงตาดูโดดเด่นและสดใสในระยะยาว





