โกนขน

BODY

โกนขนอย่างไรไม่ให้เป็นตุ่ม? ลดปัญหาผิวหนังไก่บนผิวกาย

โกนขนอย่างไรให้ผิวไม่เป็นตุ่ม? รวมวิธีโกนที่ช่วยลดการระคายเคือง

21 กันยายน 2569

       การโกนขนอาจเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการดูแลผิวกาย แต่สำหรับหลายคน หลังโกนกลับตามมาด้วยปัญหาตุ่มแดง อาการคัน ขนคุด หรือผิวสัมผัสไม่เรียบเนียนจนดูคล้ายหนังไก่ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบอบบางหรือมีการเสียดสีบ่อย เช่น ขา รักแร้ และบิกินี่ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าโกนผิดเสมอไป แต่อาจเกิดจากทั้งใบมีด วิธีโกน การเตรียมผิว และการดูแลหลังโกน หากอยากให้ผิวเรียบเนียนหลังโกนโดยลดโอกาสเกิดตุ่มและการระคายเคือง นี่คือ 5 วิธีที่ควรทำในการโกนขน เพื่อลดปัญหาผิวหนังไก่ได้

 

  • เตรียมผิวก่อนโกน อย่ารีบลงมีดทันที

หนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยลดการระคายเคืองได้คือการทำให้ผิวและเส้นขนนุ่มขึ้นก่อนโกน หากเป็นไปได้ควรโกนหลังอาบน้ำอุ่นสักพัก เพราะน้ำช่วยให้เส้นขนนิ่มลงและโกนได้ง่ายขึ้น จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับโกนขน เช่น Shaving Cream หรือ Shaving Gel เพื่อสร้างชั้นลื่นระหว่างใบมีดกับผิว ลดการเสียดสีและการต้องลากมีดซ้ำบริเวณเดิม ไม่แนะนำให้ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแทนโดยอัตโนมัติ เพราะบางสูตรอาจทำให้ผิวแห้งหรือตึงหลังล้างได้ หากเป็นคนผิวบอบบาง ควรเลือกสูตรที่ช่วยเพิ่มความลื่นและไม่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวรู้สึกแห้งหรือระคายเคืองง่าย

 

  • ใช้ใบมีดที่คมและสะอาด

ใบมีดที่เก่าหรือไม่สะอาดอาจทำให้ต้องโกนซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ขนออกหมด ซึ่งเพิ่มทั้งแรงเสียดสีและโอกาสที่ผิวจะเกิดการระคายเคืองได้ นอกจากนี้ หากเก็บมีดโกนไว้ในบริเวณที่เปียกชื้นตลอดเวลา ก็ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ ควรเปลี่ยนใบมีดหรือหัวโกนตามคำแนะนำของผู้ผลิต และหากใบมีดเริ่มฝืด ดึงเส้นขน หรือโกนแล้วรู้สึกไม่ลื่นเหมือนเดิม ก็ควรเปลี่ยนใหม่ หลังใช้งานควรล้างใบมีดให้สะอาดและเก็บไว้ในบริเวณที่แห้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีดโกนร่วมกับผู้อื่น และไม่ควรโกนบนผิวที่มีแผลหรือการอักเสบอยู่แล้ว

Article

ภาพ: Magnific

  • โกนตามแนวขนก่อน ลดการลากมีดซ้ำ

การโกนย้อนแนวขนอาจทำให้ได้ผิวที่รู้สึกเรียบมากขึ้นในทันที แต่สำหรับคนที่เกิดตุ่มหรือขนคุดง่าย การโกนชิดผิวมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเกิดการระคายเคืองและปัญหาขนคุดได้ ลองเริ่มจากการโกน ตามแนวที่เส้นขนงอก และใช้แรงกดให้น้อยที่สุด ระหว่างโกนควรใช้จังหวะสั้นๆ และล้างใบมีดเป็นระยะเพื่อไม่ให้มีขนหรือผลิตภัณฑ์สะสมอยู่บนใบมีด ที่สำคัญคือไม่ควรลากใบมีดผ่านบริเวณเดิมซ้ำไปมาหลายครั้งเพียงเพื่อให้ผิวเกลี้ยงสนิท เพราะการเสียดสีซ้ำๆ อาจทำให้ผิวแดงและเกิดตุ่มได้ง่ายขึ้น

 

  • หลังโกนอย่าเพิ่งขัดผิวแรงๆ หลังโกนเสร็จใหม่ๆ

ผิวอาจมีความไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น การใช้สครับเม็ดหยาบ แปรงขัดผิว หรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีความเข้มข้นสูงทันที อาจทำให้ผิวแดง แสบ หรือระคายเคืองมากกว่าเดิมได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เพิ่งผ่านการโกน หลังโกนควรล้างผิวด้วยน้ำสะอาดและซับเบาๆ จากนั้นตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เพื่อช่วยเรื่องขนคุดหรือผิวสัมผัสไม่เรียบ ควรแยกออกจากช่วงเวลาที่เพิ่งโกน และเลือกใช้ให้เหมาะกับความทนของผิวแทนการเร่งผลัดผิวมากเกินไป

Article

ภาพ: Magnific

  • ถ้าเป็นตุ่มบ่อย อาจต้องเปลี่ยนวิธีการกำจัดขน

หากดูแลทุกขั้นตอนแล้วแต่ยังเกิดตุ่มแดง ขนคุด หรือผิวเป็นจุดๆ ทุกครั้งที่โกน อาจถึงเวลาลองเปลี่ยนวิธีการกำจัดขน เพราะผิวของแต่ละคนตอบสนองต่อการโกนไม่เหมือนกัน บางคนอาจเหมาะกับการเล็มขนให้สั้นแทนการโกนชิดผิว หรือเลือกวิธีอื่นที่ทำให้เกิดการเสียดสีน้อยลง ส่วนปัญหาที่เรียกว่า ‘ผิวหนังไก่’ ก็ต้องแยกให้ออกว่าเกิดจากการโกนหรือเป็น Keratosis Pilaris (ขนคุดจากเคราติน) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดตุ่มเล็กๆ และผิวสัมผัสคล้ายหนังไก่ การโกนอาจทำให้บริเวณดังกล่าวระคายเคืองมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของภาวะนี้โดยตรง ดังนั้นหากมีตุ่มเล็กๆ อยู่ตลอดแม้ไม่ได้โกนขน ก็ควรดูแลในแนวทางของ Keratosis Pilaris มากกว่าพยายามเปลี่ยนวิธีโกนเพียงอย่างเดียว

ภาพปก : Magnific
TAGS : Body, Shaving