หากพูดถึงขั้นตอนการดูแลผิวที่หลายคนมักมองข้าม ผู้เขียนเชื่อว่าการเลือก “คลีนซิ่งล้างเครื่องสำอาง” น่าจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะหลายคนมักคิดว่าคลีนซิ่งทุกประเภทมีหน้าที่เหมือนกัน นั่นคือการเช็ดหรือชะล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คลีนซิ่งแต่ละเนื้อสัมผัสถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้เขียนขอพาทุกคนไปสำรวจคลีนซิ่งแต่ละประเภทว่าแท้จริงแล้วมันแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับผิวของแต่ละคนมากที่สุด
Cleansing Water
หากต้องยกตำแหน่งคลีนซิ่งที่ได้รับความนิยมมาตลอด ผู้เขียนคงต้องยกให้ Cleansing Water แบบไม่ลังเล เพราะใช้งานง่าย เพียงเทลงบนสำลีแล้วเช็ดออกได้ทันที เพราะคลีนซิ่งประเภทนี้มักมีเนื้อสัมผัสบางเบาเหมือนน้ำเปล่าปกติเลย
โดยความพิเศษไม่ทิ้งความมันบนผิว จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนผิวมันและคนที่ไม่ชอบความรู้สึกเหนอะหนะหลังเช็ดหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้งานสะดวก แต่หากแต่งหน้าหนักมากหรือใช้กันแดดกันน้ำเป็นประจำ อาจต้องใช้สำลีหลายแผ่นกว่าจะสะอาดหมดจด
เหมาะกับใคร
- คนผิวมัน
- คนผิวผสม
- คนที่แต่งหน้าเบาๆ
- คนที่ใช้ครีมกันแดดในชีวิตประจำวัน
ข้อดี
- ใช้งานง่ายและสะดวก
- ไม่เหนียวเหนอะหนะ
- ให้ความรู้สึกสดชื่นหลังใช้
- เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย
ข้อเสีย
- อาจต้องใช้สำลีหลายแผ่น หรือต้องใช้การถูแรงๆ เพื่อกำจัดคราบให้หมด
- ลบเมกอัพกันน้ำได้ไม่ดีเท่าคลีนซิ่งออยล์
- การเช็ดถูบ่อยๆ อาจรบกวนผิวจนเกิดอาการระคายเคืองได้

CAUDALÍE - Vinoclean Micellar Cleansing Water
Cleansing Oil
แม้หลายคนจะกลัวคำว่า “ออยล์” แต่จริงๆ แล้ว Cleansing Oil คือหนึ่งในคลีนซิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการละลายเมกอัพ ครีมกันแดด และความมันสะสมบนผิว เพราะหลักการของมันคือ “น้ำมันละลายน้ำมัน” จึงสามารถดึงคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องออกแรงถูมาก
โดยปัจจุบันคลีนซิ่งออยล์รุ่นใหม่ๆ ยังถูกออกแบบให้สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำนมเมื่อสัมผัสน้ำ ทำให้ล้างออกง่ายและไม่รู้สึกเหนอะหนะเท่าสมัยก่อนด้วย
เหมาะกับใคร
- คนแต่งหน้าจัด
- คนใช้รองพื้นและเมกอัพกันน้ำ
- คนผิวแห้ง
- คนผิวธรรมดา
ข้อดี
- ทำความสะอาดได้ล้ำลึก
- ลบเมกอัพกันน้ำได้ดี
- ลดการเสียดสีจากการเช็ดหน้า
- ผิวไม่แห้งตึงหลังล้าง
ข้อเสีย
- คนผิวมันบางคนอาจไม่ชอบสัมผัสเหนอะหนะและความมัน
- หากล้างออกไม่หมดอาจก่อให้เกิดสิวอุดตันได้
- ในบางครั้งอาจต้องใช้คลีนซิ่งแบบน้ำร่วมด้วย เพื่อให้ล้างความมันออกจากผิวอย่างหมดจด

SHU UEMURA - BlackOil Pore Purifying Fresh Cleansing Oil
Cleansing Balm
หากคลีนซิ่งออยล์คือคลีนซิ่งสายพลังสูง ขจัดคราบหมดจด คลีนซิ่งบาล์มก็เปรียบเสมือนคลีนซิ่งออยล์เวอร์ชันหรูหราและอ่อนโยนกว่า เพราะจริงๆ เนื้อบาล์มก็เริ่มมาจากการเป็นออยล์มาก่อน แต่เมื่อนำไปเข้ากระบวนการต่างๆ ทำให้เนื้อสัมผัสมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งหรือเชอร์เบต เมื่อสัมผัสความร้อนจากผิวจะค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำมันแบบเดิม ทำให้สามารถละลายเมกอัพได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อ่อนโยน
เหมาะกับใคร
- คนผิวแห้ง
- คนผิวขาดน้ำ
- คนแต่งหน้าหนักเป็นประจำ
ข้อดี
- อ่อนโยนต่อผิว
- ล้างเมกอัพได้ดี
- ลดการเสียดสีจากสำลี
- ผิวนุ่มหลังใช้
- พกพาสะดวก ไม่หกเลอะเทอะ
ข้อเสีย
- หากไม่ชอบคลีนซิ่งออยล์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็อาจจะไม่ชอบคลีนซิ่งบาล์มเหมือนกัน
- ราคาสูงกว่าคลีนซิ่งบางประเภท
- ใช้เวลานานกว่าคลีนซิ่งวอเตอร์

SUNDAY RILEY - Blue Moon Tranquility Cleansing Balm
Cleansing Milk
คลีนซิ่งน้ำนมหรือ Cleansing Milk เป็นประเภทที่อาจไม่หวือหวาเท่าคลีนซิ่งรุ่นใหม่ๆ แต่ยังคงมีแฟนคลับจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนผิวบอบบาง เพราะเนื้อสัมผัสจะมีความครีมมี่คล้ายน้ำนม แต่ก็บางเบาคล้ายคลึงกับน้ำปกติเลย แต่ที่แน่ๆ คือมันช่วยทำความสะอาดผิวพร้อมเติมความชุ่มชื้นไปในตัว ซึ่งผู้เขียนมองว่าคลีนซิ่งประเภทนี้เหมาะมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวตัวเองระคายเคืองง่าย หรือกำลังอยู่ในช่วงที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ เพราะแค่ชะโลมและถูเบาๆ บนผิวก็สามารถล้างเครื่องสำอางได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้สำลีก็ได้
เหมาะกับใคร
- คนผิวแห้ง
- คนผิวแพ้ง่าย
- คนที่ใช้กรดผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำ
- คนที่ผิวระคายเคืองง่าย
ข้อดี
- อ่อนโยนมาก
- ช่วยรักษาความชุ่มชื้น
- ไม่ทำให้ผิวแห้งเอี๊ยด
- ลดโอกาสเกิดอาการแห้งลอก
ข้อเสีย
- ล้างเมกอัพหนักๆ ได้ไม่ดีนัก
- อาจรู้สึกไม่สะอาดสำหรับคนผิวมัน
- ต้องใช้ปริมาณค่อนข้างมาก

CLINIQUE - All-in-One Cleansing Micellar Milk + Makeup Remover Type 1 & 2
Cleansing Gel
อีกหนึ่งประเภทที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ Cleansing Gel ซึ่งมีเนื้อสัมผัสอยู่กึ่งกลางระหว่างความเบาของ Cleansing Water และประสิทธิภาพของ Cleansing Oil เพราะหลายแบรนด์พัฒนาให้สามารถละลายเมกอัพได้ดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมยังคงให้ความรู้สึกสดชื่นหลังล้างออก จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความมันของออยล์ แต่ต้องการการทำความสะอาดที่มากกว่าคลีนซิ่งวอเตอร์
เหมาะกับใคร
- คนผิวผสม
- คนผิวมัน
- คนเป็นสิวง่าย
- คนที่แต่งหน้าไม่หนักมาก
ข้อดี
- เนื้อสัมผัสเบาสบาย
- ล้างออกง่าย
- ไม่เหนอะหนะ
- เหมาะกับอากาศร้อน
ข้อเสีย
- ประสิทธิภาพอาจไม่เท่าคลีนซิ่งออยล์
- เมกอัพกันน้ำบางชนิดอาจต้องล้างซ้ำ
- บางสูตรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดความระคายเคืองบนผิวได้

PETER THOMAS ROTH - Water Drench Hyaluronic Cloud Makeup Removing Gel Cleanser
Cleansing Cream
สำหรับคนที่ผิวแห้งมากหรืออยู่ในห้องแอร์ตลอดวัน คลีนซิ่งครีมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเนืื้อครีมมีความเข้มข้นสูงและมักผสมสารบำรุงหลายชนิด จึงช่วยทำความสะอาดพร้อมลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิว แม้ในปัจจุบันจะไม่ได้รับความนิยมเท่าคลีนซิ่งชนิดอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นไอเท็มที่หลายคนผิวแห้งเชื่อใจอยู่ไม่น้อย เพราะอ่อนโยนสุดๆ
เหมาะกับใคร
- คนผิวแห้งมาก
- ผิววัยผู้ใหญ่ที่มีริ้วรอยหรือความเปราะบาง
- คนที่ผิวลอกง่าย
- คนที่ต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
ข้อดี
- ช่วยให้ผิวนุ่ม
- ลดความแห้งตึงหลังล้างหน้า
- อ่อนโยนต่อผิว
- เหมาะกับฤดูหนาวหรือห้องแอร์
ข้อเสีย
- ให้สัมผัสค่อนข้างหนัก
- คนผิวมันอาจไม่ชอบ
- ล้างออกช้ากว่าคลีนซิ่งประเภทอื่น และถ้าล้างไม่ดีอาจทำให้เกิดความอุดตันบนผิว
- ในบางครั้งอาจต้องใช้คลีนซิ่งแบบน้ำร่วมด้วย เพื่อให้ล้างความมันออกจากผิวอย่างหมดจด
_.webp)
SHISEIDO - Elixir Superieur Makeup Cleansing Cream (Cream Cleanser)
แม้คลีนซิ่งทุกประเภทจะมีหน้าที่หลักคือการทำความสะอาดผิว แต่เนื้อสัมผัสและคุณสมบัติของแต่ละชนิดกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้เขียนอยากแนะนำว่าให้เลือกใช้ตัวที่เหมาะกับสภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และการแต่งหน้าของแต่ละคนเป็นสำคัญ เพราะเมื่อทำความสะอาดผิวได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ขั้นตอนการบำรุงหลังจากนั้นก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
SKINCARE‘คลีนซิ่งผัก’ Super Vegitoks Cleanser ตัวช่วยทำความสะอาดพร้อมบำรุงผิวให้ไบรท์ ห่างไกลสิว




