ล้างหนังศีรษะ

HAIR

วิธีล้างสารตกค้างบนหนังศีรษะ ผมเบาสะอาดและไม่มันง่าย

วิธีทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างล้ำลึก เพื่อลดการสะสมของผลิตภัณฑ์และความมัน

18 พฤษภาคม 2569

        หลายครั้งที่เส้นผมดูมันง่าย ลีบแบน หรือสระเท่าไรก็ยังรู้สึกไม่สะอาด อาจไม่ได้เกิดจากผมมันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะมีสารตกค้างสะสมอยู่บนหนังศีรษะและเส้นผมโดยไม่รู้ตัว ทั้งแชมพูแห้ง สเปรย์จัดแต่งผม ซิลิโคนจากผลิตภัณฑ์บำรุง ไปจนถึงมลภาวะ ฝุ่น ควัน และความมันจากหนังศีรษะ ล้วนสามารถสะสมเป็นชั้นบางๆ ได้ทุกวัน จนทำให้หนังศีรษะเสียสมดุล ผมเหนียวไว ลีบเร็ว หรือบางครั้งอาจเริ่มมีอาการคันและเกิดสิวบริเวณกรอบหน้า โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย ปัญหานี้ยิ่งเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และแม้จะสระผมเป็นประจำ แต่หากล้างไม่สะอาดจริง ก็อาจทำให้หนังศีรษะยังรู้สึกหนักและมันอยู่ดี หากเริ่มรู้สึกว่าผมไม่เฟรชเหมือนเดิม ลองกลับมาดูวิธีรีเซตหนังศีรษะให้สะอาดแบบลึกขึ้น ด้วย 5 วิธีที่โว้กบิวตี้พามาแนะนำในวันนี้

 

ใช้ Clarifying Shampoo สระล้างลึกเป็นครั้งคราว

หนึ่งในวิธีที่ช่วยล้างสารตกค้างได้ชัดที่สุด คือการใช้ ‘Clarifying Shampoo’ หรือแชมพูทำความสะอาดล้ำลึก ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดการสะสมของน้ำมัน ซิลิโคน และผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่เกาะอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะ ต่างจากแชมพูทั่วไปที่เน้นทำความสะอาดในชีวิตประจำวัน แชมพูประเภทนี้จะช่วยรีเซ็ตความรู้สึกของหนังศีรษะ ทำให้ผมเบา สะอาด และทิ้งตัวสวยขึ้นหลังสระ หลายคนจะสังเกตได้ทันทีว่าหลังใช้ ผมดูฟูขึ้น หนังศีรษะรู้สึกโล่ง และผมมันช้าลง เพราะคราบสะสมที่เคลือบอยู่ถูกล้างออกไป อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไป โดยเฉพาะคนที่ทำสีหรือมีผมแห้งอยู่แล้ว ส่วนใหญ่มักเหมาะกับการใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือช่วงที่รู้สึกว่าผมเริ่มเหนียว ลีบ และจัดทรงยากผิดปกติ

Article

ภาพ: Freepik

สระผมให้ถูกวิธี

หลายคนโฟกัสกับการถูเส้นผมจนลืมว่า จุดที่ควรทำความสะอาดจริงๆ คือ ‘หนังศีรษะ’ เพราะความมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกส่วนใหญ่จะสะสมอยู่บริเวณโคนผม หากล้างไม่สะอาด แม้ปลายผมจะหอมและนุ่ม แต่หนังศีรษะก็ยังมันและลีบได้เร็วเหมือนเดิม วิธีที่ดีคือ ใช้นิ้วนวดเบาๆ บริเวณหนังศีรษะเป็นวงกลมขณะสระ เพื่อช่วยให้แชมพูกระจายตัวและชะล้างสิ่งตกค้างได้ทั่วถึง โดยไม่ควรใช้เล็บเกาแรง เพราะอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม อีกสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ การล้างน้ำออกให้หมด เพราะหากยังมีแชมพูหรือครีมนวดตกค้างอยู่ ก็อาจกลายเป็นสาเหตุของอาการคัน ผมมันไว หรือสิวบริเวณไรผมได้เช่นกัน

 

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์หนักผมมากเกินไป

ในวันที่ต้องเซตผม ใช้สเปรย์ มูส ออยล์ หรือแชมพูแห้งหลายชั้น เส้นผมอาจดูสวยในระหว่างวัน แต่หากสะสมต่อเนื่องโดยล้างไม่หมด ก็สามารถทำให้หนังศีรษะอุดตันได้ง่าย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีซิลิโคนหรือเนื้อหนักมากๆ แม้จะช่วยให้ผมเงาและเรียบลื่น แต่หากใช้มากเกินไป อาจทำให้ผมดูเหนียว ลีบ และขาดวอลุ่มในระยะยาว หลายครั้งปัญหาผมมันง่ายจึงไม่ได้เกิดจากน้ำมันบนหนังศีรษะเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากชั้นของผลิตภัณฑ์ที่สะสมอยู่บนเส้นผมจนผมดูหนักและจับตัวเร็วขึ้น ทางที่ดีคือเลือกใช้เท่าที่จำเป็น และควรมีวันพักผมจากการเซตหนักๆ บ้าง เพื่อให้หนังศีรษะได้กลับมาสมดุล

Article

ภาพ: Freepik

สครับหนังศีรษะบ้าง

การดูแลหนังศีรษะก็ไม่ต่างกันมากจากผิวหน้า เพราะหนังศีรษะเองก็มีเซลล์ผิวเก่า ความมัน และสิ่งสกปรกสะสมอยู่ได้เช่นกัน การใช้สครับหนังศีรษะหรือ ‘Scalp Scrub’ จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยทำความสะอาดได้ลึกขึ้น สครับจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดความมันสะสม และทำให้หนังศีรษะรู้สึกสดชื่นมากขึ้นหลังใช้ โดยเฉพาะคนที่ใช้ดรายแชมพูบ่อย เหงื่อออกง่าย หรืออยู่ในเมืองที่มีฝุ่นและมลภาวะสูง หลังสครับ หลายคนมักรู้สึกว่าผมเบา โคนผมยกตัว และหนังศีรษะสะอาดนานขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรสครับแรงหรือบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวหนังศีรษะเสียสมดุลได้ โดยทั่วไปสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอสำหรับการดูแลในชีวิตประจำวัน

 

ดูแลความสะอาดของสิ่งที่สัมผัสเส้นผมเป็นประจำ

บางครั้งปัญหาหนังศีรษะมันง่ายอาจไม่ได้มาจากแชมพูหรือเส้นผมโดยตรง แต่เกิดจากสิ่งรอบตัวที่สัมผัสผมทุกวันโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น ปลอกหมอน หวีและแปรงผม ผ้าเช็ดผม หมวก หรือแม้แต่ความร้อนจากโทรศัพท์ที่แนบแก้มและกรอบหน้า สิ่งเหล่านี้สามารถสะสมทั้งน้ำมัน เหงื่อ และแบคทีเรียได้ หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ก็อาจทำให้หนังศีรษะและเส้นผมสกปรกเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะหวีที่มีคราบผลิตภัณฑ์สะสมอยู่จำนวนมาก ต่อให้สระผมสะอาดแค่ไหน แต่หากกลับมาใช้หวีเดิมที่เต็มไปด้วยคราบ ก็อาจทำให้ผมรู้สึกไม่เฟรชเหมือนเดิมได้เช่นกัน

ภาพปก : Freepik
TAGS : Hair, Scalp, Tips