แม้ “Hair Oil” จะช่วยให้ผมดูเงางามและสุขภาพดี แต่หลายคนยังกังวลเรื่องความมันและผมลีบแบนระหว่างวัน จริง ๆ แล้วเคล็ดลับสำคัญคือการเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพเส้นผมและใช้ในปริมาณที่พอดี เพราะออยล์แต่ละแบบมีคุณสมบัติต่างกัน โว้กบิวตี้จะพาไปรู้จักวิธีเลือก Hair Oil ให้ผมสวยเงา มีน้ำหนัก แต่ยังเบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะง่ายตลอดวัน

เลือกจากเนื้อสัมผัส
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า Hair Oil ใช้แล้วผมลีบแบน เกิดจากการเลือกออยล์ที่มีเนื้อหนักเกินไปสำหรับสภาพเส้นผม โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก ผมมันง่าย หรือผมตรงลีบอยู่แล้ว จึงควรให้ความสำคัญกับ “เนื้อสัมผัส” ของออยล์เป็นอันดับแรก
แนะนำให้เลือกออยล์ประเภท Dry Oil หรือสูตร Lightweight / Sheer ที่มีเนื้อบางเบา ซึมไว และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนเส้นผม เพราะออยล์กลุ่มนี้มักผ่านการพัฒนาให้มีโมเลกุลเล็ก ช่วยเคลือบผมให้ดูเงางามและลดผมชี้ฟูได้ โดยไม่ทำให้เส้นผมทิ้งตัวหนักจนดูแบนระหว่างวัน
สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อ สามารถสังเกตข้อความบนแพ็กเกจ เช่น “Lightweight”, “Sheer”, “Fine Mist”, “Volumizing Oil” หรือ “For Fine Hair” ซึ่งมักเป็นสูตรที่ออกแบบมาให้เหมาะกับคนผมเส้นเล็กหรือคนที่ไม่ชอบฟีลออยล์หนักผม

มองหาส่วนผสมที่ช่วยให้ผมเงางาม แต่ไม่ลีบแบน
- Camellia Oil
ออยล์ยอดนิยมจากฝั่งญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการเพิ่มความเงางามให้เส้นผมแบบสุขภาพดี จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว และไม่ทิ้งความมันเคลือบผมมากเกินไป ช่วยให้ผมดูเรียบลื่น สะท้อนแสงสวย แต่ยังคงความพลิ้วเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคผมเงาแบบ Glass Hair โดยไม่รู้สึกหนักผมระหว่างวัน - Jojoba Oil / Argan Oil
เป็นออยล์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมได้ดี พร้อมลดปัญหาผมชี้ฟูและผมแห้งเสีย โดยเฉพาะสูตรที่พัฒนาให้มีเนื้อสัมผัสบางเบา จะช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้นโดยไม่ทำให้ผมจับตัวเป็นช่อหรือดูมันง่าย เหมาะกับคนผมเส้นเล็กหรือคนที่กังวลเรื่องผมลีบแบนหลังใช้ออยล์ - Squalane
ส่วนผสมที่กำลังได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลผมและผิว เพราะมีโครงสร้างใกล้เคียงกับน้ำมันธรรมชาติของร่างกาย จึงให้สัมผัสที่เบาสบายเป็นพิเศษ ช่วยเคลือบเส้นผมให้เรียบลื่น ลดความแห้งกร้าน และเพิ่มความเงาแบบพอดี โดยไม่ทิ้งฟีลเหนียวหรือหนักเส้นผม เหมาะกับคนที่ไม่ชอบออยล์ฟีลเข้มข้นแต่ยังอยากให้ผมดูสุขภาพดีขึ้นทันทีหลังใช้
ทิปส์ลง Hair Oil ให้ผม “เงาแต่ไม่ลีบแบน”
- ลงตอนผมหมาดดีที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการใช้ Hair Oil คือหลังสระผม ตอนที่ผมแห้งประมาณ 70-80% หรือยังมีความหมาดเล็กน้อย เพราะเป็นช่วงที่เกล็ดผมยังเปิดอยู่ ทำให้ออยล์ซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดีขึ้น อีกทั้งความชื้นบนเส้นผมยังช่วยให้ออยล์กระจายตัวได้สม่ำเสมอ ไม่เกาะตัวเป็นจุดจนผมดูมันหรือหนักเฉพาะบางส่วน นอกจากนี้ยังช่วยล็อกความชุ่มชื้นและลดผมชี้ฟูได้ดีกว่าการลงบนผมแห้งสนิท - วอร์มออยล์บนฝ่ามือก่อนทุกครั้ง
ไม่ควรกดออยล์ลงบนเส้นผมโดยตรง เพราะอาจทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์กระจุกตัวเฉพาะจุด แนะนำให้กดเพียง 1-2 ปั๊มลงบนฝ่ามือก่อน จากนั้นถูมือเข้าด้วยกันจนรู้สึกอุ่นเล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้ออยล์แตกตัวและเคลือบทั่วฝ่ามือ รวมถึงซอกนิ้ว ทำให้เวลาลูบลงบนเส้นผม เนื้อออยล์จะกระจายได้บางเบาและสม่ำเสมอมากขึ้น

- เริ่มลงจากปลายผมขึ้นไป
ปลายผมเป็นส่วนที่แห้งเสียและสูญเสียความชุ่มชื้นง่ายที่สุด จึงควรเริ่มชโลมจากช่วงปลายผมก่อน โดยเน้นบริเวณ 2-3 นิ้วสุดท้าย จากนั้นค่อยใช้เนื้อออยล์ที่เหลือบนมือไล่ขึ้นมาบริเวณกลางเส้นผม วิธีนี้จะช่วยให้ผมดูเงาและเรียบลื่นแบบพอดี โดยไม่หนักช่วงบนของเส้นผมจนดูแบน - หลีกเลี่ยงการลงบริเวณโคนผม
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผมลีบเร็ว คือการลงออยล์ใกล้หนังศีรษะมากเกินไป เพราะโคนผมเป็นจุดที่มีน้ำมันธรรมชาติอยู่แล้ว ควรเว้นระยะห่างจากโคนผมประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อช่วยรักษาความพองตัวของเส้นผมและทำให้ทรงผมยังดูมีวอลลุ่มตลอดวัน โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็กหรือคนที่ผมมันง่าย ควรเลี่ยงการลงออยล์บริเวณนี้อย่างเด็ดขาด
HAIRอัปเดต 6 แฮร์เซรั่ม-แฮร์ออยล์-ลีฟอินทรีตเมนต์ที่คนผมชี้ฟูไม่ควรพลาด | Beauty Picks




