Vogue Beauty Thailand

HAIR

ยื่นเรฟเทรนด์สีผม ปี 2026 ที่หัวใจกลับสู่ความสวยเป็นธรรมชาติ

เฉดสีผมที่น่าจับตามองในปี 2026 ซึ่งเน้นโทนสีที่กลมกลืนกับโทนผิว เพื่อให้เส้นผมดูมีมิติ เงางาม และสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

01 เมษายน 2569

     ทิศทางของเทรนด์สีผมในปี 2026 จะเน้นไปที่เฉดสีที่เข้ากับตัวเองมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโทนสีที่กลมกลืนกับผิว พร้อมการเล่นมิติของสีที่ช่วยให้เส้นผมดูมีชีวิตชีวา เรียกได้ว่าปีนี้เป็นการกลับมาของโทนสีที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ถูกยกระดับด้วยเทคนิคการทำสี ไม่ว่าจะเป็นการไล่เฉด การเติมไฮไลต์เฉพาะจุด หรือการปรับอันเดอร์โทนให้เหมาะกับสีผิวอย่างเฉพาะตัว เพื่อให้สีผมออกมาดูนุ่มสลวย เงางาม มองดูสุขภาพดี ซึ่งในบทความนี้โว้กบิวตี้จะพาไปดูว่ามีสีผมเฉดใดบ้างที่ตรงนิยามของปี 2026

 

1. Expensive Brunette

เฉดสีน้ำตาลเข้มที่ถูกยกระดับให้ดูแพงตามชื่อผ่านการเล่นเลเยอร์ของสี ไม่ใช่สีน้ำตาลเฉดเดียวที่แบนหรือทึบ แต่เป็นการผสมโทนเข้ม-อ่อนผสานกันอย่างแนบเนียน เช่น การเติมไฮไลต์บางๆ หรือการไล่เฉดสีแบบซอฟต์ เพื่อสร้างมิติให้เส้นผมดูมีมิติและสะท้อนแสงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

2. Soft Black

เฉดสีดำที่ถูกปรับให้ซอฟต์ลง ซึ่งจะไม่ใช่สีดำสนิทแบบเดิม แต่เป็นโทนดำที่มีความโปร่งเล็กน้อย อาจแฝงสีน้ำตาลอยู่บางๆ เพื่อให้ภาพรวมของเส้นผมดูนุ่มขึ้น และเข้ากับสีผิวได้เป็นธรรมชาติ ยิ่งถ้าบำรุงเส้นผมให้มีความเงาและสุขภาพดี ก็จะยิ่งช่วยขับให้ผมสีดำเฉดนี้สวยยิ่งขึ้น

 

 

3. Mushroom Brown

Mushroom Brown คือเฉดสีน้ำตาลที่ผสานระหว่างโทนเทาและเบจอย่างลงตัว ให้ฟีลกลางๆ ที่ไม่ติดอุ่นหรือเย็นจนเกินไป จึงกลายเป็นหนึ่งในสีผมที่ตอบโจทย์เทรนด์ปี 2026 ซึ่งเน้นความสมดุลและความเป็นธรรมชาติ และแม้ภาพรวมจะเป็นสีโทนหม่น แต่เมื่อเติมมิติด้วยการไล่เฉดหรือแทรกไฮไลต์บางๆ ก็ทำให้สีผมดูมีมิติ และมีมูฟเมนต์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

 

4. Copper Soft

ผมสีทองแดงที่ถูกลดความสดลง จากเดิมที่สีค่อนข้างมีความเด่น ปี 2026 นี้ถูกปรับให้อยู่ในระดับที่ใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยผสานกับเทคนิคการไล่เฉดหรือเบลนด์สีให้เนียน สีที่ได้จะมีความซอฟต์ลง สะท้อนแสงสวยอย่างมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดหรือกระทบแสงธรรมชาติ

 

 

5. Cherry Cola

ผมเฉดสีแดงในปี 2026 จะยังคงความโดดเด่นไว้ในระดับที่พอดี ไม่ใช่แดงสดที่โดดออกมา แต่เป็นแดงที่ถูกกดโทนให้ลึกและนุ่มขึ้น จนกลายเป็นสีที่ดูสุภาพในแสงปกติ และเผยมิติของสีอย่างสวยงามเมื่อกระทบแสง เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนลุคให้มีสีสันมากขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบที่ดูเรียบและดูดีในชีวิตประจำวัน

 

 

6. Face-Framing Highlights

Face-Framing Highlights หรือ การไฮไลต์ผมช่วงกรอบหน้า จากเดิมที่จะไฮไลต์ผมแบบตัดกับสีหลักชัดเจน ในปี 2026 จะปรับให้ซอฟต์และกลมกลืนกับสีผมทั้งศีรษะมากขึ้น ถือเป็นเทคนิคทำสีที่ช่วยเรื่องขับผิวและเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

7. Milk Tea Brown

Milk Tea Brown ในปี 2026 ไม่ได้มาในเวอร์ชันโทนสว่างแบบที่ผ่านมา แต่ถูกปรับให้นุ่มและเนียนขึ้น ด้วยการบาลานซ์อันเดอร์โทนให้เป็นกลางมากขึ้น ระหว่างความเบจและน้ำตาล เพื่อให้สีผมดูกลมกลืนกับโทนผิวจริง ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความละมุนที่มีมิติและดูแพง

 

ภาพปก : Pexels (Thư Tiêu, Achi Murusidze, K. Prodan)