ช่วงนี้หากให้ลองสังเกตสีสันที่เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นไม่ว่าจะบนเสื้อผ้า การแต่งหน้า หรือข้าวของในช่วงนี้ ผู้เขียนมองว่าโทนสีเขียวหรือสีฟ้ากำลังเข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ๆ สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนลุคหรือคนที่ชอบความสนุกของการแต่งหน้าแต่งตัวตามเทรนด์
อย่างไรก็ตามแม้มันจะเป็นสีที่สวยและดูสะดุดตาแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าลองนำสีในเฉดนี้มาใช้ในบริบทของ ‘การทำผม’ บอกเลยว่ามันไม่ใช่สีที่ใช้ได้ง่ายๆ ในชีวิตจริงของทุกคนขนาดนั้น เพราะต้องอาศัยความมั่นใจในการแต่งตัวสูงมาก ที่สำคัญสีฟ้าหรือเขียวหลายเฉดสียังต้องผ่านการฟอกซ้ำๆ เพื่อให้สีออกมาชัดบนเส้นผม ซึ่งแน่นอนว่าความสวยที่ได้มาก็อาจต้องแลกมาด้วยสภาพเส้นผมที่แห้งเสียมากขึ้นกว่าเดิม
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ‘สี Mint Brown’ กลายเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำความสดของโทนเขียวเย็นๆ มาผสมเข้ากับความเป็นธรรมชาติของสีน้ำตาล ช่วยลดความจัดจ้านของสีลง แต่ก็ยังคงอินเทรนด์อยู่ไม่น้อย และสำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะลองสีใหม่สุดฮิตนี้ดีไหม หรือแม้แต่คนที่อยากได้สีผมที่แตกต่างจากน้ำตาลทั่วไป แต่ก็ยังไม่พร้อมกระโดดไปหาสีฮิตนี้อย่างเต็มตัว ผู้เขียนเลยอยากชวนมาดูข้อดีสี Mint Brown กันก่อนว่ามีอะไรบ้าง เพราะบางทีสีนี้อาจเป็นคำตอบที่ผู้อ่านกำลังตามหาอยู่ก็ได้
1. ไม่ต้องฟอกผมให้ผมเสีย
ข้อแรกที่น่าจะถูกใจสาวๆ ที่อยากเปลี่ยนสีผมแต่ยังห่วงสุขภาพเส้นผมก็คือสี Mint Brown เป็นเฉดสีที่ไม่ได้เน้นความสว่างมาก สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องฟอกจนเส้นผมต้องผ่านกระบวนการเคมีอย่างหนักเหมือนสีเขียวหรือสีฟ้าที่ต้องการความชัดเจนของเม็ดสี โดยสามารถเลือกใช้น้ำตาลเป็นพื้นแล้วเติมประกายเขียวหม่นเข้าไปแทน
แน่นอนว่าผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสีผมเดิมและเทคนิคของช่างด้วย แต่โดยรวมแล้วการเลือกเฉดที่มีน้ำตาลเป็นพื้นจะทำให้สีดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังช่วยให้คนที่อยากลองสีแปลกใหม่มีทางเลือกโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสีผมจนสุดทาง
สำหรับผู้เขียน นี่น่าจะเป็นข้อดีที่น่าสนใจที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะการตามเทรนด์ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยอมแลกกับผมเสียเสมอไป หากเลือกเฉดและวิธีทำที่เหมาะกับสภาพเส้นผม ก็สามารถได้ทั้งสีใหม่และผมที่ยังดูสุขภาพดีไปพร้อมกัน
2. ทำให้ใบหน้าและผิวดูสว่างขึ้น
แม้สีนี้จะมีความหม่นและความเย็นของสีเขียวอยู่ในนั้น แต่เมื่อนำมาผสมกับน้ำตาล สีจะมีความนุ่มและไม่แข็งจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเลือกเฉดที่มีประกายเขียวหม่นเล็กๆ แทรกอยู่ในพื้นน้ำตาลก็จะยิ่งช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างสีผมกับใบหน้า จนทำให้ช่วยขับให้ผิวดูมีมิติและสว่างขึ้นอย่างพอดี
3. มีมิติกว่าสีน้ำตาลทั่วไป
ความน่าสนใจที่ถือว่าเป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งคือเวลาสี Mint Brown อยู่ในที่ร่มอาจดูเป็นเพียงน้ำตาลหม่นธรรมดา แต่เมื่อโดนแสงแรงๆ หรือแสงธรรมชาติสีผมกลับมีประกายสีเขียวขึ้นมา ทำให้ผมดูมีมิติมากกว่าการย้อมสีน้ำตาลแบบเดิมๆ ซึ่งมักจะให้สีแค่มิติเดียว ไม่ได้เล่นแสงเหมือนสี Mint Brown
4. มีความละมุนและให้ลุคที่ดูซอฟต์ แต่ยังสนุกได้
ถ้าสีเขียวสดๆ คือสีที่ให้ความรู้สึกสนุกและโดดเด่น สี Mint Brown ก็เปรียบเหมือนเวอร์ชันที่ลดระดับความจัดจ้านลงมา ทำให้ยังคงเอกลักษณ์ของสีเขียว แต่ถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นของน้ำตาล จึงได้ลุคที่นุ่มนวลและอ่อนโยนกว่า
ความละมุนนี้ยังทำให้สีผมไม่แย่งซีนจากใบหน้าและเสื้อผ้ามากจนเกินไป สามารถแต่งตัวแบบเรียบๆ ได้โดยไม่รู้สึกว่าผมดูโดดออกมาจากลุคทั้งหมด หรือหากวันไหนอยากแต่งตัวมากขึ้น สีก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้ลุคดูน่าสนใจขึ้นได้
สำหรับคนที่อยากทดลองสีแฟชั่นแต่ไม่อยากให้ตัวเองดูเปรี้ยวหรือจัดจ้านเกินไป ผู้เขียนว่าสีน้ำตาลมิ้นต์เป็นจุดกึ่งกลางที่น่าสนใจมาก เพราะยังมีความพิเศษ แต่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหมือนต้องเป็นคนแต่งตัวจัดทุกวัน
5. แต่งหน้าง่าย ได้ทั้งลุคสายฝอและสายเกา
อีกข้อดีที่ทำให้สี Mint Brown ใช้งานง่ายกว่าสีเขียวหรือฟ้าแบบจัดเต็ม คือพื้นสีน้ำตาลช่วยทำให้สีผมยังคงเข้ากับโทนการแต่งหน้าหลากหลายแบบ ตั้งแต่การแต่งหน้าเบาๆ ผิวใส แก้มชมพู และริมฝีปากสีธรรมชาติตามสไตล์สาวเกาหลี ไปจนถึงการแต่งตาคม กรีดตาชัด และเพิ่มสีปากที่เด่นขึ้นมาแบบลุคสายฝอ
สำหรับการแต่งหน้าให้เข้ากับผมสีนี้ ผู้เขียนมองว่าหากอยากได้ลุคหวานละมุนก็อาจจะจับคู่กับโทนชมพู พีช หรือสีอ่อนๆ ซึ่งเป็นโทนที่จะทำให้หน้าและผมดูละมุนไปพร้อมกัน แต่ถ้าเป็นวันที่อยากได้ลุคเฉี่ยวขึ้นมาอีกนิด ก็สามารถหยิบโทนน้ำตาลเข้ม แดงก่ำ หรือสีปากที่มีความชัดขึ้นมาใช้ได้ ซึ่งสไตล์นี้ก็จะทำให้หน้าดูโดดเด่นขึ้น โดยที่สีผมก็ยังกลมกลืนไปได้อยู่
ผู้เขียนชอบตรงที่สีนี้ไม่ได้บังคับให้เราต้องแต่งหน้าไปในทิศทางเดียว เพราะบางครั้งสีผมแฟชั่นจัดๆ อาจทำให้ต้องคิดมากขึ้นว่า “วันนี้จะแต่งหน้ายังไงไม่ให้ทุกอย่างดูตีกัน” แต่สี Mint Brown กลับเปิดพื้นที่ให้ลองเล่นกับใบหน้าได้มากกว่า
6. เป็นสีที่อยู่เหนือกาลเวลา ต่อให้หมดเทรนด์ก็ยังสวย
ต่อให้วันหนึ่งสี Mint Brown ไม่ได้เป็นสีที่ถูกพูดถึงมากเท่าวันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าสีนี้จะกลายเป็นสีที่ดูตกยุค เพราะหัวใจสำคัญของมันยังอยู่ที่ “สีน้ำตาล” ซึ่งเป็นสีผมที่มีความเป็นธรรมชาติและเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายอยู่แล้ว ส่วนประกายเขียวหม่นที่เติมเข้ามาก็ทำหน้าที่สร้างความแตกต่างมากกว่าจะเปลี่ยนบุคลิกของสีทั้งหมด
นี่จึงเป็นสีที่ผู้เขียนมองว่าน่าจะอยู่กับเราได้นานกว่าสีแฟชั่นที่ชัดเจนบางเฉด เพราะเมื่อสีเริ่มจางลง ความเขียวจะค่อยๆ ลดความเด่นและเปิดทางให้พื้นน้ำตาลดูชัดขึ้น จึงเป็นหนึ่งในสีที่ผู้เขียนเชื่อว่าต่อให้สีเฟดไปก็ยังสวยได้โดยไม่จำเป็นต้องรีบกลับไปย้อมใหม่ทันที หรือต่อให้เทรนด์ผันไปสีนี้ก็ยังดูไม่แปลกหรือเฉยนั่นเอง
ก็จบไปกับ 6 ข้อดีที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นเสน่ห์ของสี Mint Brown ที่ทำให้มันดูมีค่ากว่าการเป็น “สีผมมาแรง” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ตรงที่มันเป็นสีที่หยิบความสนุกของสีแฟชั่นมาปรับให้เข้ากับชีวิตจริงมากขึ้น เป็นสีที่ยังมีอะไรให้มองเมื่อโดนแสง แต่ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าต้องแต่งตัวหรือแต่งหน้าให้เข้ากับผมตลอดเวลา
ผู้เขียนจึงคิดว่าสำหรับใครที่กำลังอยากเปลี่ยนสีผมแต่ยังลังเลระหว่าง “ทำสีที่กำลังเป็นกระแส” กับ “เลือกสีที่ใช้ได้นาน” สีน้ำตาลมิ้นต์จึงอาจเป็นทางสายกลางที่น่าสนใจ เพราะได้ความสดใหม่โดยไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติ และต่อให้กระแสเปลี่ยนไปสีผมก็ยังคงมีความ
MAKE UP'Mint Choc Makeup' เทรนด์ใหม่ที่เปลี่ยนรสชาติหวานเย็นฉ่ำใจให้กลายเป็นเมกอัปสุดเก๋!




