ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน งานรับปริญญา งานแต่งงาน หรืออีเวนต์ที่ต้องแต่งหน้าตลอดทั้งวัน ‘รองพื้น Long-wear’ ถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ช่วยให้เมกอัพยังคงดูสดใหม่โดยไม่ต้องเติมบ่อย ปัจจุบันรองพื้น Long-Wear ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์มากกว่าความติดทน เพราะหลายสูตรยังให้ความรู้สึกบางเบา ควบคุมความมัน พร้อมผสานส่วนผสมบำรุงผิว เพื่อให้รองพื้นแนบสนิทกับผิวและคงความสวยได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกหนักหน้า
รองพื้น Long-Wear ต่างจากรองพื้นทั่วไปอย่างไร?
รองพื้น Long-Wear ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงเรื่องความติดทน แต่ยังอาศัยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เม็ดสีและเนื้อรองพื้นยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Film-forming Polymers, Flexible Pigment Technology หรือเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมความมันและความชื้นบนผิว จึงลดโอกาสเกิดคราบ สีดรอประหว่างวัน หรือการหลุดลอกจากเหงื่อและความชื้น ขณะเดียวกัน หลายแบรนด์ยังเติมส่วนผสมบำรุง เช่น กรดไฮยาลูรอนิก สารสกัดจากพืช และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อให้รองพื้นยังคงสวมใส่สบายแม้ต้องแต่งหน้าต่อเนื่องหลายชั่วโมง
วิธีเลือกรองพื้นที่ติดทน
แน่นอนว่าวันรับปริญญาแทบจะไม่ต่างกับการไปอาบแดดกลางแจ้งเลย เพราะมันทั้งร้อน อับชื้น และเหนอะหนะ แต่ความโหดของวันรับปริญญาคือเราต้องเดิน ต้องวิ่ง ต้องเบียดเสียดกับผู้คนตลอดเวลา ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่จะทำให้ “เหงื่อออกง่าย” เป็นพิเศษ ดังนั้นรองพื้นวันรับปริญญาจำเป็นจะต้องติดทนเป็นพิเศษ
1. เลือกสูตรที่ช่วยกันน้ำและความชื้น
ควรมองหาสูตรที่ระบุว่า Long wear, Long Lasting, Waterproof, Sweat Proof, Tranfer-resistent เพราะเนื้อรองพื้นจะติดทนและยึดเกาะกับผิวได้ดีตลอดทั้งวัน
2. ใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนดการเลือกเฉดสี
การเลือกรองพื้นให้ตรงกับสีผิวจะช่วยให้ใบหน้าดูธรรมชาติ ไม่ลอยจนเกินไป และเวลาถ่ายรูปออกมาแฟลชก็จะช่วยให้หน้าผ่องกำลังดี ไม่ขาวเกินไป อย่างไรก็ตาม รองพื้นที่สีตรงกับผิวในบางครั้งเมื่ออยู่บนหน้าไปเรื่อยๆ สีอาจดรอปหรือเข้มขึ้นได้ระหว่างวัน ทำให้หน้าดูหมอง
ดังนั้น ถ้าใครรู้ตัวว่าอยากได้รองพื้นติดทนแต่ไม่ได้ใช้หน้าตลอดทั้งวัน การเลือกรองพื้นที่" สีตรงกับสีผิว" ก็ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้เมกอัปตั้งแต่เช้าจรดควรเลือกสีรองพื้นที่ "อ่อนกว่าสีปกติหนึ่งเฉด" เพื่อให้สีเข้มพอดีกับผิวในช่วงเวลาต่อไป
Tips: หากไม่มั่นใจกับรองพื้นที่สีสว่างกว่าผิว ควรใช้คอนทัวร์หรือบรอนเซอร์ช่วยลดความสว่างและสร้างมิติให้กรอบหน้าในช่วงที่รองพื้นยังขาวกว่าปกติ
3. เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว
ควรดูว่ารองพื้นที่ชอบเป็นสูตรที่เหมาะกับผิวหรือไม่ เพราะแต่ละสูตรสำหรับแต่ละสภาพผิวมักมีส่วนผสมที่ช่วยแก้ปัญหาที่ผิวแต่ละแบบต้องเจอ
- ผิวมัน: ควรเลือกรองพื้นที่มีความแมตต์ซึ่งมีข้อดีเรื่องการควบคุมความมัน ลดความเยิ้มระหว่างวัน
- ผิวแห้ง: แม้จะอยากได้รองพื้นติดทนเหมือนสูตรแมตต์ที่คนผิวมันใช้ แต่จริงๆ คนผิวแห้งไม่ควรเลือกให้รองพื้นที่แมตต์เกินไป แต่ควรเลือกรองพื้นที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid หรือ Glycerin เพราะบางรุ่นมักมีส่วนผสมที่ช่วยดูดความมัน ซึ่งจะยิ่งทำให้หน้าแห้งและเป็นคราบกว่าเดิม
- ผิวผสม: ควรเลือกรองพื้นสูตรกึ่งแมตต์จำพวก Soft Matte เพราะให้ทั้งความติดทนและการคุมมับริเวณ T-zone แต่จะไม่หนักหน้าเกินไปสำหรับบริเวณกรอบหน้าที่มีความแห้ง
5 รองพื้น Long-wear ที่ขึ้นแท่นในใจสายบิวตี้
1 / 5
1.Sublimage L'Essence De Teint (ราคา 6,000 บาท) จาก CHANEL
อีกขั้นของงานผิวจาก CHANEL กับรองพื้น Long-wear เนื้อเซรั่มที่ยกระดับผิวให้ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการผสานสารสกัดจาก Vanilla Planifolia เข้ากับอนุภาคกระจายแสงและพิกเมนต์สี เนื้อสัมผัสบางเบาราวผิวชั้นที่สอง มอบฟินิชผิวเรียบเนียนและดูฉ่ำโกลว์ พร้อมความรู้สึกชุ่มชื้นสบายผิวยาวนานตลอดวัน
- ส่วนผสมเด่น: Vanilla Planifolia Water, Vanilla Planifolia Extract และ Diamond Powder ช่วยบำรุงผิวพร้อมมอบความเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
- ฟินิช: Glow ให้ฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ ดูอิ่มน้ำและสุขภาพดี แต่ไม่ดูมันเยิ้ม เพราะผิวจริงที่ได้รับการบำรุงจากรองพื้นเนื้อเซรั่มที่มีส่วนผสมสกินแคร์อย่างเต็มที่
- การคุมมัน: ปานกลาง เหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง เพราะ Sublimage L'Essence De Teint เน้นช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวมากกว่าการควบคุมความมัน จึงอาจต้องใช้แป้งเซ็ตในบริเวณ T-Zone หากเป็นผิวผสม
- ความติดทน: ติดทนสูงมากตลอดวัน ที่สำคัญเนื้อรองพื้นแนบสนิทกับผิว สีไม่ดรอปง่าย แม้ให้ฟินิชโกลว์
- การปกปิด: Light-Medium ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกปิดรอยแดงหรือจุดด่างดำเล็กน้อย แต่ช่วยให้ผิวจริงดูสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือผู้ที่ต้องการรองพื้นระดับลักชัวรี่ที่ให้ทั้งการบำรุงและงานผิว
- Experience: เนื้อเซรั่มรองพื้นบางเบา แนบสนิทกับผิว ให้การปกปิดระดับปานกลางที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมฟินิชโกลว์สุขภาพดี และยังคงความสบายผิวแม้แต่งหน้าตลอดวัน
2 / 5
2.Double Wear Stay-in-Place Foundation (ราคา 2,500 บาท) จาก ESTEE LAUDER
หากพูดถึงรองพื้น Long-wear ต้องขอยกให้ Estée Lauder Double Wear ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุมมัน กันเหงื่อ เนื้อรองพื้นแมตต์ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และปกปิดดี สามารถเบลอรูขุมขน รอยสิว และจุดด่างดำได้ดี ที่สำคัญคือไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน แม้ต้องอยู่กลางแดด เนื้อรองพื้นอาจดูแน่นในช่วงแรก แต่พอเซ็ตตัวแล้วจะกลืนไปกับผิว ไม่เป็นคราบ หรือดรอปลง เหมาะกับคนที่มีผิวมัน หรือผิวผสม หรือคนที่ต้องการรองพื้นที่คุมมันและติดทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น
- ส่วนผสมเด่น: InvisiFlex Technology พร้อม Oil-controlling Polymers ช่วยให้รองพื้นยืดหยุ่นไปกับผิวและติดทนนาน
- ฟินิช: รองพื้นเนื้อแมตต์ให้ผิวดูเนียนกริบแต่ยังมีมิติ ไม่แห้งหรือแบนจนเกินไป ช่วยลดความมันส่วนเกิน พร้อมให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ
- คุมมัน: สูงมาก ควบคุมความมันได้ยอดเยี่ยม แม้อยู่ในอากาศร้อนหรือมีเหงื่อ ผิวยังคงดูสดใหม่โดยไม่เยิ้มง่าย
- ความติดทน: สูงมาก หนึ่งในรองพื้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความติดทน สีไม่ดรอประหว่างวัน ทนเหงื่อและความชื้นได้ดี เหมาะกับวันที่ต้องแต่งหน้าหลายชั่วโมง เช่น ออกอีเวนต์ รับปริญญา หรืองานคอนเสิร์ต
- การปกปิด: Medium-Full ปกปิดรอยสิว จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ดี สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อการปกปิดที่มากขึ้นโดยไม่เป็นคราบ
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมถึงผิวมัน หรือผู้ที่ต้องการรองพื้นติดทนสำหรับวันที่ต้องแต่งหน้าหลายชั่วโมง
- Experience: ให้การปกปิดระดับกลางถึงสูง เซตตัวเป็นฟินิชกึ่งแมตต์ คุมมันดี และขึ้นชื่อเรื่องความติดทนแม้เจอเหงื่อหรืออากาศร้อน
3 / 5
3.Light Reflecting Foundation (ราคา 2,200 บาท) จาก NARS
หากต้องการได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รองพื้น Long-wear จาก NARS Light Reflecting ก็ตอบโจทย์สุดๆ เพราะมอบฟินิชที่ดูเป็นงานผิวแบบกึ่งแมตต์-กึ่งโกลว์ ไม่แมตต์จนแห้งไป แต่ก็ไม่ฉ่ำจนมันเยิ้ม เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวดูสดชื่นและมีมิติ จุดเด่นสำคัญคือมีเทคโนโลยีสะท้อนแสง ทำให้เวลาโดนแฟลชหรือถ่ายรูปออกมาผิวจะดูโกลว์กำลังดี นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ทำให้เกิดคราบแห้งหรือเป็นขุย เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาและผิวแห้งที่ต้องการรองพื้นติดทนแต่ไม่หนักหน้า
- ส่วนผสมเด่น: Biomimetic Oat, Japanese Lilyturf และ Cacao Peptides ช่วยเสริมการกักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก
- ฟินิช: ให้ฟินิชผิวแบบ Luminous กระจายแสงได้ดี ผิวดูเรียบเนียนแบบกึ่งแมตต์กึ่งโกลว์จึงดูเล่นแสงและเงาสวยตลอดเวลา
- การคุมมัน: ปานกลาง ควบคุมความมันได้ในระดับกำลังดี เหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวผสม แต่สำหรับผิวมันอาจต้องซับหน้าหรือเติมแป้งระหว่างวัน
- ความติดทน: สูง รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดี ให้ผิวสวยต่อเนื่องหลายชั่วโมง พร้อมคงความกระจ่างใสโดยไม่เป็นคราบง่าย
- การปกปิด: Medium to Full Coverage ปกปิดรอยแดงและจุดด่างดำในระดับพอดี พร้อมให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ สามารถบิ้วดต์เพิ่มได้ในจุดที่ต้องการ
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง และต้องการรองพื้นที่ให้ลุคผิวโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- Experience: เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใส พร้อมความติดทนในระดับดีโดยไม่ทำให้ผิวดูแห้ง
4 / 5
4.Unlimited Breathable Lasting Foundation (ราคา 2,300 บาท) จาก SHU UEMURA
รองพื้น Long-wear ในตำนานของแบรนด์ ที่หลายคนยกให้เป็นไอเท็มงานผิวที่ใช้แล้วผิวดูสวยแบบไม่พยายาม ด้วยสัมผัสเนื้อแมตต์/กึ่งแมตต์ที่บางเบา สบายผิว เกลี่ยง่าย ไม่รู้สึกหนักหน้า แต่ให้ฟินิชผิวเนียนละเอียด ดูสมูท ช่วยเบลอรูขุมขนและควบคุมความมันได้ดีระหว่างวัน จุดเด่นคือการออกแบบมาเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ ทั้งเฉดสีและเนื้อสัมผัสที่เข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้น ให้การปกปิดกำลังดีถึงสูง สามารถบิ้วเพิ่มได้โดยไม่ดูหนา ติดทนนาน เหมาะทั้ง Everyday ลุคและวันที่ต้องการความเป๊ะยาวนาน
- ส่วนผสมเด่น: Japanese Camellia Oil และ Breathable Technology ช่วยให้รองพื้นติดทนแต่ยังคงความสบายผิว
- ฟินิช: Soft Matte ให้ลุคผิวแมตต์เนียนละเอียด เบลอรูขุมขน แต่ยังคงความสดชื่น ไม่แห้งด้านจนดูหนักจนเกินไป
- การคุมมัน: ควบคุมความมันได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ช่วยให้ผิวดูสวยและไม่เยิ้มได้ยาวนาน
- ความติดทน: รองพื้นมีความติดทนสูงมาก ทนเหงื่อและความชื้น พร้อมคงสภาพเมกอัปได้ดีโดยไม่หลุดเป็นคราบ
- การปกปิด: Medium-Full ปกปิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยแดง และรูขุมขนได้ดี และทาเพิ่มได้เรื่อยๆ โดยยังคงความบางเบา
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมหรือผิวมัน และต้องการรองพื้นที่ทนต่ออากาศร้อนและความชื้น
- Experience: เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ฟินิช Natural Semi-Matte ช่วยเบลอรูขุมขนและคงสภาพเมกอัพได้ยาวนาน
5 / 5
5.Studio Fix Fluid SPF 15 (ราคา 2,200 บาท) จาก MAC COSMETICS
เรียกว่าเป็นรองพื้นระดับมือโปรฯ เลยที่เดียว สำหรับรองพื้น Long-wear จาก MAC ตัวนี้ ทั้งเป็นที่นิยมในหมู่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ แถมยังตอบโจทย์วันรับปริญญาสุดๆ ด้วยคุณสมบัติปกปิดแน่น คุมมันเยี่ยม และติดทนตลอดวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าดรอป หรือจะดูหมองคล้ำ จุดเด่นของรองพื้นตัวนี้อีกอย่างคือช่วยเบลอรูขุมขนและรอยสิวได้ดีมาก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน และต้องการรองพื้นที่ปกปิดได้ดีโดยไม่ดูหนามากเกินไป เนื้อแมตต์ของรองพื้นยังช่วยให้ผิวดูสดใส ไม่มันวาวเกินไป ทำให้ไม่ต้องคอยซับหน้าบ่อยๆ เหมาะกับคนผิวมันและผิวผสมที่ต้องการเน้นคุมความมัน
- ส่วนผสมเด่น: Oil-absorbing Powders และ SPF 15 ช่วยควบคุมความมันพร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี
- ฟินิช: ให้ผิวแมตต์แบบ 100% เรียบเนียน ลดความเงามัน เหมาะกับผู้ที่ชอบลุคผิวแมตต์ที่ดูแน่น เป๊ะ และติดทนตลอดวัน
- การคุมมัน: สูงมาก ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผิวผสมถึงผิวมัน และการแต่งหน้าที่ต้องอยู่ทั้งวัน
- ความติดทน: สูงมาก ติดทนยาวนาน สีไม่ดรอปง่าย และยังคงการปกปิดแม้เจอเหงื่อหรืออากาศร้อน
- การปกปิด: Medium-Full ปกปิดรูขุมขน รอยสิว และจุดด่างดำได้อย่างดี แต่ยังเพิ่มเลเยอร์เพื่อความปกปิดที่มากขึ้นโดยไม่ดูหนาหนักเกินไป
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมถึงผิวมัน และต้องการการปกปิดระดับกลางถึงสูง
Experience: ให้ฟินิชแมตต์ที่ดูเรียบเนียน สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อการปกปิดที่มากขึ้นได้โดยไม่ดูหนา พร้อมความติดทนที่เหมาะกับการแต่งหน้าตลอดวัน
How to ลงรองพื้น Long-Wear ให้ติดทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น
การเลือกรองพื้น Long-wear เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้องการให้เมกอัพคงสภาพสวยตลอดวัน การเตรียมผิวและวิธีลงรองพื้นก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
1. เตรียมผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และรอให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิวก่อนลงรองพื้น
2. ใช้ไพรเมอร์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว เช่น สูตรควบคุมความมันหรือสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น
3. ลงรองพื้นเป็นชั้นบางๆ แล้วค่อยเพิ่มการปกปิดเฉพาะบริเวณที่ต้องการ แทนการลงหนาทั่วใบหน้า
4. ใช้ฟองน้ำหมาดกดเบาๆ หลังลงรองพื้น เพื่อให้เนื้อรองพื้นแนบสนิทกับผิวมากขึ้น
5. เซ็ตเมกอัพด้วยแป้งฝุ่นเฉพาะบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดความมัน และปิดท้ายด้วยเซ็ตติ้งสเปรย์เพื่อช่วยล็อกเมกอัพให้ติดทนยิ่งขึ้น
ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับรองพื้นสูตร Long-wear
Q : รองพื้นติดทนที่สุดสำหรับวันรับปริญญาคืออะไร?
A : ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีสภาพผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าในวันรับปริญญาหรือวันที่มีอีเวนต์สำคัญที่ต้องใช้เมกอัปทั้งวัน รองพื้นที่เหมาะที่สุดกับงานประเภทนี้คือรองพื้นกลุ่ม Long-Wear และWaterproof แบบ Sublimage L'Essence De Teint จาก CHANEL เป็นต้น เพราะสูตรเหล่านี้มักถูกออกแบบมาให้ติดทนตลอดวันและทนต่อความชื้นได้ดี ซึ่งเหมาะกับงานรับปริญญามาก
Q : หลังทารองพื้น Long-wear จำเป็นต้องฉีดสเปรย์ล็อกเครื่องสำอางอีกหรือไม่?
A : จำเป็น เพราะแม้รองพื้นจะเคลมว่าเป็นสูตรที่ติดทนแต่ถ้าอยู่บนใบหน้าไประหว่างวันความมันของผิว สภาพอากาศ ความชื้น และเหงื่อก็สามารถทำให้รองพื้นหลุดได้เช่นกัน ดังนั้นการฉีดสเปรย์ล็อกเครื่องสำอางก็จะยิ่งทำให้รองพื้น Long-wear ที่ลงไปก่อนหน้าติดทนขึ้นกว่าเดิมและช่วยให้รองพื้นแนบเนียนเป็นเอเดียวกับผิวมากขึ้น
Q: ทำอย่างไรให้รองพื้นไม่เป็นคราบระหว่างวัน?
A: จริงอยู่ที่ความชุ่มชื้นบนใบหน้าที่มากเกินไปอาจทำให้รองพื้นเป็นคราบหรือหลุดง่าย แต่การไม่บำรุงสกินแคร์ก่อนลงรองพื้นเลยก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้รองพื้นเป็นคราบ ดังนั้นถ้าอยากให้รองพื้นไม่เป็นคราบ สิ่งแรกที่ควรทำคือการบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นกำลังดี ตามด้วยการใช้ไพร์มเมอร์ให้เหมาะดับสภาพผิว จากนั้นเซ็ตเมกอัปด้วยแป้งโปร่งแสง และตบท้ายด้วยสเปรย์ล็อกเครื่องสำอางเพื่อความติดทนสูงสูดและลดโอกาสเป็นคราบระหว่างวัน
Q : รองพื้นที่ใช้ในวันรับปริญญาหรือวันที่มีอีเวนต์สำคัญควรปกปิดระดับไหน?
A : โดยทั่วไปควรเป็นสูตร Medium ถึง Full Coverage จะที่สุด เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนและถ่ายรูปออกมาสวย แต่ถ้าไม่ชอบความแน่นหรือปกปิดเกินไป การใช้รองพื้นที่ให้การปกปิดแบบ Sheer Coverage หรือ Light Coverage ก็ใช้ได้เช่นกัน และอาจเน้นการปกปิดผ่านไอเท็มอื่นๆ เช่น คอเรกเตอร์ คอนซีลเลอร์ และแป้งผสมรองพื้นแทน

