Vogue Beauty Thailand

HAIR

รวม 6 Hair mist กลิ่นดีฟีลลุกคุณหนูจากแบรนด์แฟชั่นดัง เพื่อผมหอมฟุ้งติดทนตลอดทั้งวัน

มาทำให้ผมหอมด้วยกลิ่นสุดหรูกัน!

27 พฤษภาคม 2569

สำหรับผู้เขียนบางครั้งความหอมที่น่าจดจำที่สุด ไม่ได้มาจากกลิ่นน้ำหอมบนตัวเสมอไป แต่มาจากกลิ่นผมที่โดนลมพัดเสียมากกว่า เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนเริ่มรู้สึกว่าน้ำหอมตัวอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เพราะต่อให้ตัวหอมแค่ไหน แต่พอลมพัดแล้วเส้นผมไม่มีกลิ่นอะไรเลย ก็ชวนให้รู้สึกเฟลๆ อยู่ไม่น้อย ซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยมีโมเมนต์แบบเดียวกัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ช่วงหลัง Hair Mist ถึงกลายเป็นไอเท็มลูกรักของสายบิวตี้มากๆ เพราะนอกจากช่วยให้ผมหอมแล้ว หลายแบรนด์ยังออกแบบมาให้มีส่วนผสมที่อ่อนโยนกับเส้นผมมากกว่าการฉีดน้ำหอมร่างกายปกติลงบนผมตรงๆ บางตัวช่วยเพิ่มความเงา บางตัวช่วยลดกลิ่นอับระหว่างวัน หรือบางตัวก็ให้ฟีลเหมือนเพิ่งเดินออกจากซาลอน

โดยเฉพาะ Hair Mist จากแฟชั่นเฮาส์ต่างๆ ที่ไม่ได้แค่ส่งกลิ่นหอม แต่ยังถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแบรนด์ออกมาได้ชัดมาก ผ่านตั้งแต่กลิ่นจนถึงแพ็กเก็จจิ้งสุดสวย วันนี้ผู้เขียนจึงอยากรวม 6 แฮร์มิสต์ที่ผู้เขียนรู้สึกว่า ทั้งกลิ่นหอม แพ็กเกจดีที่ไม่ว่าจะหยิบขึ้นมาฉีดกี่ทีก็ฟินและทำให้บิวตี้ลุคดูคอมพลีตขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียวมาฝากสาวๆ กัน

 

DIOR - La Collection Privée Christian Dior Hair Perfume

หากใครกำลังมองหาแฮร์มิสต์กลิ่นพรีเมียมขั้นสุด ผู้เขียนขอยกให้ La Collection Privée Hair Perfume ของ Dior แบบไม่ลังเลเลย โดยสิ่งที่ทำให้ไลน์นี้พิเศษกว่าแฮร์มิสต์รุ่นอื่นๆ ของดิออร์คือมันไม่ได้ให้ฟีลเหมือนแฮร์มิสต์ปกติ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนน้ำหอมเข้มข้นที่สามารถใช้กับตัวได้ เพียงแต่มันออกแบบมาเพื่อผมโดยเฉพาะ กลิ่นที่ได้จึงมีความนุ่มขึ้น เบาลง และฟุ้งกระจาย และแม้จะมีให้เลือกหลายกลิ่นแต่ทุกๆ กลิ่นล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองทั้งสิ้น รองรับตั้งแต่สาย Floral จนถึงสาย Woody ดาร์กๆ เลยทีเดียว

นอกจากนี้สิ่งที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือเวลาเดินผ่านลมหรือขยับผมไปมา กลิ่นจะลอยขึ้นมาเบาๆ แบบไม่รุนแรงเลย ทั้งยังไม่ทำให้ผมแห้งเหมือนเวลาฉีดน้ำหอมปกติลงบนเส้นผมตรงๆ อีกด้วย

ความติดทน

  • 3 – 6 ชั่วโมง ซึ่งดีพอสมควร โดยเฉพาะถ้าฉีดช่วงปลายผม
  • กลิ่นจะค่อยๆ soft ลงระหว่างวัน ไม่หายวับไปทันที

เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบกลิ่นหอมจัดๆ
  • คนที่อยากแปลี่ยนกลิ่นบ่อยๆ เพราะมีให้เลือกหลากหลาย

ขนาด / ราคา

  • 40 ml. / 4,300 บาท
Article

HERMES - Un Jardin sur le Nil Perfumed Hair Mist

Un Jardin sur le Nil เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ผู้เขียนรู้สึกว่าสดชื่น โปร่งๆ ที่สุด แต่ไม่ใช่แบบ Citrus สว่างๆ โดยทั่วไป แต่มีความ Green และ Woody ก็คือทั้งเฟรชและนุ่มลึกในเวลาเดียวกัน สมกับเป็นกลิ่นที่ได้แรงบันดาลใจมากจากสวน Aswan ประเทศอียิปต์ที่เต็มไปด้วยหมู่มวลไม้นานาพันธุ์จริงๆ

กลิ่นเปิดมาจะมีความเขียวสดชื่นคล้ายมะม่วงดิบบางๆ ผสมกลิ่นหอม floral สะอาดๆ จากดอกบัว ก่อนจะตบท้ายด้วยความแน่นจากไม้ซิคามอร์ ทำให้ภาพรวมรู้สึกเบาสบายสุดๆ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสม active ที่ช่วยให้ผมดูเงางาม และนุ่มละมุนขึ้นโดยไม่ทำให้รู้สึกหนักหัวหรือผมแห้งขึ้น

โดยส่วนตัวผู้เขียนมองว่า Hair Mist ตัวนี้เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบกรุงเทพฯ สุดๆ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งสระผมใหม่ตลอดเวลา เพียงแต่มันไม่ได้เป็นกลิ่นเหมือนแชมพูทั่วๆ ไป หากแต่เป็นกลิ่นที่มีความเก๋และยูนีคกว่าปกติ ซึ่งพอฉีดแล้วดูสะอาดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นที่เซฟมากในแง่ของการใช้ทุกวัน เพราะไม่รบกวนคนรอบข้างเกินไป แต่คนใกล้ตัวจะได้กลิ่นแน่นอน

ความติดทน

  • 3 – 6 ชั่วโมง ซึ่งดีพอสมควร แต่ด้วยกลิ่นที่มีความเบาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอาจต้องฉีดเพิ่มระหว่างวันหากอยากได้กลิ่นที่ชัดขึ้น

เหมาะกับใคร

  • คนที่ไม่ชอบกลิ่นหวานจนเกินไป
  • สาวๆ สาย clean girl
  • คนที่ชอบกลิ่นแบบสะอาด สดชื่น

ขนาด / ราคา

  • 30 ml. / 3,400 บาท
Article

CELINE – Reptile Brume Cheveux

ผู้เขียนรู้สึกว่า CELINE เป็นแบรนด์ที่ทำกลิ่นของคนมีเทสต์ได้เก่งมาก และกลิ่น Reptile ใน Brume Cheveux ก็เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดสุดๆ เพราะแฮร์มิสต์ของ CELINE ไม่ใช่กลิ่นที่ทุกคนจะเข้าใจทันทีตั้งแต่ครั้งแรก เพราะมันไม่ได้หวาน ไม่ fruity และไม่ได้สดใสแบบแฮร์มิสต์ทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นที่ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งรู้สึกว่าหอมสุดๆ

มีความกลิ่นโทนหนัง ซึ่งได้มาจากการผสมไม้ซีดาร์ พริกไทย ทรีมอส และมัสก์เข้าด้วยกัน จนเกิดกลิ่นที่มีความวินเทจนิดๆ ผสมกลิ่นสะอาด เหมาะมากกับการฉีดผม ทั้งยังมาพร้อทมส่วนผสมธรรมชาติกว่า 96.4% จึงหมดกังวลเรื่องทำลายเส้นผมไปได้เลย

อีกเรื่องที่ต้องชมคือแพ็กเกจจิ้งที่มีความคลีน สวย และมินิมัลตามสไตล์ CELINE วางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วดูเก่สุดๆ

ความติดทน

  • 6 – 10 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าดีมาก โดยเฉพาะบนผมแห้ง

เหมาะกับใคร

  • คนชอบกลิ่น musk
  • คนที่อยากได้ signature scent ที่ไม่เหมือนใคร

ขนาด / ราคา

  • 150 ml. / 3,700 บาท
Article

BALMAIN – Signature Hair Perfume

Balmain Hair Couture คือแบรนด์ที่ผู้เขียนรู้สึกว่า “เข้าใจเส้นผม” จริงๆ เพราะเดิมทีแบรนด์นี้ก็โด่งดังเรื่องการออกแบบผมที่เข้าไปกับชุดในแฟชั่นโชว์อยู่แล้ว ยิ่งล่าสุดที่หันมาทำโปรดักส์ไลน์เพื่อผมโดยตรงยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณภาพเลย เพราะ Hair Perfume ของเมซงไม่ได้มีดีแค่กลิ่น แต่ยังทำให้เส้นผมดูสวยขึ้นจริงด้วย

ตัวกลิ่นจะมีความ floral มากๆ เหมือนยกสวนดอกไม้มาทั้งสวน เพราะมีการผสานกลิ่นดอกไม้และกลิ่นไม้ถึง 18 กลิ่น ตั้งแต่โป๊ยกั๊ก ทาร์รากอน ไม้สน ดอกพีช ราสเบอร์รี่ การ์เดเนีย ดอกส้ม กานพลู มะลิ กุหลาบ กระดังงา แอปริคอต โทนกลิ่น ไลแลค & แอมเบอร์ วานิลลา ไม้จันทน์ ไม้ซีดาร์ น้ำส้มสายชูบัลซามิก จนถึงมัสก์ขาว กลิ่นที่ได้จึงมีความหอมละมุน ไม่หวานไปและก็ไม่เข้มเกินในเวลาเดียวกัน

อีกข้อที่ชอบคือมันช่วยเพิ่มวาวและนุ่มให้ผมขึ้นมากๆ เนื่องจากมีส่วนผสมช่วยบำรุงผสมอย่าง Silk Protein และ Argan Elixir infused ที่ช่วยเรื่องการฟื้นฟูเส้นผมแห้งเสีย เรียกได้ว่าให้ทั้งกลิ่นหอมและก็ช่วยให้ผมสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

ความติดทน

  • ติดทนในระดับหนึ่ง

เหมาะกับใคร

  • คนที่ชอบทำ Blowout เพราะมีกลิ่นที่สตรองจึงสามารถเกาะผมที่มีความเบาและฟูได้ดี

ขนาด / ราคา

  • 100 ml. / 5,799 บาท
Article

YSL – Libre Hair Mist

ถ้ากลิ่นก่อนหน้านี้ที่ยกมาให้ฟีลแพงๆ และสดชื่นเบาๆ ตัวนี้คือขั้วตรงข้ามเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นกลิ่นของตัวแม่สายเซ็กซี่จริงๆ 

Libre เป็นกลิ่นที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก ด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์ผสมดอกส้มและวานิลลาทำให้มันมีทั้งความสะอาด ความเฟมินีน และความยั่วยวนในเวลาเดียวกัน และในเวอร์ชั่น Hair Mist ก็ยังรักษาซิกเนเจอร์นั้นไว้ได้ครบ เพียงแต่อาจจะไม่แรงมาก แต่ก็พอจะรู้ได้ว่ามันคือลูกของ Libre น้ำหอมตัวดังของเมซง 

ความติดทน

  • 4 – 6 ชั่วโมง ซึ่งดีพอสมควร แต่กลิ่นมีความชัดอยู่ จึงอาจจะนานกว่านั้น

เหมาะกับใคร

  • คนชอบกลิ่นเซ็กซี่
  • เหมาะฉีดในวันที่มีปาร์ตี้หรือ dinner date
  • คนที่อยากได้กลิ่นที่คนจำได้ง่าย

ขนาด / ราคา

  • 30 ml. / 2,000 บาท
Article

CHANEL – Gabrielle Parfum Cheveux

สำหรับกลิ่นสุดท้ายที่หยิบยกมาแนะนำ ผู้เขียนขอเริ่มด้วยว่าถ้าจะมี Hair Mist สักขวดที่ถ่ายทอดคำว่าลูกคุณหนูออกมาเป็นกลิ่นได้ชัดที่สุด ผู้เขียนคิดว่า Gabrielle ของ CHANEL น่าจะติดอันดับต้นๆ แน่นอน

Gabrielle Parfum Cheveux จะให้กลิ่นแนว floral จากดอกทูเบอโรส มะลิ กระดังงา และดอกส้ม ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะได้กลิ่นที่สว่างๆ โปร่งๆ และเฟมีนีนมาก แต่กลับไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป และดูแพงมากๆ

สิ่งที่ CHANEL ทำเก่งเสมอคือ การทำกลิ่นที่คลาสสิกโดยไม่ดูแก่ ซึ่ง Gabrielle ก็เป็นหนึ่งในนั้น มันใช้ง่ายมาก ใช้ได้ทุกวัน ทุกสถานการณ์ และแทบไม่มีทางทำให้ใครรู้สึกว่ากลิ่นแรงเกินไป และที่สำคัญแพ็กเกจจิ้งของ CHANEL ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใช้

ความติดทน

  • 2 – 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพผมของแต่ละคน ทั้งนี้กลิ่นค่อยๆ ซอฟต์ลงระหว่างวัน

เหมาะกับใคร

  • คนชอบกลิ่น floral ที่มีความสะอาดๆ
  • คนที่อยากได้ Hair Mist ใช้ง่ายในทุกวัน

ขนาด / ราคา

  • 40 ml. / 2,300 บาท

 

Article

สุดท้ายแล้ว Hair Mist อาจเป็นหนึ่งในไอเท็มที่ไม่ได้จำเป็นที่สุดในบิวตี้รูทีน แต่จริงๆ มันถือเป็นสิ่งที่เพิ่มเสน่ห์ให้คนใช้ได้มากกว่าที่คิด เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้ใครสักคนดูน่าจดจำ อาจไม่ใช่อะไรที่ตะโกนจนเกินไป แต่เป็นรายละเอียดเล็กๆ อย่างกลิ่นผมหอมอ่อนๆ เวลาขยับตัวมากกว่า และต้องยอมรับว่า Hair Mist จากแฟชั่นเฮาส์เหล่านี้ ไม่ได้ให้แค่ความหอม แต่ยังมอบความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้คุณสามารถคอมพลีตลุคได้อย่างมั่นใจด้วย