Face Taping

BODY

Face Taping เวิร์กจริงหรือแค่กระแสความงามบนโลกโซเชียล

พาไปสำรวจว่า Face Taping มีหลักการทำงานอย่างไร และได้ผลจริงตามที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลหรือไม่

17 มิถุนายน 2569

        ในโลกของความงามยุคโซเชียลมีเดีย แทบทุกสัปดาห์มักมีเทคนิคดูแลผิวหรือเคล็ดลับชะลอวัยรูปแบบใหม่ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าฟีด ไม่ว่าจะเป็นการนวดหน้าด้วยกัวซา การใช้ลูกกลิ้งน้ำแข็ง ไปจนถึงเทรนด์ล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจอย่าง Face Taping หรือการติดเทปบนใบหน้าระหว่างนอนหลับ ซึ่งหลายคลิปบนแพลตฟอร์มต่างๆ อ้างว่าสามารถช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับผิว และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งหัตถการ เพียงแค่ติดเทปบางๆ บนหน้าผาก หางตา หรือร่องแก้มก่อนเข้านอน แล้วตื่นขึ้นมาพร้อมผิวที่ดูเรียบเนียนกว่าเดิม ฟังดูเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดจนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันได้ผลจริงหรือเป็นเพียงอีกหนึ่งกระแสความงามที่ได้รับความนิยมเพียงชั่วคราว โว้กบิวตี้พามาไขข้อสงสัยว่า Face Taping คืออะไรกันแน่ และวิธีนี้มีหลักการรองรับมากน้อยแค่ไหน?

 

Face Taping คืออะไร?

Face Taping คือเทคนิคการใช้เทปชนิดพิเศษหรือเทปทางการแพทย์ติดลงบนผิวหน้าในบริเวณที่ต้องการลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา หรือรอบปาก แนวคิดเบื้องหลังคือการจำกัดการขยับของกล้ามเนื้อในขณะนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมขมวดคิ้ว ย่นหน้าผาก หรือเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่รู้ตัวในระหว่างคืน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ผู้สนับสนุนวิธีนี้เชื่อว่า เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ผิวก็จะเกิดรอยพับน้อยลงเช่นกัน ส่งผลให้ริ้วรอยดูจางลงเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

 

ทำไม Face Taping ถึงได้รับความนิยม?

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการที่ผู้คนเริ่มมองหาวิธีดูแลผิวที่ไม่ต้องพึ่งเข็ม ไม่ต้องพักฟื้น และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหัตถการความงาม เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อหรือการทำทรีตเมนต์ยกกระชับต่างๆ Face Taping ดูเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคที่สามารถทำได้เองที่บ้าน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และมักให้ผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นได้ทันทีหลังลอกเทปออกในตอนเช้า จึงกลายเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เน้นผลลัพธ์แบบ Before & After

Article

ภาพ: Freepik

Face Taping ช่วยลดริ้วรอยได้จริงหรือไม่?

คำตอบสั้นๆ คือ ‘อาจช่วยได้ในระยะสั้น แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาริ้วรอยในระยะยาว’ สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นหลังลอกเทปออกคือผิวดูเรียบขึ้น รอยพับบางจุดดูตื้นลง และใบหน้าดูสดชื่นขึ้นชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เหล่านี้มักเกิดจากการที่ผิวถูกตรึงให้อยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลาหลายชั่วโมง คล้ายกับการรีดรอยยับบนเนื้อผ้า เมื่อเทปถูกนำออก ผิวจึงดูเรียบขึ้นชั่วคราว แต่ริ้วรอยที่เกิดจากกระบวนการเสื่อมตามวัย การสูญเสียคอลลาเจน หรือความหย่อนคล้อยของโครงสร้างผิว ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการติดเทปเพียงอย่างเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง Face Taping ไม่ได้ทำให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น และไม่ได้ช่วยยกกระชับชั้นผิวในเชิงโครงสร้างเหมือนหัตถการทางการแพทย์

 

Face Taping คล้ายกับการฉีดโบท็อกซ์หรือไม่?

แม้หลายคนจะเรียก Face Taping ว่าเป็น ‘โบท็อกซ์เวอร์ชันประหยัด’ แต่ในความเป็นจริงทั้งสองวิธีทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การฉีดสารคลายกล้ามเนื้อทำงานโดยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ทำให้รอยย่นจากการแสดงสีหน้าดูลดลงเป็นเวลาหลายเดือน ในขณะที่ Face Taping เป็นเพียงการจำกัดการเคลื่อนไหวจากภายนอกชั่วคราว เมื่อถอดเทปออก กล้ามเนื้อก็สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นจึงไม่สามารถให้ผลลัพธ์ในระดับเดียวกันหรืออยู่ได้นานเทียบเท่าหัตถการทางการแพทย์

 

Face Taping อาจมีประโยชน์ในกรณีใดบ้าง?

แม้จะไม่ใช่วิธีลดริ้วรอยแบบถาวร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Face Taping จะไม่มีประโยชน์เลย สำหรับบางคน เทคนิคนี้อาจช่วยให้ตระหนักถึงพฤติกรรมการเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เช่น การขมวดคิ้วระหว่างนอน หรือการแสดงสีหน้าซ้ำๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยในระยะยาว นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดการเกิดรอยพับจากท่านอนในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้ที่นอนตะแคงเป็นประจำและมักตื่นมาพร้อมรอยกดทับบนผิวหน้า อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในระดับเดียวกับการรักษาทางการแพทย์

Article

ภาพ: Freepik

มีความเสี่ยงหรือข้อควรระวังหรือไม่?

แม้จะดูเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ Face Taping ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เช่น การระคายเคืองผิว ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายอาจเกิดอาการแดง คัน หรือระคายเคืองจากกาวที่อยู่บนเทปได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือการดึงรั้งผิวมากเกินไป เพราะการติดเทปด้วยแรงดึงที่มากเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง หรือในบางกรณีอาจส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นได้หากทำอย่างไม่เหมาะสมเป็นประจำ แถมยังไม่เหมาะกับผิวที่กำลังระคายเคือง ผู้ที่กำลังใช้กรดผลัดเซลล์ผิว เรตินอล หรือมีภาวะผิวอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการติดเทปบนบริเวณที่ผิวอ่อนแอ เพราะอาจทำให้เกิดการลอกหรือบาดเจ็บของผิวได้

 

บทสรุป

Face Taping เป็นหนึ่งในเทรนด์ความงามที่สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้คนต่อการดูแลผิวแบบไม่รุกรานและสามารถทำได้เองที่บ้าน แม้จะมีเหตุผลทางทฤษฎีที่พออธิบายได้ว่าทำไมผิวจึงดูเรียบขึ้นหลังใช้งาน แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าสามารถลดริ้วรอยหรือยกกระชับผิวได้อย่างถาวร หากมอง Face Taping เป็นตัวช่วยชั่วคราวในการลดรอยพับจากการนอนหรือช่วยเตือนให้ลดพฤติกรรมการเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้า ก็อาจเป็นเทคนิคที่น่าสนใจสำหรับบางคน แต่หากคาดหวังผลลัพธ์ในระดับการชะลอวัยหรือการยกกระชับอย่างเห็นได้ชัด การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและการเลือกใช้วิธีที่มีงานวิจัยรองรับยังคงเป็นคำตอบที่น่าเชื่อถือมากกว่า เพราะในโลกของความงาม บางครั้งสิ่งที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลอาจให้ผลลัพธ์จริงเพียงบางส่วน แต่ไม่ใช่ทุกเทรนด์ที่จะกลายเป็นคำตอบระยะยาวของการมีผิวสวยสุขภาพดีได้เสมอไป

ภาพปก : Freepik