ปีนี้เวลเนสไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้วจริงๆ สังเกตได้จากคนรอบตัวที่หันมาดูแลตัวเองกันมากกว่าเก่า ไม่ถึงกับต้องไปแช่น้ำแข็งหรือไปนอนฟังเสียงขัน แต่แค่ปรับมุมมองการใช้ชีวิตทั้งเรื่องงาน ความรัก หรือแม้แต่การเลือกกินอาหารน้ำตาลน้อยและการให้ความสำคัญกับการนอนมากขึ้น แค่นี้ก็ก้าวเข้าสู่โลกเวลเนสแล้ว ซึ่งวงการนี้จะมีหนึ่งอีเวนต์ครั้งใหญ่ที่ทุกคนตั้งตารออย่าง Dragonfly Summit ที่รวมเอาเรื่องราวเวลเนสจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว แถมปีนี้โว้กบิวตี้ก็ได้เข้าร่วมมาทั้งสองวันและเก็บรายละเอียดที่น่าสนใจได้ไม่น้อย ใครที่อยากเปิดดลกเวลเนสให้กว้างขึ้น มาติดตามไปพร้อมกัน

งาน Dragonfly Summit 2025 จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 มาในธีม Flow หรือการดูแลพลังงานอย่างสมดุลเพื่อความแข็งแกร่งแบบองค์รวม
Dragonfly Summit งานนี้ขอเวลาคุณแค่ 2 วันในหนึ่งปี
ขึ้นชื่อว่าซัมมิตอย่าเพิ่งรีบเบือนหน้าหนี เพราะนี่ไม่ใช่งานนั่งฟังแบบที่ต้องฝืนตัวเองไม่ให้หลับ แต่เขารวมเอานักพูดจากทั่วทุกมุมโลกมาแบ่งปันเรื่องราวที่ชาวเวลเนสตั้งตารอมาให้ฟังตลอดทั้งสองวัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับเซสชั่นเวลเนสหลากหลายประเภทที่สามารถเข้าร่วมได้ตามต้องการ งานใหญ่ระดับประเทศนี้จัดขึ้นโดย Dragonfly 360 ที่มีสามผู้ก่อตั้งอย่างแพม-ประนัปดา วู้ดดี้-วุฒิธร และซินดี้-สิรินยา ซึ่งหนึ่งประโยคที่โว้กบิวตี้เห็นด้วยเป็นอย่างมากในงานครั้งนี้คือ เปิดประสบการณ์การดูแลตัวเองแบบองค์รวมเต็มรูปแบบด้วยเวลา 2 วันในหนึ่งปี ทำให้เห็นภาพว่าสามร้อยกว่าวันที่เราต้องใช้ชีวิตเผชิญกับเรื่องราวมากมาย สองวันนี้แหล่ะคือการได้รีเซ็ต หยุดพัก และกลับมาอยู่กับตัวเอง

Dragonfly Summit 2025
เหล่านักพูดระดับแถวหน้าของโลกอยู่ในงานนี้
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้โว้กบิวตี้ยกให้เป็นการเชิญเหล่านักพูดจากหลากหลายศาสตร์มาเปิดมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจ ยกตัวอย่างเช่น Yongey Mingyur Rinpoche พระอาจารย์สอนสมาธิระดับชาวทิเบตผู้ทรงคุณวุฒิ มาถ่ายทอดการปลดล็อกความสุขภายใน Nick Santonastasso นักสร้างแรงบันดาลใจผู้เกิดมาพร้อมกับอาการ Hanhart Syndrome ผู้โค้ชด้านความคิดให้กับผู้นำทั่วโลก Maejor Sound Healing & Frequency Producer นักดนตรีสาย R&B ผู้เคยคว้ารางวัลแกรมมี่ผ่านผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและพลังการบำบัดด้วยเสียงดนตรี Gabrielle Bernstein ครูสอนด้านความคิดชื่อดังและนักเขียนหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของ New York Times มาพูดถึงศาสตร์ความเชื่อในพลังจักรวาลและแนวคิดการปล่อยวาง และ Matthew Walker นักเขียนหนังสือขายดีของ New York Times เรื่อง Why We Sleep เป็นต้น
ซึ่งจากแขกรับเชิญทั้งหมดโว้กบิวตี้ได้พูดคุยกับ Gabrielle Bernstein แบบตัวต่อตัวและสรุปสิ่งสำคัญมาให้ตามนี้
5 ข้อคิดจาก Gabrielle Bernstein
-
เราเหมาะสมกับโอกาสที่ดีเสมอ
ระหว่างเซสชั่นมีคำถามจากผู้นั่งชมว่าเขารู้สึกผิดกับสิ่งความสุขที่เขากำลังมี ความรวยที่มีก็กลับรู้สึกว่าเป็นพรีวิเลจที่เอาเปรียบคนอื่น แก๊บบี้เลยตอบกลับว่าเราทุกคนล้วนมีคุณค่ามากพอที่จะได้รับโอกาสและเรื่องราวที่ดีเสมอ ความรวยที่ได้ก็มาจากการอดทนพยายามทำงานทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกตัวเอง เราก็ควรค่ากับสิ่งที่ดี
-
อย่ามัวแต่วิ่งตามเป้าหมาย
"Manifesting = 0 Chasing" แมนิเฟสที่หลายคนกำลังทำแต่ยังไม่เกิดขึ้นสักทีอาจเป็นเพราะเรามัวแต่วิ่งตามเป้าหมายโดยลืมเรื่องพลังงานและแพชชั่นที่เรามี ลองเปลี่ยนจากการวิ่งตามเป็นการเรียนรู้ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ อย่ากดดันจนต้องสูญเสียความสุขที่เราเคยมีกับการทำเพื่อเป้าหมายไปจนหมด ถ้าทำได้ 'พลังจักรวาล' จะค่อยๆ พาเราไปถึงฝันเอง
-
5 วินาทีแรกคือคำตอบ
เวลาเราต้องตัดสินใจบางอย่าง แต่กลับรู้สึกลังเลจนกลายเป็นเสียโอกาสและเสียเวลา ให้ใช้กฎ 5 วินาที หลังจากตั้งคำถามหนึ่งขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกนึกคิดในใจเราบอกว่าอะไรใน 5 วินาทีแรก นั่นแหล่ะคือคำตอบจากจิตใต้สำนึกของเรา
-
ทุกการตัดสินใจดีเสมอ
เคยคิดไหมว่า "ถ้าตอนนั้นเลือกอย่างอื่นชีวิตอาจจะดีกว่านี้ก็ได้" นี่ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าจะมีความคิดนี้ แต่เพราะการตัดสินใจที่เราเคยทำมาทั้งหมดในชีวิตทำให้เราได้เรียนรู้และมาอยู่ในจุดนี้ของชีวิต หากกำลังทุกข์ นี่จะเป็นบทเรียนให้เรามีเกราะป้องกันตัวเอง หากเราสุขนี่ก็คือผลตอบแทนจากการลงมือทำอะไรสักอย่างตั้งแต่อดีต เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วดีเสมอ อย่ามัวแต่ใช้เวลาย้อนกลับไปตัดสินใจเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้แล้ว แต่จงเตรียมตัวกับการตัดสินใจเรื่องใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นดีกว่า
-
อย่าลืมอนุญาตให้ตัวเองทำตามความฝัน
คุณหรือเปล่าที่มัวแต่อนุญาตให้ตัวเองทำงานหนักได้ แต่ไม่อนุญาตให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่เคยฝันไว้บ้างเลย ความฝันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เคยคิดตั้งแต่เด็ก หรืออาจเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต มันจะถูกปิดผนึกอยู่ใต้ความเร่งรีบและวุ่นวายในชีวิตประจำวันจนหลายคนอาจหลงลืมไป เพราะฉะนั้นอย่าลืมใช้เวลาย้อนกลับมาหาความฝันที่เรามีและอนุญาตให้ชีวิตได้มีเวลาทำฝันให้เป็นจริงบ้าง

Gabrielle Bernstein ครูสอนด้านความคิดชื่อดังและนักเขียนหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของ New York Times อย่าง Self Help และ The Universe Has Your Back
โซนกิจกรรมทั้งสำหรับร่างกายและจิตวิญญาณ
งานนี้ไม่ได้มีแค่นั่งฟังอย่างเดียว แต่ยังมีโซนที่รวมกิจกรรมย่อยไว้อีกมาก โดยแบ่งเป็นโซนของ Chiva-Som Sanctuary ที่มีทั้งการฝึกพลังลมปราณ โยคะโบราณ และศาสตร์ลมหายใจแบบอายุรเวทและเสียงบำบัด ส่วนอีกโซนหนึ่งคือ Well-Nest ที่มีเซสชั่นน่าสนใจอย่าง Human Design ที่พาไปรู้จักกับพลังงานภายในของตัวเอง การวิเคราะห์ชะตาชีวิตผ่านโหราศาสตร์ ไพ่ Tarrot และจักระ สุดท้ายคือโซน Bazaar ที่สนับสนุนโดย Tri Vananda ที่มีนิทรรศการ Bee Maze สำหรับการค้นหารูปแบบการเป็นผู้นำของตัวเอง รวมถึงการบรรยายในหัวข้อ "เคล็ดลับเพื่อชีวิตที่ยืนยาวและวิสัยทัศน์ชุมชนอยู่อาศัยที่ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน" ที่ตรีวนันดาสร้างขึ้นเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

โซน Bazaar ในงาน Dragonfly 360 สนับสนุนโดย Tri Vananda
ไม่ว่าจะเซสชั่นนั่งฟังเหล่านักพูดหรือเซสชั่นลองคลาสเวลเนสตลอดทั้งสองวันต่างเต็มไปด้วยผู้คน จากการรายงานในปีก่อนมีคนไทยเข้าร่วมถึง 70% และชาวต่างชาติอีก 30% แม้ปีนี้สัดส่วนจะแตกต่างไปบ้างเล็กน้อยภายใต้จำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นที่ยืนยันแล้วว่าคนไทยหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง และอุตสาหกรรมการดูแลตัวเองแบบองค์รวมอย่างเวลเนสก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วย ในแวดวงนี้ยังมีเรื่องราวใหม่ให้ค้นพบอีกมาก ทั้งกิจกรรมเวลเนสหรือการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่เป็นคลื่นใต้น้ำรอวัดซัดเข้าฝั่งจนกลายเป็นเทรนด์เหมือนกับการแช่น้ำแข็งที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในตอนนี้

