Vogue Beauty Thailand

BEAUTY TREATMENT

รวมเรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ 'ศัลยกรรมลักยิ้ม'

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าลักยิ้ม เปรียบเสมือนกิมมิคเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้รอยยิ้ม

31 กรกฎาคม 2568

ไม่มีเครื่องประดับชิ้นใดเจิดจรัสไปกว่ารอยยิ้มที่เปล่งประกายด้วยความจริงใจ และท่ามกลางเสน่ห์แห่งรอยยิ้มที่ตราตรึงใจ ลักยิ้มเล็กๆ ที่เผยตัวเมื่อกล้ามเนื้อแก้มขยับเบาๆ นั้น เปรียบเสมือนจังหวะพิเศษที่ทำให้ใบหน้ายิ่งมีชีวิตชีวา แม้บางคนจะโชคดีเกิดมาพร้อมกับลักยิ้มโดยธรรมชาติ แต่หากคุณไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น ก็ไม่ต้องสิ้นหวังในความฝันที่จะมีรอยบุ๋มอันแสนมีเสน่ห์ เพราะศาสตร์แห่งการศัลยกรรมตกแต่งยุคใหม่ได้รังสรรค์ทางเลือกอันแยบยลที่เรียกว่า “ศัลยกรรมลักยิ้ม (Dimpleplasty)” ซึ่งสามารถรังสรรค์รอยบุ๋มละมุนละไมให้ปรากฏขึ้นอย่างแนบเนียน 

Article

ลักยิ้มธรรมชาติ และลักยิ้มศัลยกรรม แต่งต่างกันอย่างไร?

  • ลักยิ้มธรรมชาติ
    เกิดจากกรรมพันธุ์ โดยกล้ามเนื้อแก้มบางส่วนที่มีลักษณะ “สั้นกว่าปกติ” เมื่อคุณปล่อยวางยิ้ม กล้ามเนื้อเหล่านั้นจะสั่นสะเทือนอย่างอ่อนโยน ส่งผลให้เกิดรอยบุ๋มที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ราวกับว่ารอยบุ๋มได้ถูกสร้างขึ้นจากธรรมชาติอย่างพิถีพิถัน แต่มันไม่เพียงแต่เป็นลายเส้นบนใบหน้าเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนที่อบอุ่นและแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในรอยยิ้ม

 

  • ลักยิ้มศัลยกรรม
    การสร้างรอยบุ๋มเทียมผ่านการศัลยกรรมมีชื่อเรียกว่า Dimpleplasty หรือการศัลยกรรมลักยิ้ม นอกจากจะเน้นให้รอยบุ๋มปรากฏขึ้นเมื่อคุณเผยรอยยิ้มแล้ว ยังผสานความละเอียดอ่อนของการเย็บกล้ามเนื้อเข้ากับชั้นผิวในรูปแบบที่ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างความเป็นธรรมชาติและความทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่การกำหนดรูปทรงและความลึกที่เหมาะสมให้กับแต่ละบุคคล ด้วยกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้าและอารมณ์ในการแสดงออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ในช่วงแรกอาจดูมีความแตกต่างเล็กน้อยจากรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและการฟื้นตัวสมบูรณ์แล้ว ผลลัพธ์ก็จะค่อย ๆ กลมกลืนกับแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ

ศัลยกรรมลักยิ้ม เจ็บไหม? พักฟื้นนานแค่ไหน?

แม้จะเป็นหัตถการเล็ก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศัลยกรรมลักยิ้มต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวไม่ต่างจากศัลยกรรมประเภทอื่นๆ โดยทันทีหลังทำศัลยกรรมลักยิ้ม คุณอาจรู้สึกตึงๆ บริเวณแก้มเล็กน้อย ตามมาด้วยอาการบวมและรอยช้ำจางๆ ที่มักจะอยู่กับคุณเพียงไม่เกิน 2–5 วัน ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นและรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ

ในช่วงนี้ รสชาติแซ่บซี้ดหรือของโปรดที่กรุบกรอบอาจต้องขอพักไว้ก่อน เพราะอาหารร้อนจัด เผ็ดจัด หรือแข็งเกินไป อาจกระตุ้นการอักเสบได้โดยไม่จำเป็น ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากให้สะอาดหมดจด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อซึ่งอาจรบกวนความงามที่กำลังก่อร่างสร้างรอย และเมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไป รอยบุ๋มแห่งเสน่ห์ก็จะค่อยๆ นุ่มนวลและกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ

Article

 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังทำศัลยกรรมลักยิ้ม

  • รอยบุ๋มที่ชัดเกินไป หรือคงอยู่แม้ไม่ยิ้ม : ในบางกรณี ลักยิ้มอาจดูเด่นเกินธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่แผลยังไม่หายดี หรือเมื่อเนื้อเยื่อรัดตัวมากเกินไป ส่งผลให้รอยบุ๋มปรากฏแม้ในขณะไม่แสดงสีหน้า ซึ่งอาจลดความเป็นธรรมชาติที่หลายคนปรารถนา
  • ความไม่สมมาตรของใบหน้า : แม้ศัลยแพทย์จะมีความชำนาญแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถควบคุมการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อได้ทั้งหมด ในบางกรณีอาจเกิดความไม่สมมาตรระหว่างลักยิ้มทั้งสองข้าง ซึ่งอาจทำให้จำเป็นต้องปรับแก้เพิ่มเติม
  • อาการติดเชื้อในช่องปาก : เนื่องจากเป็นการผ่าตัดจากด้านในกระพุ้งแก้ม หากดูแลความสะอาดไม่ดีพอ อาจนำไปสู่การติดเชื้อ บวมแดง หรือเจ็บแผลมากกว่าปกติได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
  • รอยแผลเป็นภายใน หรือพังผืด : ในบางราย เนื้อเยื่อที่สมานตัวอาจเกิดพังผืด หรือรอยแผลเป็นภายในที่ทำให้รู้สึกตึง หรือขยับยิ้มได้ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู หรือใช้วิธีบำบัดเฉพาะในการแก้ไขอื่นๆ ร่วมด้วย
  • ความไม่พึงพอใจต่อผลลัพธ์ : แม้จะได้ลักยิ้มตามแบบที่ต้องการ แต่เมื่อรอยบุ๋มนั้นปรากฏจริงบนใบหน้า กลับอาจไม่เข้ากับบุคลิก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยกว่าที่คิด และอาจกระทบต่อความมั่นใจในระยะยาว
Photo : Canva.com