Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

แต่งหน้าเท่าไหร่ก็ไม่ผ่อง อาจเป็นเพราะยังไม่เคยลองใช้คอเรคเตอร์ปรับสีผิว

มาทำให้หน้าดูไบร์ททั้งวัน ด้วยสีสันจากวงล้อสีดีกว่า

20 กุมภาพันธ์ 2569

สาวๆ เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า “หน้าไม่ค่อยผ่อง” “ผิวดูหมองคล้ำ” “ใต้ตาค่อนข้างดำ” หรือ “รอยแดงชัดจัง” หรือไม่

หากเคย ก็คงรู้ดีว่าความรู้สึกเหล่านั้นมันมักจะเกิดขึ้นแม้ในวันที่ทารองพื้น ลงคอนซีลเลอร์ หรือโปะแป้งแบบจัดเต็มสุดๆ แล้วก็ตาม จนบางทีก็ชวนให้รู้สึกว่า “หรือรองพื้นและคอนซีลเลอร์อาจจะยังไม่ดีพอ” แต่จริงๆ แล้วปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ไอเท็มเหล่านั้นเสมอไป แต่อยู่ที่ขั้นตอนที่เราอาจจะมองข้ามไปตั้งแต่ก่อนลงรองพื้นอย่าง “การลงคอเรคเตอร์” นั่นเอง

คอเรคเตอร์คืออะไร

คอเรคเตอร์เป็นโปรดักส์หนึ่งในหมวดหมู่เบสเมกอัปที่ใช้ทฤษฎีสีคู่ตรงข้ามบนวงล้อสีมาช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และดูเป็นกลางมากขึ้นก่อนลงรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ทับในขั้นต่อไป เช่น สีเขียวอยู่ตรงข้ามกับสีแดงในวงล้อสี คอเรคเตอร์สีเขียวจึงเหมาะกับการกลบรอยแดงบนใบหน้า 

ทั้งนี้เนื้อสัมผัสของคอเรคเตอร์โดยทั่วไปมักมีความเข้มข้นสูงและมีสีเฉพาะตัวที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาแต่ละจุด ดังนั้นคอเรคเตอร์เพียงหนึ่งสีจึงไม่สามารถใช้ลงทั่วใบหน้าได้ แต่ใช้เฉพาะจุดที่บกพร่องและค่อยๆ เกลี่ยให้ทั่วจึงจะทำให้ได้งานผิวที่ดีกว่า

Article

ภาพ: Kryolan Professional Makeup

คอเรคเตอร์มีสีอะไรบ้าง และแต่ละสีใช้อย่างไร

อย่างที่เกริ่นในข้างต้นว่าคอเรคเตอร์เป็นโปรดักส์ที่ออกแบบโดยใช้ทฤษฎีสีคู่ตรงข้ามบนวงล้อสีมาเพื่อแก้ปัญหาผิวแต่ละแบบ ดังนั้นมันจึงมีหลากหลายสีเพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวแต่ละแบบได้อย่างจรงจุด ไม่ว่าจะรอยสิว รอยดำ หรือรอยแดง โดยสีที่เหมาะกับแต่ละปัญหามีดังนี้

  • สีส้มหรือสีพีช

สีส้มหรือสีพีชในวงล้อสีจะอยู่ตรงข้ามสีน้ำเงิน คอเรคเตอร์สีส้มหรือสีพีชจึงจะช่วยเรื่องรอยคล้ำดำใต้ดวงตา เนื่องจากมันเข้าไปลดโทนสีฟ้าคล้ำๆ ของรอยเส้นเลือดที่ใต้ตา ซึ่งมันจะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น พร้อมทำให้ใต้ตาดูไบร์ทขึ้น

เชื่อว่าเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านน่าจะเข้าใจหลักการการใช้คอเรคเตอร์ขึ้นมาแล้ว แต่อาจจะไม่รู้ว่าควรซื้ออันไหนดี ผู้เขียนเลยรวบรวม 6 คอเรคเตอร์เกลี่ยง่าย ใช้ดี และมีเฉดให้เลือกหลากหลายมากให้ลองดูกันด้วย 

  • สีชมพู

คอเรคเตอร์สีชมพูมีหน้าที่คล้ายๆ กับสีส้มหรือสีพีชในเรื่องของการช่วยลดรอยคล้ำใต้ตา เพียงแต่มันจะเหมาะกับคนที่มีผิวขาวหรือมีผิวคูลโทนมากกว่าสีส้มหรือสีพีชที่เหมาะกับผิวสองสีหรือผิวคล้ำ

  • สีเขียว

คอเรคเตอร์สีเขียวจะช่วยลดโทนสีแดงและชมพู เนื่องจากสีเขียวอยู่ตรงข้ามสีแดงในวงล้อสี คอเรคเตอร์สีเขียวจึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวแดงทั้งจากสิว ผิวระคายเคือง หรือหน้าแก้มแดงตามธรรมชาติในคนที่มีผิวขาว

  • สีฟ้าอ่อน

คอเรคเตอร์สีฟ้าอ่อนช่วยลดโทนสีเหลืองหรือส้มบนผิวได้ จึงเหมาะกับการใช้เพิ่มความสว่างให้ใบหน้าและทำให้ผิววอร์มโทนดูสว่างขึ้น

  • สีม่วงหรือสีลาเวนเดอร์

คอเรคเตอร์สีม่วงหรือสีลาเวนเดอร์คือสีสำหรับสาวๆ ที่ต้องการให้หน้าผ่องขึ้น เพราะสีม่วงหรือสีลาเวนเดอร์จะช่วยลดโทนสีเหลืองบนผิวได้ เมื่อทารองพื้นทับสีผิวจะดูเรียบเนียนและสว่างขึ้น ทั้งยังช่วยให้รอยดำประเภทรอยสิวหรือรอยแผลเป็นให้จางลงได้ด้วย

*Beauty Tips* คอเรคเตอร์สีม่วงสามารถนำไปผสมกับรองพื้นที่ติดเหลือง เพื่อแก้ปัญหารองพื้นเหลืองเกินไปได้

  • สีเหลือง

คอเรคเตอร์สีเหลืองมีความคล้ายคลึงกับสีฟ้าตรงที่มันเพิ่มความสว่างให้ใบหน้า เพียงแต่สีเหลืองในวงล้อสีจะอยู่ตรงข้ามสีม่วง คอเรคเตอร์สีเหลืองจึงจะช่วยกลบรอยคล้ำสีม่วง เช่น จุดด่างดำ หรือรอยฟกซ้ำบนใบหน้าได้ดี และทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น แต่ยังคงให้ผิวที่อบอุ่นอยู่เมื่อเทียบกับการใช้สีฟ้าอ่อน

*Beauty Tips* คอเรคเตอร์สีเหลืองสามารถผสมกับสีรองพื้นที่สว่างหรือติดชมพูเกินไป เพื่อลดความสว่างของสีรองพื้นและเพิ่มความวอร์มให้รองพื้นได้

เชื่อว่าอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ผู้อ่านหลายๆ คนอาจจะพอเข้าใจหลักการและวิธีการทำงานของคอเรคเตอร์มากขึ้น แต่ผู้เขียนก็เชื่อเช่นกันว่าสำหรับมือใหม่ที่อยากลองใช้คอเรคเตอร์ อาจจะยังไม่รู้ว่าควรเลือกตัวไหน แบรนด์อะไรดี ผู้เขียนจึงรวบรวม 6 คอเรคเตอร์เกลี่ยง่าย ใช้ดี และมีหลากสีสันที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวมาให้ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้อ่านได้มั่นใจกับการเริ่มใช้คอรเรคเตอร์มากข้ึน

Article

BEAUTILAB A2P Brightening Concealer & Peach Corrector

ราคา : 500 บาท

Article

CEZANNE Bright Colorcealer

ราคา : 320 บาท

Article

ARCHITA – Liquid Corrector 

ราคา : 290 บาท

Article

BROWIT - Smooth Up Color Corrector 

ราคา : 690 บาท

Article

FLEEN - Beauty Skin Caring Corrector

ราคา : 720 บาท

Article

MEILINDA - Creamy Blending Corrector

ราคา : 319 บาท

แม้คอเรคเตอร์จะมีหลากหลายสี แต่ถ้าสาวๆ สามารถเลือกคอเรคเตอร์ให้เข้ากับปัญหาผิวต่างๆ ที่มี รวมถึงนำคอเรคเตอร์เข้าไปเป็นหนึ่งในสเต็ปที่ต้องทำเวลาแต่งหน้าได้ ผู้เขียนเชื่อว่าสาวๆ จะเห็นความแตกต่างของเมกอัปที่แต่งเสร็จในทุกครั้ง และอาจจะไม่รู้สึกกว่า “หน้าไม่ค่อยผ่อง” “ผิวดูหมองคล้ำ” “ใต้ตาค่อนข้างดำ” หรือ “รอยแดงชัดจัง” เหมือนที่เคยเป็นมาแน่นอน