การทำความสะอาดผิวคือด่านแรกของการดูแลผิวให้สุขภาพดี และ “คลีนซิ่ง (Cleansing)” คือไอเท็มสำคัญที่ใช้ทำความสะอาดผิว ทั้งคราบสิ่งสกปรก ความมัน ฝุ่นละออง รวมถึงเมกอัป ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ “คลีนซิ่งวอเตอร์” แต่ความจริงแล้วคลีนซิ่งยังมีอีกหลายประเภท รวมถึงหลายสูตร ตั้งแต่ “คลีนซิ่งบาล์ม” ที่ละลายเมกอัปได้ดี “คลีนซิ่งออย” ที่เคลียร์เมกอัปกันน้ำได้ ไปจนถึงแยกเป็นสูตรต่างๆ ออกไปอีก ไม่ว่าจะเป็น สูตรลดสิว หรือสำหรับผิวแพ้ง่าย ซึ่งแต่ละสูตรตอบโจทย์ผิวแตกต่างกันไป ในบทความนี้โว้กบิวตี้จึงจะพาไปรู้จักคลีนซิ่งแต่ละสูตร พร้อมแนะนำวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวสะอาดและพร้อมรับการบำรุงต่อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“คลีนซิ่ง” คือคนละอย่างกับ “คลีนเซอร์”
หลายคนอาจสับสนระหว่าง “คลีนซิ่ง” กับ “คลีนเซอร์” เพราะต่างก็ทำหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมีบทบาทที่ต่างกัน
- คลีนซิ่ง (Cleansing) คือผลิตภัณฑ์ที่เน้นการละลายและลบสิ่งคลีนเซอร์อย่างเดียวไม่สามารถขจัดได้หมด เช่น เมกอัป ครีมกันแดด ฝุ่น และคราบมันที่ฝังลึก ซึ่งมีให้เลือกหลายประเภท เช่น คลีนซิ่งออย คลีนซิ่งบาล์ม และคลีนซิ่งวอเตอร์
- คลีนเซอร์ (Cleanser) คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างหน้าโดยตรง มักมาในรูปแบบโฟม เจล หรือครีม ทำหน้าที่ชะล้างสิ่งสกปรก เหงื่อ และความมันที่สะสมในแต่ละวัน
ในบทความนี้จะพาไปเจาะรายละเอียดของคลีนซิ่งเป็นหลัก และต่อไปนี้คือประเภทและสูตรของคลีนซิ่งที่หลากหลาย ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สภาพผิวที่แตกต่างกัน
Water Bank Blue HA Cleansing Oil 250 ml (ราคา 1,250 บาท) จาก Laneige
1 / 5
1. คลีนซิ่งออยล์ (Cleansing Oil) : เหมาะกับคนแต่งหน้าจัด ผิวธรรมดา-ผิวแห้ง
คลีนซิ่งที่มีเบสเป็นน้ำมัน สามารถละลายเมกอัป กันแดด และสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด แม้จะเป็นเมกอัปกันน้ำก็สามารถจัดการได้สบาย วิธีใช้คือการนวดบนผิวหน้าแห้งเพื่อให้เนื้อออยจับสิ่งสกปรกออกมา จากนั้นเติมน้ำเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนเป็นเนื้อน้ำนมก่อนล้างออก ใช้แล้วผิวไม่จะแห้งตึงหลังล้าง แต่ไม่เหมาะนักกับคนผิวมันหรือผิวที่เป็นสิวง่าย ถ้าอยากใช้ควรเลือกสูตรที่มีคำว่า Non-Comedogenic เพื่อเลี่ยงการอุดตัน
Pro-Collagen Cleansing Balm (ราคา 2,700 บาท) จาก Elemis
2 / 5
2. คลีนซิ่งบาล์ม (Cleansing Balm) : เหมาะกับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวแพ้ง่าย
คลีนซิ่งที่มีเบสเป็นไขมันเช่นกัน แต่มาในรูปแบบเนื้อบาล์ม จะไม่เหลวเหมือนออยล์ และสามารถทำความสะอาดเมกอัปและกันแดดได้หมดจดเหมือนออยล์ จุดเด่นของคลีนซิ่งบาล์มคือสามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึก โดยยังคงความชุ่มชื้นไว้สูง ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือแม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้
Ultrasensitive [Hyaluron] Micellar Water 200ml (ราคา 600 บาท) จาก Eucerin
3 / 5
3. คลีนซิ่งวอเตอร์ (Micellar Water) : เหมาะกับวันที่แต่งหน้าน้อย เร่งรีบ หรือผิวแพ้ง่าย
คลีนซิ่งวอเตอร์มีเนื้อสัมผัสเป็นน้ำใส โดดเด่นเรื่องความอ่อนโยน เบาสบาย และใช้งานง่าย เพียงชุบสำลีแล้วเช็ดเบา ๆ บนผิวหน้า ก็สามารถเคลียร์สิ่งสกปรก คราบความมัน และเมกอัปเบา ๆ ออกจากผิวได้โดยไม่ต้องถูแรง ทำให้ผิวสะอาดอย่างอ่อนโยน ใช้ได้ทั้งกับผิวแห้งและผิวมัน อีกทั้งหลายสูตรยังถูกออกแบบให้ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารก่อการระคายเคือง จึงเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย อย่างไรก็ตาม หากเป็นเมกอัปกันน้ำหรือสูตรติดทนสูง คลีนซิ่งวอเตอร์อาจยังทำความสะอาดได้ไม่เพียงพอนัก
Extra Rich Cleansing Milk 125ml (ราคา 1,600 บาท) จาก Shiseido
4 / 5
4. คลีนซิ่งมิลก์ (Cleansing Milk) : เหมาะกับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ
คลีนซิ่งที่มีมีลักษณะขาวนวลเหมือนน้ำนม มีส่วนผสมหลักเป็นอีมัลชันน้ำ และน้ำมันในรูปโลชั่นน้ำนม ทำงานด้วยการละลายคราบเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกโดยไม่ทำลายชั้นน้ำมันธรรมชาติของผิว ทำให้ผิวยังคงความชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เหมาะกับคนที่แต่งหน้าเบาๆ หรือใช้แค่กันแดดในชีวิตประจำวัน ใช้งานด้วยการนวดเนื้อคลีนซิ่งบนผิวหน้า แล้วเช็ดออกด้วยสำลี ก่อนจะล้างตามด้วยน้ำหรือโฟมล้างหน้าอีกครั้ง
5 / 5
5. คลีนซิ่งครีม (Cleansing Cream) : เหมาะกับผิวแห้งมาก ผิวขาดน้ำ อยู่ในอากาศหนาวจัด
คลีนซิ่งที่มีเนื้อสัมผัสเป็นครีมเข้มข้น มีเบสเป็นน้ำและไขมันธรรมชาติ เวลานวดลงบนผิวจะทำงานโดยการดึงคราบสกปรกและความมันออกจากผิว พร้อมละลายสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิวชั้นบน เน้นทำความสะอาดเบื้องต้น มอบความนุ่มชุ่มชื้น เหมาะกับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือคนที่อยู่ในอากาศหนาวจัด ทั้งนี้จะไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับขจัดเมกอัปกันน้ำหรือเมกอัปสูตรติดทนนาน


