ในโลกของสกินแคร์ที่เต็มไปด้วยสารสกัดจากผลไม้ ‘เชอร์รี่’ คือหนึ่งในส่วนผสมที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เซรั่ม ไปจนถึงมาส์ก และลิปแคร์ ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส สีแดงอมชมพูดูสุขภาพดี และคุณสมบัติที่ช่วยเติมความโกลว์ให้ผิวดูมีชีวิตชีวา เบื้องหลังความน่ารักของผลไม้ชนิดนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารบำรุงผิวหลายชนิดที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความหมอง ความแห้ง และผิวที่ดูเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับใครที่กำลังมองหาสกินแคร์สายเฟรชผิว โว้กบิวตี้รวม 5 ประโยชน์ ของเชอร์รี่ในสกินแคร์ว่าช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
-
ช่วยให้ผิวดูสดใสและลดความหมองคล้ำ
จุดเด่นสำคัญของเชอร์รี่คือการเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและดูมีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่พักผ่อนน้อย เจอมลภาวะ หรือผิวดูโทรมง่าย สกินแคร์ที่มีสารสกัดจากเชอร์รี่อาจช่วยให้ผิวดูสดชื่นขึ้น และช่วยลดลุคผิวหมองที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยโดยรวม หลายแบรนด์จึงนิยมใช้เชอร์รี่ในกลุ่มสกินแคร์ที่เน้นผิวโกลว์หรือผิวที่ดูฉ่ำและมีชีวิตชีวาแบบสุขภาพดี
-
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
เชอร์รี่มีสารกลุ่ม Anthocyanins ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผลไม้สีแดงเข้มและม่วง ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ แสงแดด และความเครียดที่อาจเร่งให้ผิวดูอ่อนล้าเร็วขึ้น แม้จะไม่ได้หยุดเวลาแห่งวัยโดยตรง แต่การดูแลผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ผิวดูสดและไม่โทรมง่ายในระยะยาว โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน และพักผ่อนน้อย สกินแคร์ที่มีส่วนผสมลักษณะนี้จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ภาพ: Freepik
-
เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
นอกจากเรื่องความกระจ่างใส เชอร์รี่ยังมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะผิวที่ขาดน้ำมักเป็นสาเหตุหนึ่งของความหมองและเมกอัพไม่ติดผิว เมื่อผิวชุ่มชื้นเพียงพอ ผิวจะดูอิ่ม ฟู และสะท้อนแสงได้ดีขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นลุคผิวแบบดูสุขภาพดีที่หลายคนต้องการ โดยเฉพาะในสูตรเจล เซรั่ม หรือสลีปปิ้งมาส์ก สารสกัดจากเชอร์รี่มักให้ความรู้สึกเฟรชและสบายผิว เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสกินแคร์หนักหน้าเกินไป
-
ช่วยปลอบประโลมผิวที่ดูเหนื่อยล้า
สกินแคร์ที่มีเชอร์รี่มักถูกวางอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้น ‘Revitalizing’ หรือฟื้นคืนความสดใสให้ผิว เพราะให้ภาพรวมของผิวที่ดูสดและพักผ่อนเพียงพอมากขึ้น สำหรับคนที่เจออากาศร้อน พักผ่อนน้อย หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ผิวอาจดูแห้งล้าและไม่สดใสเหมือนเดิม การใช้สกินแคร์ที่ช่วยเติมความเฟรชให้ผิวจึงกลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนการดูแลผิวหน้าที่หลายคนให้ความสำคัญ แม้จะไม่ใช่ส่วนผสมสายแอคทีฟที่ผลัดผิวแรงๆ แต่เชอร์รี่ถือเป็นส่วนผสมที่ใช้ง่ายและให้ฟิลผิวดูสุขภาพดีแบบค่อยเป็นค่อยไป
-
กลิ่นและภาพลักษณ์ช่วยให้การดูแลผิวรู้สึกสนุกขึ้น
นอกจากคุณสมบัติด้านการบำรุง เชอร์รี่ยังเป็นหนึ่งในกลิ่นและภาพจำที่ทำให้สกินแคร์ดูสดใส น่าใช้ และเข้าถึงง่ายมากขึ้น หลายคนรู้สึกว่าการใช้สกินแคร์กลิ่นผลไม้เบาๆ ช่วยให้การดูแลตัวเองในแต่ละวันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในวันที่เหนื่อยหรืออยากมีโมเมนต์เล็กๆ ให้ตัวเองก่อนนอน เพราะบางครั้งสกินแคร์ที่ดี อาจไม่ได้มีแค่เรื่องผลลัพธ์บนผิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรู้สึกระหว่างใช้งาน ที่ช่วยให้การดูแลตัวเองกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าสนุกมากขึ้นในทุกวันด้วยเช่นกัน
สกินแคร์ที่เราแนะนำ
1 / 3
Superfoods Mango + Cherry Balancing Conditioner (ราคา 1,380 บาท) จาก BRIOGEO
คอนดิชันเนอร์สูตรบาลานซ์หนังศีรษะและเส้นผม ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบไม่หนักผม พร้อมสารสกัดจากมะม่วงและเชอร์รี่ที่อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผมดูนุ่ม พลิ้ว เงางาม และมันช้าลง เหมาะสำหรับคนโคนผมมันง่ายแต่ปลายผมแห้ง
2 / 3
Pro-Collagen Black Cherry Cleansing Balm (ราคา 2,700 บาท) จาก ELEMIS
เคลนซิ่งบาล์มเนื้อเข้มข้นที่ช่วยละลายเมกอัป สิ่งสกปรก และความมันส่วนเกินได้อย่างอ่อนโยน พร้อมกลิ่นแบล็กเชอร์รี่ หอมละมุน ให้ฟิลผ่อนคลายระหว่างล้างหน้า ช่วยให้ผิวรู้สึกสะอาด นุ่มชุ่มชื้น และไม่แห้งตึงหลังใช้
3 / 3
Cherry Dub BHA Toner (ราคา 1,410 บาท) จาก Fenty Skin
โทนเนอร์ผสม BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมสารสกัดจากเชอร์รี่ที่ช่วยให้ผิวดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น ช่วยลดความมันส่วนเกิน เคลียร์ผิวให้เรียบเนียน และทำให้ผิวดูโกลว์แบบสุขภาพดี
SKINCAREทำความรู้จักกับ Galactomyces ส่วนผสมต่อต้านริ้วรอยชั้นดีที่ควรมีในสกินแคร์
SKINCAREนี่คือประโยชน์ของ ‘ลิ้นจี่’ ส่วนผสมในสกินแคร์ที่ช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัย



.webp)