Vogue Beauty Thailand

BODY

ฟื้นฟูผิวหลัง “ดำน้ำและเผชิญแดดจัด” อย่างไร ให้กลับมาสวยใสเหมือนเดิม

นี่คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวไม่เสียแม้จะเล่นน้ำกลางแจ้ง

29 มีนาคม 2569

หากใครเป็นสายชอบเล่นน้ำ เล่นทะเลอยู่แล้ว มักจะรู้ดีว่าการลงเล่นน้ำเพียงระยะเวลาสั้น สามารถทำให้ผิวแสบแดงขึ้นทันทีอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงแม้จะรู้อย่างนั้นก็ใช่ว่าจะหยุดเล่น เพราะการได้ดำน้ำกลางทะเล แช่น้ำเค็มทั้งวัน จนถึงรับแสงแดดจัดแบบไม่พัก มันเป็นความสุขที่หากิจกรรมอื่นมาทดแทนได้ยาก

ตัวผู้เขียนเองก็หลงรักความรู้สึกของการได้ปลดปล่อยใจในช่วงซัมเมอร์เหมือนกัน แต่ผู้เขียนก็รู้ดีว่าทุกครั้งที่กำลังเอ็นจอยกับสายน้ำอยู่นั้น ในเวลาเดียวกันผิวหนังของตัวเองก็กำลังเผชิญทั้งแสงแดด รังสี UV และลมร้อน ที่แม้จะจะทากันแดดเต็มที่แล้วก็ตามแต่ผิวก็ยังแสบแดงและบางครั้งถึงขั้นไหม้แดดแบบไม่ทันตั้งตัวแม้เลยก็มี

ดังนั้น คำถามที่ว่าแค่ “ทากันแดดพอไหม” คำตอบสั้นๆ คือ “ไม่พออย่างแน่นอน” เพราะสิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้นคือการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงด้วย ซึ่งผู้เขียนก็อยากมาแชร์ทิปส์เล็กๆ  ที่คิดว่าใครก็ตามที่เอ็นจอยการเล่นน้ำเหมือนผู้เขียนน่าจะสามารถนำไปใช้ได้ เพื่อให้การเล่นน้ำสนุกๆ ไม่สร้างความทุกข์ให้ผิวของเราในระยะยาว

ผิวเจอกับอะไรบ้างเวลาเล่นน้ำ

ผู้เขียนอยากให้เข้าใจก่อนว่าเวลาที่เราเล่นน้ำกลางแจ้งหรือออกแดดแรงๆ ปัญหาผิวที่ตามมาไม่ได้มีแค่ความคล้ำจากแสงแดดแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผิวหนังกำลังเผชิญปัญหาอีกหลายอย่างไปพร้อมกันๆ  ในระดับที่ว่าถ้าเราดูแลไม่ดี ผิวก็อาจเสียหายเกินกว่าจะดูแลได้

  • รังสี UV: ทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวคล้ำและแก่เร็วขึ้น
  • น้ำทะเล: เกลือในน้ำทะเลดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งและลอก
  • ลมและแดด: ทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอและระคายเคืองง่าย
  • คลอรีน (กรณีสระว่ายน้ำ): เพิ่มความแห้งและความตึงของผิว

ถ้าจะให้เข้าใจชัดๆ ก็คือที่สิ่งที่ผิวกำลังเจอส่งผลให้ผิวกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำและอักเสบเล็กน้อยไปพร้อมกัน  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลผิวทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำ ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมมากทั้งวิธีดูแลขั้นพื้นฐานหลังขึ้นจากน้ำ วิธีดูแลเฉพาะจุด และวิธีดูแลผิวในกรณีผิวไหม้ไว้ด้วย

วิธีดูแลผิวทันทีหลังขึ้นจากน้ำช่วง 1 - 2 ชั่วโมงแรก

การดูแลผิวตั้งแต่วินาทีแรกที่ขึ้นจากน้ำคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อาจจะยังเอ็นจอยกับการนั่งริมหาด หรือการหย่อนเท้าลงสระอยู่ ดังนั้นควรเร่งรีบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเวลา 1 – 2 ชั่วโมงแรกคือเวลาที่กำลังดีก่อนที่ผิวจะแห้งไปกว่านี้จนเกิดความระคายเคือง 

  1. ล้างผิวด้วยน้ำสะอาดทันที

ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลหรือน้ำสระว่ายน้ำที่มีคลอรีน สิ่งที่ควรทำคือไม่ปล่อยปล่อยให้แห้งเกาะอยู่บนผิวนานเกินไป เพราะมันจะยิ่งดึงความชุ่มชื้นออกไปจากผิวได้อีก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเดียวกันกับเวลาที่ทำอาหารแล้วนำเกลือไปทาเนื้อสัตว์เป็นเวลานานๆ เพื่อดูดความน้ำและความชุ่มชื้นออกจากเนื้อสัตว์

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน

ควรเลือกใช้สบู่สูตรที่ไม่มีส่วนผสมของซัลเฟต (Sulfate) และกรดผลัดเซลล์ผิว รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมแรงๆ เพราะจะยิ่งทำลายเกราะปราการผิว (Skin Barrier) ที่กำลังอ่อนแอ

  1. ซับผิวเบาๆ

เนื่องจากผิวหลังโดนแดดจะไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ จึงควรหลีกเลี่ยงการถูแรงๆ เพราะจะเพิ่ม Micro Damage เพิ่ม ดังนั้นหลังล้างหน้าและล้างตัวเรียบร้อยควรซับผิวเบาๆ แทน

วิธีฟื้นฟูผิวแบบเฉพาะจุด

แม้จะดูแลผิวทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำแล้ว แต่ก็ใช่ว่าผิวจะรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพราะคีย์หลักที่ควรโหกัสไม่ใช่แค่การทำความสะอาดหรือเอาน้ำทะเลและน้ำผสมคลอรีนออก แต่คือการแก้ปัญหาหลักที่น้ำเหล่านั้นทิ้งไว้บนผิวอย่างผิวขาดความชุ่มชื้นจากการสูญเสียน้ำเป็นจำนวนมาก

  1. เติมน้ำให้ผิวทันที

ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อสัมผัสแบบเจลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่เติมความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic acid), กลีเซอรีน (Glycerin) หรือว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) เพื่อดึงน้ำกลับเข้าสู่ผิว พร้อมลดอาการตึงและแสบที่เกิดขึ้นทั่วผิวหนัง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงโลชั่นที่มีส่วนผสมของเรตินอล (Retinol) AHA และ BHA เพราะเป็นสารที่ผลัดเซลล์ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งยิ่งกว่าเดิม

  1. ปลอบประโลมผิว

แม้จะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว แต่ก็ไม่ควรละเลยการปลอบประโลมผิวด้วย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่าง แพนทีนอล (Panthenol) หรือวิตามิน B5, ใบบัวบก (Centella Asiatica) และอาลันโทอิน (Allantoin) ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากพืชคอมเฟรย์ที่จะช่วยลดความแดงและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นได้

  1. ล็อกความชุ่มชื้น

หลังจากเติมความชุ่มชื้นและทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยปลอบประโลมผิวแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรทำคือการใช้ออยล์บางๆ เคลือบให้ทั่วผิว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำภายในผิวหรือครีมที่ทาไปก่อนหน้าระเหยออกไป และยิ่งผิวที่แห้งมากขนาดนั้น มันยิ่งดูดซึมความชุ่มชื้นจากผลิตภัณฑที่ทาไปเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งออยล์จะซึมได้ยากกว่าจึงเหมือนเป็นการหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวนานขึ้น

วิธีดูแลผิวไหม้

สำหรับบางคนที่เล่นน้ำเพลินเกินไป แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคืออาการ “ผิวไหม้” หรือ “Sunburn” นั่นเอง ซึ่งผู้เขียนอยากให้ทุกคนแยกผิวแทนกับผิวไหม้ออกจากกันให้ชัดเจนก่อน โดยผิวแทนแน่นอนว่ามันคือผิวที่มีสีน้ำตาลกำลังดีและไม่สร้างความรู้สึกไม่สบายผิว ขณะที่ผิวที่มีอาการแสบ แดง หรือรู้สึกร้อนๆ มันคือสัญญาณของ “ผิวไหม้” นั่นเอง

  1. ประคบเย็นหรือพยายามหาวิธีที่ช่วยทำให้ผิวเย็นที่สุดเพื่อลดอุณหภูมิผิวที่กำลังร้อนลง
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร Active แรงๆ เช่น เรตินอล หรือกรดผลัดเซลล์อย่าง AHA และ BHA
  3. ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เพราะผิวสูญเสียน้ำมาก
  4. หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ หรือมีตุ่มพอง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

สิ่งที่ควรงดหลังโดนแดดหนัก

แม้จะบำรุงอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมาสู่สภาวะปกติ

  • งดการสครับผิวทันที เพราะจะยิ่งเพิ่มการระคายเคือง
  • งดการใช้กรดผลัดเซลล์ในช่วง 2 - 3 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมแรงหรือแอลกอฮอล์สูง เพราะจะทำให้ผิวแห้ง
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดแรงจัดซ้ำโดยไม่ให้ผิวได้พัก

สำหรับผู้เขียนการดูแลผิวหลังเล่นน้ำตามวิธีที่กล่าวไปข้างต้นคือจุดที่สร้างความต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับแค่การอาบน้ำล้างตัวเฉยๆ หลังเล่นน้ำเสร็จ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวหลังเล่นน้ำเสร็จมาหมาดๆ มันมีมากกว่าแค่เรื่องความคล้ำของผิว แต่มันคือปัญหาผิวขาดน้ำอย่างรุนแรงจากแสงแดดและน้ำเค็มที่คุณเอาตัวเข้าไปแช่ ซึ่งการดูแลผิวต่อเนื่องอย่างถูกวิธีและไม่ปล่อยให้ผิวฟื้นตัวเองตามยถากรรม คือสิ่งที่จะทำให้ปัญหาผิวเหล่านั้นหายไป พร้อมทำให้ผิวกลับมาสวยใสเหมือนใหม่อีกครั้งหนึ่ง