ถ้าช่วงนี้ผู้อ่านรู้สึกว่าโลกความงามกำลังกลับมาสนุกกับการแต่งหน้าแบบ “ยิ่งเยอะยิ่งดี” มากขึ้น คุณอาจจะไม่ได้คิดไปไปเอง เพราะหลังจากยุคแต่งหน้าเรียบสะอาดครองพื้นที่มานาน ดูเหมือนว่าตอนนี้คำว่า “Bedazzled” หรือการประดับใบหน้าด้วยคริสตัล กลิตเตอร์ และสีสันกำลังกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
แต่ความจริงแล้ว ก่อนที่เทรนด์นี้จะกลับมาเป็นกระแส เมกอัปอาร์ตติสหลายคนก็สร้างผลงานในสไตล์นี้มาตลอด ทั้งการใช้สีที่ไม่คุ้นตา วางคริสตัลในตำแหน่งที่คาดไม่ถึง ไปจนถึงการนำกลิตเตอร์มาสร้างเป็นองค์ประกอบหลักของลุค วันนี้ผู้เขียนจึงอยากพาผู้อ่านไปรู้จัก 4 เมกอัปอาร์ตติสของเหล่าคนดังที่บุกเบิกการแต่งแนว Bedazzled มานานก่อนที่คำนี้จะขึ้นมาเป็นเทรนด์เสียอีก
1 / 1
Sophia Sinot (@sophiasinot)
หากจะมีชื่อใครสักคนที่ทำให้การแต่งหน้าแบบสีสันจัดจ้านและประดับคริสตัลกลายเป็นภาพจำของป๊อปสตาร์ ชื่อของ Sophia Sinot คงต้องติดอยู่ในลิสต์เป็นอันดับแรก
Sophia เติบโตที่เมือง Huizen ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนย้ายไปเมืองอัมสเตอร์ดัมเพื่อเรียนที่โรงเรียนแต่งหน้า House of Orange Makeup School จากนั้นค่อยมาเริ่มเส้นทางช่างแต่งหน้ามืออาชีพที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีผลงานกับศิลปินและคนดังอย่าง Zara Larsson, Doja Cat, Troye Sivan, Emma Chamberlain, Camila Cabello, SZA และ วง KATSEYE
ทว่าชื่อของ Sophia เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาจากการทำงานร่วมกับ Zara Larsson โดยเฉพาะช่วงอัลบั้มและทัวร์คอนเสิร์ต Midnight Sun ที่เธอเปลี่ยนใบหน้าของนักร้องสาวให้กลายเป็นสนามทดลองของอายแชโดว์สีสด การปัดแก้มสูง ไปจนถึงการประดับใบหน้าด้วยคริสตัลเป็นรูปทรงต่างๆ จนผลงานเหล่านั้นกลายเป็นภาพที่ถูกนำไปพูดถึงและทำตามบนโซเชียลอย่างต่อเนื่อง จนหลายสื่อมองว่าเธอมีส่วนสำคัญในการพาความงามแบบ Maximal กลับเข้าสู่กระแสหลักอีกครั้ง
1 / 1
Ngozi Esther Edeme (@paintedbyesther)
Ngozi Esther Edeme หรือที่รู้จักกันในวงการว่า Painted by Esther เป็นอีกหนึ่งเมกอัปอาร์ตติสชาวไนจีเรีย เริ่มต้นจากความสนใจด้านศิลปะ ก่อนหันมาทำงานแต่งหน้าอย่างจริงจังจนชื่อของเธอก็ขยับขึ้นสู่การทำงานกับคนดังระดับโลกอย่าง Naomi Campbell, SZA, Tyla, Kelly Rowland, Doechii, Adut Akech, Gabrielle Union และ Olandria Carthen
ทุกวันนี้สายบิวตี้หลายคนอาจรู้จัก Esther จากสไตล์การแต่งบลัชสีชมพูด้วยเทคนิคการไล่สีบลัชจากใต้ตาลงมาบริเวณแก้ม ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกนำไปทำตามทั่วโลก แต่หากลองย้อนดูผลงานของเธอจริงๆ จะเห็นว่า Esther ไม่ได้มีแค่ฝีมือด้านบลัชเท่านั้น เธอเป็นเมกอัปอาร์ตติสที่สนุกกับสี กลิตเตอร์ คริสตัล และการแต่งหน้าแบบแฟนตาซีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องสร้างลุคให้คนดังที่ต้องการให้เมกอัปมีที่โดดเด่นกว่าการแต่งหน้าแบบทั่วไป
ความสามารถอีกด้านที่ทำให้เธอเป็นที่พูดถึงก็คือการทำให้สีสดดูเข้ากับสาวผิวเข้มและผิวดำอย่างกลมกลืน โดยไม่พยายามความเข้มของสีบลัชลง เช่น วันที่แต่งหน้าให้กับ Adut Akech สำหรับงาน Met Gala 2025 ที่เธอเลือกเพิ่มสีบลัชเพื่อให้เข้ากับชุดสีชมพูของนางแบบคนดังมากขึ้น
ส่วนประเด็นดราม่าของ Esther ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้ชื่อของเธอถูกพูดถึงในวงการความงามอีกครั้ง หลังจาก ‘Patrick Ta’ ช่างแต่งหน้าฮอลลีวูดชื่อดังเปิดตัวคอลเล็กชั่นบลัชออนไลน์ใหม่อย่าง “Transition Blush” และใช้เทคนิคการไล่บลัชที่มีความคล้ายคลึงกับสไตล์ของ Esther ในการทำการตลาดจนโดนคนรักบิวตี้โจมตีอย่างหนัก แม้ภายหลัง Patrick จะออกมาชี้แจงว่าเขาไม่ได้อ้างว่าเป็นเจ้าของเทคนิคดังกล่าวและกล่าวถึง Esther ว่าเป็นผู้ที่ทำให้แนวทางนี้ได้รับความนิยม แต่ก็ดูเหมือนว่าสื่อหละคนในวงการบิวตี้ก็ยังไม่พอใจและยืนยันว่าเทคนิคดังกล่าวเป็นสายเส้นของ Esther ที่ควรได้รับเครดิตมากกว่านี้
แม้เรื่องดราม่าดังกล่าวจะไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นของบทความเรามากเท่าไหร่ แต่สำหรับผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะมันทำให้เราเห็นว่า Esther ไม่ได้มีชื่อเสียงอยู่แค่การแต่งหน้าให้คนดัง แต่ยังเป็นที่รักของคนในวงการบิวตี้ในฐานะคนที่สร้างสรรค์เทคนิคใหม่ๆ รวมถึงสะท้อนให้คนรักบิวตี้หลายนๆ คนตั้งคำถามใหญ่กับอุตสาหกรรมความงามว่า “เมื่อเทคนิคหนึ่งถูกนำไปใช้ในวงกว้าง ใครควรได้รับเครดิต และเส้นแบ่งระหว่างแรงบันดาลใจกับการลอกเลียนอยู่ตรงไหนกันแน่?”
1 / 1
Dee Carrion (@deemakeupart)
สำหรับ Dee Carrion ผลงานจำนวนมากของเธอไม่ได้เน้นการทำให้คนตรงหน้าดูสวยขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ทำงานร่วมกับภาพถ่าย แฟชั่น ดนตรี และตัวตนของศิลปินเป็นสำคัญ
เธอเติบโตในเมือง Portland ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีความชื่นชอบในการเล่นแต่งตัวและเรื่องความสวยความงามมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะย้ายมาทำงานในเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งทำให้เธอได้แต่งหน้าให้กับศิลปินอย่าง Doechii, Jhené Aiko, SZA และอีกมากมายจนเป็นที่รู้จักกันทั่วในวงการบันเทิง
สไตล์ของ Dee มีความ Avant-Garde และเป็นศิลปะสูงมาก เธอสนุกกับเส้น สี และดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เน้นความ “สวยแบบดั้งเดิม” แต่ต้องทำงานเมื่อถูกบันทึกผ่านกล้อง ไม่ว่าจะเป็นเส้นกราฟิก สีสันจัดจ้าน กลิตเตอร์ ไปจนถึงรายละเอียดแปลกตาที่ช่วยเปลี่ยนใบหน้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพแฟชั่น
หนึ่งในผลงานที่ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่พูดถึงไปอีกคือการแต่งหน้าให้กับ Doechii สำหรับงานงาน Grammys ปี 2025 ที่เธอยกระดับอุปกรณ์คู่ใจช่างแต่งหน้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมกอัปด้วยการประดับคริสตัลบน ‘เทปยกกระชับหางตา’ จนกลายเป็นลุกเล่นที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงไปทั่วโซเชียล
สิ่งที่ทำให้ Dee น่าสนใจเป็นพิเศษคือเธอมองใบหน้าเหมือนผืนผ้าใบ และไม่ได้กลัวที่จะทำให้คนดูรู้สึก “แปลก” เล็กน้อย เพราะสำหรับเธอการแต่งหน้าและความงามไม่จำเป็นต้องเดินตามกฎเดิมๆ เสมอไป แต่ต้องเปลี่ยนไปได้ตามศิลปิน จินตนาการ และความรู้สึก ณ เวลานั้นๆ
1 / 1
Doniella Davy (@donni.davy)
หลังจากไล่ชื่อเมกอัปอาร์ตติสคนอื่นๆ มานาน แต่ถ้าพูดถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กลิตเตอร์ คริสตัล และการแต่งหน้าแบบแฟนตาซีกลายเป็นภาษาหลักของคนรุ่นใหม่ก่อนการมาถึงของเทรนด์ Bedazzled ในวันนี้ ชื่อของ Doniella Davy คือชื่อที่จะลืมไปไม่ได้เลย เพราะถ้าผู้อ่านยังจำภาพของ ‘Zendaya ในบท ‘Rue’ กับน้ำตากลิตเตอร์ ใบหน้าของ ‘Hunter Schafer’ ในบท ‘Jules’ ที่เต็มไปด้วยสีสัน หรือ ‘Alexa Demie’ ในบท ‘Maddy’ กับคริสตัลที่ประดับรอบดวงตาได้ คุณก็ควรจะรู้ว่าเมกอัปอาร์ตติสคนนี้นี่แหละที่เป็นหัวหน้าแผนกแต่งหน้าของเรื่อง Euphoria ซีรีส์ที่เปลี่ยนวิธีที่คนมองการแต่งหน้าบนจอไปตลอดกาล
ก่อนการทำงานในเรื่องซีรีส์เรื่องดังกล่าว Doniella ก็เคยทำงานแต่งหน้าในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องปกติที่ไม่เน้นเมกอัปที่จัดจ้านมาก่อน แต่เมื่อได้เข้ามารับผิดชอบงานแต่งหน้าของซีรีส์เรื่อง Euphoria เธอใช้โอกาสนี้ผลักขอบเขตของการแต่งหน้าตัวละครให้กว้างขึ้นอีก โดยนำประวัติศาสตร์การแต่งหน้า ดนตรี และบุคลิกของตัวละครแต่ละตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ จนเกิดเป็นเมกอัปที่สามารถบอกได้ว่าตัวละครกำลังรู้สึกอย่างไร ผ่านอะไรมา หรือมีตัวตนแบบไหน
อิทธิพลของ Doniella ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอ เพราะในปี 2022 เธอร่วมก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอาง ‘Half Magic’ ซึ่งนำแนวคิดเรื่องความสนุก ความแวววาว และการแต่งหน้าเพื่อการแสดงออกของตัวเองจากโลก Euphoria มาสู่ชีวิตจริง ทำให้สายบิวตี้สามารถหยิบกลิตเตอร์และเครื่องประดับบนใบหน้ามาสร้างลุคของตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน
ดังนั้น หากจะถามว่าใครคือคนที่ทำให้ปากกลิตเตอร์ ดวงตาประดับคริสตัล และการแต่งหน้าแบบไม่กลัวว่าจะเยอะเกินไป กลายเป็นภาพจำของความงามยุคใหม่ ชื่อของ Doniella คงเป็นหนึ่งในคำตอบที่ชัดที่สุด เพราะสไตล์ของเธอไม่ได้อยู่แค่บนใบหน้าของตัวละครในซีรีส์ แต่แผ่ไปถึงวัฒนธรรมการแต่งหน้าของคนทั้งเจเนอเรชั่น
จากผลงานของเมกอัปอาร์ตติสทั้ง 4 คนจะเห็นได้ว่ากลิตเตอร์ คริสตัล สีสัน และลวดลายบนใบหน้าสามารถเป็นได้ทั้งเครื่องประดับ ตัวเล่าเรื่อง ไปจนถึงส่วนหนึ่งของงานศิลปะบนใบหน้าที่พวกเธอไม่เคยละทิ้งแม้ในวันที่มันยังไม่ได้รับการยอมรับเหมือนทุกวันนี้ แต่กลับพยายามสร้างสรรค์ให้มันเป็นสไตล์เฉพาะตัวไว้ก่อนที่คำว่า Bedazzled จะเข้ามาครองพื้นที่โซเชียลเสียอีก
ประกอบกับปัจจุบันที่โลกบิวตี้ (รวมถึงผู้เขียน) แอบเริ่มเบื่อกับการที่ทุกคนดูเหมือนกันไปเสียหมด การมีเมกอัปอาร์ตติสที่คอยผลักดันสไตล์การแต่งหน้าแบบจัดเต็มและพาเราออกจากชุดความคิดเดิมๆ ที่ว่าเครื่องสำอางมีหน้าที่เพียงปกปิดจุดบกพร่องและทำให้ใบหน้าดูสมมาตร จึงเป็นเหมือนหมากตัวสำคัญที่บอกเราว่า “ความสนุกและความคิดสร้างสรรค์” ต่างหากที่ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้การแต่งหน้าสวยงามขึ้นเสมอ





