มีใครกำลังอินกับเมกอัปลุคหวานละมุนแบบสาวเกาหลี สาวจีนอยู่บ้าง ยกมือขึ้นหน่อย!
เพราะผู้เขียนเองก็เป็นอีกคนที่เผลอเซฟเรฟรัวๆ ทุกครั้งที่เห็นงานผิวฉ่ำวาว แก้มระเรื่อฟุ้งๆ และปากละมุนๆ เหมือนกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนที่แต่งหน้าสายฝอมาตลอด พออยากจะลองมาแต่งหวานๆ แบบพี่สาวจีน พี่สาวเกาบ้าง ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ซึ่งผู้เขียนคิดว่าสาวๆ หลายๆ คนก็คงเจอปัญหานี้เหมือนกัน
แต่หลังจากผู้อ่านได้ลองดูพวกทิปส์แอนด์ทริคมาเรื่อยๆ ผู้เขียนก็พอจะจับทางได้แล้วว่าลุคนี้ไม่ได้อยู่ที่การโบกเมกอัพหนักๆ เลยสักนิด แต่อยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่งานผิวที่ดูดิวอี้แบบสุขภาพดี ไปจนถึงดอลลี่อายเบาๆ ที่ช่วยให้ตาดูใสเหมือนมีประกายตลอดเวลา
ผู้เขียนเลยอยากชวนทุกคนมาดูทีละสเต็ปว่าถ้าอยากแต่งหน้าโทนหวานให้สวยเป๊ะ แต่ไม่โป๊ะ ไม่ลอย และดูธรรมชาติสุดๆ ควรโฟกัสอะไรเป็นพิเศษบ้าง เพื่อให้ทุกคนได้ไปครีเอตลุคหวานละมุนในสไตล์ของตัวเองกันให้สวยสุดๆ ไปเลย
1. ทาเบสปรับผิวให้ไบร์ท
สำหรับการจะแต่งหน้าโทนหวานแบบสาวเกาหลีให้สวยเป๊ะ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคืองานผิวที่ต้องเน้นความดิวอี้ ฉ่ำน้ำ และพยายามให้หน้าสว่างขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นหน้าลอย รวมถึงไม่จำเป็นต้องปกปิดจุดบกพร่องมากจนเกินไป แค่เน้นการแต่งให้ผิวดูสุขภาพดี ดังนั้นการเลือกเบสปรับสีผิวที่สามารถกลบจุดบกพร่อง เช่นรอยคล้ำ จุดด่างดำ ควบคู่กับการใช้รองพื้นที่ให้ผิวโกล์วจะเหมาะที่สุดเวลาอยากได้เมกอัปลุคที่หวานเป็นพิเศษ

BEAUTILAB - 2ND Skin Cover Color Changing Tint Foundation
ราคา : 799 บาท

RAD - True Radiance Angelic Skin
ราคา : 1,580 บาท
2.ปัดแก้มให้ฟุ้งและสีไม่จัดจนเกินไป
หากใครที่ติดตามและได้เห็นภาพเมกอัปลุคสวยๆ ของเหล่าไอดอลเกาหลีบ่อยๆ จะเห็นว่าในส่วนของการแต่งแก้มส่วนใหญ่จะเน้นความฟุ้งๆ ละมุนๆ ของสี มากกว่าการเลเยอร์สีบลัชให้เข้มแบบเมกอัปลุคของสายฝอ ดังนั้น สีบลัชที่ควรเลือกใช้อาจจะเน้นสีคูลโทน เพื่อให้ได้แก้มที่ดูระเรื่อและไม่เข้มจนเกินไป
แต่ในความเห็นของผู้เขียนในส่วนของการแต่งสีแก้มนั้น อาจจะเลือกสีอะไรก็ได้ตามความชอบ แต่เน้นไปที่การกะน้ำหนักมือตอนปัดให้ดี เช่น ในกรณีที่ใช้บลัชสีเข้มก็อาจจะใช้แปรงที่ไม่แน่นมากแตะบลัชเบาๆ จากนั้นค่อยๆ ปัดให้เบามือที่สุด หรือถ้าใช้บลัชสีอ่อนก็ควรจะปัดแบบพอดีๆ ไม่ต้องหนักมือมาก แต่ก็ไม่ต้องเบามือเกินไปจนมองไม่เห็น

JUDYDOLL - Blush & Hilight Palette
ราคา : 435 บาท

FWEE - Mellow Dual Blush
ราคา : 875 บาท
3.อายแชโดว์โทนสีอ่อนละมุนและเสริมด้วยชิมเมอร์ให้ดูมีมิติ
เมื่อพูดถึงการแต่งตาเวลาแต่งหน้าสไตล์หวาน แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องลืมไปก่อนก็คือการคัดเป้าหนักๆ อายไลน์เนอร์วิงซ์หาง ขนตาฟูฟ่องจัดเต็ม เนื่องจากการแต่งหน้าโทนหวานนั้น สีเบสฟุ้งๆบนเปลือกตาที่มีมีชิมเมอร์อ่อนๆ บริเวณกลางตาและหัวตาคือสิ่งที่เราต้องการมากกว่า เพราะมันจะไม่ทำให้หน้าดุเกินไป อายแชโดว์พาเลตต์ที่ควรเลือกจึงต้องเน้นสีที่อ่อนๆ และมีกลิตเตอร์หรือชิมเมอร์อยู่ในพาเลตต์เดียวกัน

ETUDE - Play Multi Eyes
ราคา : 690 บาท

JUDYDOLL - Matte Pure Light Makeup Eyeshadow Palette
ราคา : 848 บาท
4.“ดอลลี่อาย” It’s a Must
สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับการแต่งหน้าโทนนี้คือการเขียน “ดอลลี่อาย” หรือการแต่งตาที่เน้นเพิ่มเงาเบาๆบริเวณขอบตาล่าง พร้อมกับเติมไฮไลต์หรืออายแชโดว์สีอ่อนที่บริเวณใต้ตา เพราะนอกจากมันจะทำให้เมกอัปลุคดูน่ารักและสดใสขึ้น มันยังช่วยให้ตาโตขึ้นและไม่ดุจนเกินไป
ทั้งนี้ สำหรับคนที่ไม่เคยเขียนดอลลี่อายมาก่อนก็อาจจะจับคู่สีไม่ถูก หรือเขียนออกมาแล้วดูใต้ตาคล้ำกว่าเดิม ผู้เขียนจึงอยากแนะนำให้ใช้ดินสอเขียนดอลลี่อายส์ที่จับคู่สีมาให้แล้วมากกว่าการใช้สีจากอายแชโดว์พาเลตต์ เพราะดินสอเหล่านั้นมีทั้งสีแมตต์ที่ใช้ทำเงากับสีอ่อนหรือกลิตเตอร์มาให้อยู่แล้ว จึงเหมาะสำหรับมือใหม่สุดๆ

SKYMI – 2-in-1 Double-ended Aegyosal Pencil
ราคา : 378 บาท

LA GLACE – Fiery Babty-Dolly Eye Stick
ราคา : 259 บาท
5.เน้นทาปากสไตล์ Glossy Lips หรือ Blurred Lips เป็นหลัก
คอมพลีตลุคด้วยการทาปากให้สวย ไม่ว่าจะด้วยสไตล์ Glossy Lips ที่การทาปากฉ่ำวาว หรือสไตล์ Blurred Lips ที่เน้นการเบลนด์สีปากให้ฟุ้งก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือการหลีกเลี่ยงการทาคมชัดสไตล์ Bold Lips หรือการใช้ลิปไลน์เนอร์วาดเส้นขอบปากให้ดูใหญ่กว่าปกติ เพราะมันอาจจะทำให้ลุคดูสตรองเกินไป
ดังนั้นลิปสติกที่ผู้เขียนมองว่าเหมาะกับการแต่งหน้าโทนหวานก็จะเน้นไปทางลิปกลอสและลิปออยที่มีความฉ่ำวาวสูง หรือลิปเนื้อมูสและเนื้อเวลเวทที่สามารถเบลนด์ให้ดูเบลอได้เป็นหลัก

LAKA - Fruity Glam Tint Mini
ราคา : 410 บาท

PERIPERA - Ink Velvet
ราคา : 480 บาท





