‘ยุค 90s’ ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์แฟชั่น แต่ยังเป็นยุคที่นิยามความงามในแบบที่มีทั้งความกล้า ความสนุก และความไม่จำกัดของกฎเกณฑ์ โดยเฉพาะ ‘สีผม’ ที่กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการแสดงตัวตน ไม่ว่าจะเป็นเฉดบลอนด์สว่างสุดไอคอนิก สีน้ำตาลอบอุ่นแบบธรรมชาติ หรือโทนแดงที่เต็มไปด้วยพลัง ล้วนสะท้อนเสน่ห์ของความเป็นยุค 90s ได้อย่างชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ แต่สีผมเหล่านี้กลับไม่เคยหายไปจากวงการบิวตี้ กลับกันยังถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้นในแต่ละฤดูกาล โว้กบิวตี้พาไปย้อนมอง 5 สีผมยุค 90s ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับเทรนด์สีผมในปัจจุบันเหมือนไม่เคยหายไปไหน
5 สีผมยุค 90s ที่ยังคงไม่เคยหายไปจากกระแสบิวตี้
Honey Blonde Layers
หนึ่งในสีผมที่กลายเป็นภาพจำของยุค 90s คือ ‘ฮันนี่บลอนด์’ โทนบลอนด์อุ่นที่ไม่สว่างจัดจนเกินไป แต่มีมิติของสีทอง น้ำผึ้ง และเบจผสมกันอย่างพอดี แรงบันดาลใจมาจากยุคซูเปอร์โมเดลอย่าง Cindy Crawford และ Claudia Schiffer ที่นิยมผมบลอนด์ดูสุขภาพดี ไม่ฟอกขาวจ้า แต่ให้ความรู้สึกแพงแบบเป็นธรรมชาติ เมื่อจับคู่กับทรงผมเลเยอร์ยาวสไลด์กรอบหน้า จะยิ่งช่วยขับให้ใบหน้าดูซอฟต์และมีมิติ เหมือนเพิ่งเดินออกจากสตูดิโอแฟชั่น ลุคนี้ได้ยังถูกหยิบกลับมาทำซ้ำในเวอร์ชั่น ‘Soft Luxury Blonde’ เหมาะกับลุคผู้หญิงที่ชอบความคลีน เรียบหรู และดูมีคลาสแบบไม่ต้องพยายามมาก
Chestnut Brown Blowout
น้ำตาลเกาลัดวอลุ่มแบบ Victoria’s Secret Era โดยผมสีน้ำตาลเกาลัดเข้มประกายแดงนิดๆ คืออีกหนึ่งเฉดที่โดดเด่นมากในยุค 90s และต้น 2000s ได้แรงบันดาลใจจากลุคสาวรันเวย์และแคมเปญแฟชั่นที่เน้นผมเงา สุขภาพดี และมีวอลุ่ม จุดเด่นของสีนี้คือความเป็นธรรมชาติแต่ไม่ธรรมดา เพราะช่วยให้ผมดูหนาและมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจัดทรงแบบ blowout หรือเป่าม้วนปลายให้พองเบาๆ สไตล์ซูเปอร์โมเดล ในปัจจุบัน โทนนี้ยังคงถูกตีความใหม่ในชื่อ ‘Expensive Brunette’ เหมาะกับลุคสาวออฟฟิศที่ต้องการความมั่นใจหรือวันสบายๆ ที่อยากให้ผมดูสวยโดยไม่ต้องจัดแต่งเยอะ
90s Face-Framing Highlights
ไฮไลต์กรอบหน้าสไตล์ป๊อปสตาร์คือหนึ่งในดีเทลผมที่เห็นได้ชัดมากในยุค 90s ความโดดเด่นคือทำให้เส้นผมด้านหน้าสว่างกว่าสีพื้นหลักเล็กน้อย แรงบันดาลใจมาจากลุคของเหล่าป๊อปสตาร์และนางแบบในมิวสิกวิดีโอยุคนั้น ที่ต้องการให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้นภายใต้แสงแฟลชและสเตจไลท์ เทคนิคนี้สามารถทำได้ทั้งบนผมสีน้ำตาล บลอนด์ หรือแม้แต่ผมดำ โดยเลือกเฉดไฮไลต์ที่อ่อนกว่าสีผมจริงประมาณ 1-3 ระดับ เพื่อให้เกิดคอนทราสต์แบบพอดี ไม่ดูแข็งจนเกินไป เมื่อจับคู่กับทรงผมที่มีเลเยอร์เบาๆ หรือการเซตลอนหลวม จะช่วยขับโครงหน้าให้ชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ในปีนี้ ลุคนี้กลับมาในรูปแบบ ‘Soft Money Pieces’ เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มมิติให้ใบหน้าโดยไม่ต้องทำสีทั้งศีรษะ
Jet Black Straight Gloss
ผมดำสนิทตรงเงาเป็นอีกหนึ่งลุคไอคอนิกของยุค 90s ที่ได้รับอิทธิพลจากนางแบบเอเชียและแฟชั่น Editorial ที่เน้นความเรียบคม สีดำสนิทไม่ได้ดูธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกทรงพลังและมีความลึกลับ ทรงที่เข้ากันที่สุดคือผมตรงยาวเรียบหรือ Blunt Cut ที่ปลายตัดคม ทำให้ใบหน้าดูชัดขึ้นและเสริมโครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะปีไหนลุคนี้ก็เหมาะกับลุคมินิมัล โมเดิร์น หรือสาวที่ชอบความนิ่งแต่มีพลัง
Copper Red Layer Cut
สีคอปเปอร์เรดเป็นอีกหนึ่งโทนที่โดดเด่นในยุค 90s โดยเฉพาะในนิตยสารแฟชั่นและแคมเปญบิวตี้ที่ต้องการความจัดจ้านแต่ยังดูโดดเด่น โทนสีนี้เป็นการผสมระหว่างแดง ส้ม และทองอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีพลัง เมื่อจับคู่กับทรงเลเยอร์หรือ Shaggy Cut จะช่วยเพิ่มความเคลื่อนไหวของเส้นผม ทำให้สีดูมีมิติมากขึ้นเมื่อโดนแสง เหมาะกับคนที่ชอบลุคแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์และไม่กลืนไปกับใครง่ายๆ หรือคนที่อยากเปลี่ยนลุคให้ดูเด่นแบบมีรสนิยม





