Avatar

LIFESTYLE

ชำแหละบทบาทและ Women Empowering ของตัวละครหญิงจากภาพยนตร์ในจักรวาล Avatar

แฟรนไชส์ภาพยนตร์ Avatar กลับมาอีกครั้งในภาคที่สาม Avatar: Fire and Ash พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของหายนะครั้งใหญ่ที่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามบนดาวแพนดอร่า

23 ธันวาคม 2568

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์*

 

เป็นอิหนู เป็นผู้นำ เป็นภรรยา เป็นมารดา เป็นซาฮิก... การมีอยู่ของ Amhul หรือชาวนาวีเพศหญิง คือภาพสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความหลากหลายทางบทบาทที่สามารถสวมใส่ได้อย่างไม่จำกัด แฟรนไชส์ภาพยนตร์ Avatar กลับมาอีกครั้งในภาคที่สาม Avatar: Fire and Ash พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของหายนะครั้งใหญ่ที่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามบนดาวแพนดอร่า

 

หนึ่งในตัวละครโดดเด่นคงหนีไม่พ้นดาวร้ายดวงใหม่อย่าง ‘วารัง’ ซาฮิกผู้นำหญิงจากเผ่ามังควันที่เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความร้ายกาจและแข็งแกร่ง โดยในภาคนี้นับว่าชูความทรงอำนาจของตัวละครนี้ได้เป็นอย่างดีเคียงคู่กับ ‘เนย์ทิรี’ และ ‘โรนัล’ อีกสองตัวละครหญิงที่มีความโดดเด่นในภาคที่ผ่านมา บทความนี้จะพาไปสำรวจบทบาทของตัวละครหญิงทั้งสามในจักรวาล Avatar ซึ่งสะท้อนบทบาท พลังและความแข็งแกร่งในรูปแบบที่แตกต่างกัน

แฟรนไชส์ Avatar ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปี 2022 กับ Avatar: The Way of Water หลังจากห่างหายจากภาคแรกนานถึง 13 ปี ก่อนที่ในปี 2025 Avatar: Fire and Ash จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ทั้งในแง่ของเนื้อหาที่เข้มข้น การทำรายได้มหาศาล และงาน CGI ที่ยังคงมาตรฐานระดับโลก ขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่หลายคนตั้งตารอ ภายใต้การกำกับของ ‘James Cameron’ ที่พาหวนคืนสู่การผจญภัยบนดาวแพนดอร่า ท่ามกลางความขัดแย้งอันซับซ้อนระหว่างคนจากฟ้า เผ่ามังควัน และพันธมิตรชาวนาวี

 

ย้อนกลับไปยัง Avatar ภาคแรก การเปิดปฐมบทของจักรวาลหนึ่งในตัวละครหญิงที่โดดเด่นย่อมหนีไม่พ้น ‘เนย์ทิรี’ นางเอกและซาคาเร็มผู้สืบทอดแห่งเผ่าโอมาติคายา ซึ่งนอกเหนือจากสายเลือดแห่งผู้นำแล้ว เนย์ทิรียังเป็นนักรบและนักธนูฝีมือฉกาจ เปี่ยมด้วยความคล่องแคล่วและว่องไว เธอพบรักกับ ‘เจค ซัลลี’ และร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ในสงครามแพนดอร่าครั้งแรก ก่อนจะก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะมารดาของลูกทั้งสี่ โดยที่ความเป็นนักรบและความเป็นแม่ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างไม่ขัดแย้ง

 

สิบสามปีต่อมา Avatar: The Way of Water พาผู้ชมสำรวจอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ของชาวนาวีอย่างเมตคายีน่า ผู้มีวิถีชีวิตผูกพันกับท้องทะเล เมื่อครอบครัวซัลลีถูกเหล่าคนจากฟ้าตามล่า พวกเขาจำต้องลี้ภัยและได้รับการโอบรับจากเผ่าเมตคายีน่าที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตให้ ในภาคนี้เราได้รู้จัก ‘โรนัล’ ซาฮิกผู้นำจิตวิญญาณประจำเผ่าเคียงข้างสามี เธอเป็นมารดาของลูกทั้งสอง (และอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิด) โดยเราจะเห็นว่าโรนัลมักจะดูไม่ชอบใจการมีอยู่ของครอบครัวซัลลี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท้ายที่สุดแล้วเธอให้ความเคารพการตัดสินใจของสามี

 

และใน Avatar: Fire and Ash เจมส์ คาเมรอน เปิดอีกด้านหนึ่งของดาวแพนดอร่าด้วยการเปิดตัวเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ผูกพันกับไฟและอาศัยอยู่บริเวณภูเขาไฟอย่าง ‘เผ่ามังควัน’ นำโดยซาฮิกทรงอำนาจอย่าง ‘วารัง’ ซึ่งปรากฏตัวในฐานะศัตรูและผู้หมดศรัทธา วารังท้าทายรากฐานความเชื่อของชาวนาวีด้วยการหันหลังให้เอวา ศูนย์รวมจิตวิญญาณของแพนดอร่า และเลือกจับมือเป็นพันธมิตร (ทางกาย) กับผู้พันควอริตช์โดยมีเป้าหมายคือการถืออำนาจสูงสุด และเธอดูสนุกกับการเห็นผู้ชายเป็นเพียงใบเบิกทางไปสู่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ ในจักรวาลอวตารการเห็นเพศหญิงขึ้นเป็นผู้นำโดยไร้คู่เคียงไม่ใช่เรื่องแปลก และวารังก็ทำหน้าที่นั้นได้อย่างน่าเกรงขาม เธอทำให้ชาวนาวีในเผ่ายอมสยบ (แม้กระทั่งผู้พันควอริตช์) ด้วยคาแร็กเตอร์ดีไซน์และความโหดเหี้ยมที่แฝงเบื้องลึกเบื้องหลัง วารังกลายเป็นอีกตัวละครที่สะท้อนบทบาทและบาดแผลของเผ่ามังควันที่ซ่อนภายใต้ภาพลักษณ์ดุดันและป่าเถื่อน

 

โดยทุกความความสัมพันธ์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นฉากเผชิญหน้าหลายต่อหลายครั้งระหว่างวารังและเนย์ทิรีที่สะท้อนความเป็นนักรบของทั้งสอง การประชันฝีปากกันทุกเวลาแต่ก็เข้าใจกันอย่างดีที่สุดของเนย์ทิรีและโรนัลที่แสดงให้เห็นว่าความเป็นแม่ครอบจักรวาล การเป็นห่วงและให้ความเคารพสามีในฐานะภรรยา หรือแม้แต่ความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างวารังกับพันตรีควอริตช์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนล้วนสะท้อนถึงมิติที่หลากหลายและไม่ได้กำจัดกรอบของเพศหญิง

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'ทะลุเป้า! ภาพยนตร์ Avatar: The Way of Water สร้างรายได้ไปกว่าพันล้านเหรียญภายใน 12 วัน' ได้ที่นี่)

Photo : Avatar: Fire and Ash Trailer
TAGS : Avatar