เคยเป็นกันไหม? ใส่สปอร์ตบราแล้วอึดอัด ขยับตัวไม่คล่อง ออกกำลังกายทีไรก็ต้องคอยพะวง เพราะสปอร์ตบราชอบเลื่อน หลุด ไม่กระชับ ซึ่งปัญหาแบบนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเลือกสปอร์ตบราได้ไม่เหมาะกับรูปทรงของหน้าอกและกิจกรรมที่ทำ บทความนี้โว้กจึงจะมาบอกว่าควรเลือกสปอร์ตบราแบบไหนให้สบาย การซัพพอร์ตดี ใส่ออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

1. เช็กก่อนว่าตัวเราออกกำลังกายแบบไหน?
ก่อนจะดูไซซ์หรือดีไซน์ สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองก่อนคือ จะใส่สปอร์ตบราไปทำอะไร? เพราะกิจกรรมแต่ละแบบสร้างแรงกระแทกต่อหน้าอกไม่เหมือนกันกัน เช่น โยคะ หรือ พิลาทิส ต้องการความสบายและการพยุงแบบเบาๆ ขณะที่การวิ่ง กระโดด HIIT หรือคาร์ดิโอ จะทำให้หน้าอกเคลื่อนไหวซ้ำๆ และแรงกว่ามาก
ถ้าเลือกสปอร์ตบราที่ซัพพอร์ตต่ำเกินไปกับกิจกรรมแรง หน้าอกจะขยับมากจนรู้สึกไม่มั่นคง แต่ถ้าเลือกแบบซัพพอร์ตเกินจำเป็น ก็อาจทำให้รู้สึกแน่น อึดอัด และหายใจไม่สบายเช่นกัน ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกสปอร์ตบราให้เหมาะกับระดับของกิจกรรม

2. เลือกสปอร์ตบราให้เหมาะกับรูปทรงของหน้าอก
สปอร์ตบราไม่ได้ถูกออกแบบมาเหมือนกันหมด แบบหนึ่งที่คนหนึ่งใส่สบาย แต่อาจไม่เวิร์กเลยสำหรับอีกคน โดยหลักๆ แล้วสปอร์ตบราจะมี 2 แบบ ซึ่งให้การซัพพอร์ตต่างกัน คือ
1) สปอร์ตบราแบบ Compression : ออกแบบให้กดหน้าอกให้แนบชิดกับลำตัว จุดเด่นคือใส่ง่าย น้ำหนักเบา และช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว เหมาะกับคนที่มีหน้าอกขนาดเล็กถึงปานกลาง หรือใช้กับกิจกรรมที่มีแรงกระแทกไม่สูง เช่น โยคะ พิลาทิส หรือเวตเทรนนิ่งเบาๆ
2) สปอร์ตบราแบบ Encapsulation : ออกแบบให้ซัพพอร์ตหน้าอกแต่ละข้างแยกกัน คล้ายโครงสร้างของบราแบบมีคัพ ช่วยพยุงหน้าอกได้ตรงจุด ลดการสั่นสะเทือน และกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า จึงเหมาะกับคนที่มีหน้าอกขนาดใหญ่ หรือกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวมาก เช่น วิ่ง คาร์ดิโอ หรือ HIIT
Editor’s Tips: สำหรับคนที่มีสรีระอวบอิ่ม หรือมีเนื้อช่วงอกและใต้อกค่อนข้างเยอะ ปัญหาที่พบบ่อยคือการใส่สปอร์ตบราแล้วเกิดอาการเนื้อปลิ้นด้านข้าง ดูเป็นชั้นๆ ในกรณีนี้ สปอร์ตบราแบบ Encapsulation จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะออกแบบให้ซัพพอร์ตหน้าอกแต่ละข้างเป็นสัดส่วน และช่วยเก็บเนื้อได้หมด

3. ความฟิตต้องกระชับพอดี ไม่รัดจนอึดอัด
สปอร์ตบราที่ดีต้องใส่แล้วสบายเลย ไม่ต้องรอให้ชินก่อนแต่อย่างใด ถ้าใส่แล้วแน่น หายใจไม่สะดวก หรือรู้สึกอึดอัดตั้งแต่แรก นั่นคือสัญญานว่าสปอร์ตบราตัวนี้ไม่ฟิตพอดีกับเรา ฉะนั้นหลังลองสวมควรลองขยับตัวจริงๆ ลองยกแขน บิดตัว หรือกระโดดเบาๆ เพื่อดูว่าสปอร์ตบรายังคงอยู่กับที่ หน้าอกไม่เด้ง ไม่เลื่อน และไม่ต้องคอยจัดทรงอยู่ตลอดเวลา

4. อย่าลืมเช็กสายบ่าและขอบใต้อก
รายละเอียดเล็กๆ อย่างสายบ่าและขอบใต้อก ทั้งที่สองจุดนี้เป็นตัวรับน้ำหนักหลักของสปอร์ตบรา โดยสายบ่าควรกว้างพอ กระจายน้ำหนักได้ดี และไม่กดไหล่จนเป็นรอย ส่วนขอบใต้อกควรแนบกระชับกับลำตัว แต่ไม่รัดจนรู้สึกจุกหรือแน่นหน้าอก หากใส่นานแล้วเริ่มเจ็บไหล่หรือรู้สึกอึดอัด แปลว่าสปอร์ตบราตัวนั้นยังไม่บาลานซ์กับสรีระของเราเท่าที่ควร

5. เนื้อผ้าและเนื้อสัมผัสเมื่อใส่จริงควรให้ความรู้สึกดี
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าการซัพพอร์ต คือเนื้อผ้าและความรู้สึกที่ได้รับเมื่อสวมใส่ เพราะต่อให้สปอร์ตบราซัพพอร์ตดีแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อผ้าไม่ระบายอากาศ อับชื้น หรือเสียดสีผิว ก็จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และทำเอาหมดสนุกไปกับการออกกำลังกาย สปอร์ตบราที่ดีควรทำจากผ้าที่นุ่ม ยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี และแห้งเร็ว ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อใส่แล้วต้องรู้สึกมั่นใจ เคลื่อนไหวได้เต็มที่ ไม่ใช่คอยกังวลว่าสปอร์ตบราจะเลื่อนหลุด





