Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

เปิดโมเมนต์จิวเวลรีของเหล่าคนดังในงาน 'Vogue Gala 2026'

รวมมาครบทุกลุคเครื่องประดับของเซเลบในงาน Vogue Gala 2026

10 กันยายน 2569

จบไปแล้วกับค่ำคืน ‘Vogue Gala 2026’ งานกาล่าสุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่ ‘โว้ก ประเทศไทย’ ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อสานต่อเรื่องราวความประณีตและความสามารถในงานหัตถศิลป์ของไทย และเฉกเช่นทุกปีที่นอกจากความงดงามของผืนผ้าไทยจะเป็นไฮไลต์หลักของงาน ความเจิดจรัสของเครื่องประดับ Fine Jewellery และ High Jewellery ก็ยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของลุคที่ชวนให้ติดตาม เนื่องจากมันเป็นโอกาสเดียวที่เผยให้เห็นการพบกันระหว่างจิวเวลรีจากแบรนด์ระดับโลกกับงานออกแบบไทยหลากหลายรูปแบบ และนี่คือการรวมโมเมนต์เครื่องประดับน่าสนใจจากเหล่าคนดังที่ตบเท้าเข้าร่วมงานในปีนี้

 

'เดียร์น่า' และ 'ใหม่' ถ่ายทอดความเป็นไทยในทุกดีเทล

รูบี้สีเข้มและเพชรในคอลเล็กชั่น ‘Treasure of Dreams’ จาก ‘Sirivannavari X Beauty Gems’ คือสิ่งแรกที่สะดุดตาในลุคจิวเวลรีของ ‘เดียร์น่า ฟลีโป’ ที่มาพร้อมกับตุ้มหูระย้าทอดตัวลงมาคู่กับแหวนดีไซน์ประณีต จากการออกแบบโดย ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ ร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับของคนไทย ‘Beauty Gems’ มาอยู่กับเดรสเกาะอกสีน้ำตาลจาก Sirivannavari ซึ่งเป็นการจับคู่สีที่น่าสนใจ เพราะรูบี้สีเข้มช่วยขับเน้นให้ทั้งลุคดูมีความลุ่มลึก น่าหลงใหล และเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งคนสำคัญที่ยืนหยัดในการนำเสนอความเป็นไทยในทุกองค์ประกอบของลุคก็คือ ‘ใหม่-ดาวิกา’ ที่เลือกต่างหูระย้าและสร้อยคอจากแบรนด์ไทย ‘Gems Pavilion’ ที่ประดับประดาด้วยเพชรหลากหลายคัตมาคู่กับเดรสปาดไหล่ปักคริสตัลจากอีกหนึ่งแบรนด์ไทยอย่าง “Meshmuseum” เพื่อสร้างโททัลลุคไทยแท้ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงการเล่นกับแสงของทั้งสององค์ประกอบ เพราะขณะที่ต่างหูและสร้อยคอทำหน้าที่สะท้อนแสงจากด้านบน รายละเอียดบนเดรสก็รับช่วงต่อประกายลงมาตลอดตัวชุด ทำให้ลุคนี้ดูวิบวับโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มสีสันอื่นเข้ามา รวมถึงสะท้อนว่าความเป็นไทยสามารถเปล่งประกายได้ในทุกจุดของลุค

ปีกปักษาสยายบนลุคผ้าไทยพื้นถิ่นของ 'ศรีริต้า'

เมื่อ ‘ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช’ เลือกตุ้มหูและแหวนจากคอลเล็กชั่น ‘Bird on a Rock’ อันเป็นตำนานจากปี 1968 ของแบรนด์สัญชาติอเมริกัน ซึ่งมีตัวเรือนนกกระตั้วสยายปีกเป็นดาวเด่นมาสวมคู่กับชุดแบรนด์ Asava ผ้าไทยสีชมพูจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ภาพที่ได้ก็น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากความอ่อนหวานของสีชมพูทำให้รายละเอียดของนกและประกายอัญมณีดูโดดเด่นขึ้น ในขณะเดียวกันรูปทรงของจิวเวลรีก็เข้ามาเติมความโมเดิร์นให้กับผ้าไทยอย่างพอดี จนอาจจะพอนิยามได้ว่านี่คือการแมตช์จิวเวลรีกับเสื้อผ้าที่ไม่ได้พยายามทำให้ทั้งสององค์ประกอบเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับปล่อยให้ความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทั้งสองสิ่งทำงานร่วมกันไปเองอย่างกลมกลืน

เติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยจิวเวลรีจาก Chanel

ลุคของ ‘หมิว-ณัชชา’ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการแมตช์เครื่องประดับหลายชิ้น หลากสไตล์ โดยที่ยังรักษารายละเอียดของแต่ละชิ้นให้สมดุลกัน เพราะเธอเลือกใช้ตุ้มหู ‘Bouton De Camélia’ และสร้อยจี้ ‘Fil de Camélia’ มาทำหน้าที่สร้างความอ่อนหวาน ก่อนเพิ่มความคมด้วยโช้กเกอร์และแหวนลวดลายควิลต์จากคอลเล็กชั่น ‘Coco Crush’ ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18K ทำให้ทุกชิ้นยังคงอยู่ในโทนเดียวกัน แม้ดีไซน์จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผลลัพธ์จึงเป็นลุคที่มีทั้งความสวยหวานและความแข็งแรงในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งโททัลลุคจาก Chanel มาจาก ‘ลีน่า-ลลินา’ ที่เรียกได้ว่าเป็นขั้วตรงข้ามของหมิวโดยสิ้นเชิง เพราะเธอเลือกหยิบความอ่อนช้อยคอกคามิลเลียตัวเรือนไวต์โกลด์ 18 กะรัตประดับเพชรที่อยู่บนตุ้มหูและสร้อยคอของไลน์ ‘Bouton De Camélia’ และแหวน ‘Camélia Blooming’ จากคอลเล็กชั่น ‘Camélia’ มาเป็นคีย์หลักและตัวขับกล่อมให้ทั้งลุคมีความมินิมัล คลีน และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผสานกับเดรสผ้าไทยสีฟ้าเหลือบม่วงจาก Vatanika เป็นอย่างดี อีกทั้งดอกคามิลเลียซึ่งเป็นรหัสความงามสำคัญของ Chanel ก็ยิ่งทำหน้าที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้ลุคนี้มีความโรแมนติกซ่อนอยู่ภายใต้ความประณีตของเดรสผ้าไทย

ความเปล่งประกายของจิวเวรีต่างสไตล์จากคู่ 'หมาก-คิม'

สำหรับคู่รักอย่าง ‘หมาก-ปริญ’ และ ‘คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส’ เลือกเล่าเรื่องเครื่องประดับคนละแบบอย่างเห็นได้ชัด หมากในฐานะ House Ambassador ของ Chanel เลือกความสุขุมของนาฬิการุ่น ‘J12’ สีน้ำเงิน และ ‘Timeless Brooch’ เข็มกลัดประดับเพชร Brilliant-cut 315 เม็ด มาตัดกับสูทลายทางสีน้ำเงินตัดแดงจากแบรนด์ไทย 37°C จนทำให้ความน้อยชิ้นของเครื่องประดับสอดรับกับดีเทลของชุดสูทอย่างน่าสนใจ 

ส่วนฟากของคิมเบอร์ลี่ซึ่งเป็น Brand Ambassador ของ Cartier กลับมาในอีกขั้วความรู้สึกด้วยการขนคอลเล็กชั่นไอคอนิกหลากหลายชิ้นของเมซงมามิกซ์แอนด์แมตช์กัน ไม่ว่าจะ ‘Panthère de Cartier’ ทั้งตุ้มหู แหวน และสร้อยคอ พร้อมด้วยกำไล ‘Juste un Clou’ เป็นชิ้นคอมพลีตลุค พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าความน่าสนใจของการใส่เครื่องประดับไม่ได้อยู่แค่ที่ความสวยงามแวววาวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้เห็นเครื่องประดับสองบุคลิกมาอยู่เคียงข้างกันได้อย่างลงตัว

'น้ำปิง' กับการเปลี่ยนความเรียบง่ายให้กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น

เมื่อพูดถึงเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษ แน่นอนว่าสิ่งที่ยากพอๆ กับการใส่ชิ้นที่เข้ากับเสื้อผ้าก็คือ “การสรรหาชิ้นที่ดีที่สุดท่ามกลางตัวเลือกอันน้อยนิด” แต่ในกรณีของ ‘น้ำปิง-นภัสกร’ ผู้เขียนมองว่าเขาตีโจทย์แสนยากนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการใช้ไอเท็มเพียงแค่ 2 ชิ้นอย่างเข็มกลัด ‘Juste un Clou’ และนาฬิกา ‘Santos de Cartier’ ของ Cartier มาสร้างลุคที่เผินๆ แลดูจะเรียบง่าย แต่กลับทำให้คาแรกเตอร์ชัดเจน

โมเดิร์นไทยภาษาแห่งการแมตช์ลุคของ 'เต้ย'

หากต้องตามหาคนที่บาลานซ์ระหว่างความเป็นไทยและความร่วมสมัย ‘เต้ย-จรินทร์พร’ ในเดรสสีแดงสดของ Alaïa พร้อมเครื่องประดับจาก Cartier และกระเป๋าสไตล์ไทยโมเดิร์นจาก Vickteerut ก็คงเป็นชื่อแรกๆ เพราะเธอเลือกนาฬิการุ่น ‘Baignoire’ หน้าปัดทรงวงรีประดับเพชรและตุ้มหูสตั๊ดจากคอลเล็กชั่น ‘Trinity’ มาเติมความคลาสสิกให้กับชุดที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จนทำให้เราได้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างความเรียบในจิวเวลรีที่มาช่วยบาลานซ์เสื้อผ้าสีแดงซิลูเอตโมเดิร์น ขณะที่กระเป๋าสไตล์ไทยโมเดิร์นจาก VicKteerut ก็ทำหน้าที่ดึงความเป็นไทยของลุคมาเชื่อมโยงกับธีมของค่ำคืนสำคัญได้อย่างชัดเจน

จิวเวลรีโรมันในค่ำคืนแห่งงานหัตถ์ศิลป์ไทย

แม้งาน Vogue Gala 2026 จะเป็นห้วงเวลาการเฉลิมฉลองให้กับผืนผ้าและอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย แต่เมื่อพูดถึงโว้ก ประเทศไทยในภาพใหญ่แล้วนั้น การโอบรับภาษาแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลกก็ถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่เราดำเนินการและให้ความสำคัญไม่ต่างกับการผลักดันงานฝีมือไทยสู่สายตาชาวโลกเลย จึงไม่แปลกเลยสักนิดที่เครื่องประดับจากอีกฟากของไทยอย่าง Bvlgari จะพร่างพราวไปทั่วทั้งค่ำคืนที่ผ่านมา

ไล่ตั้งแต่สองหนุ่ม ‘สน-ยุกต์’ และ ‘ยูโร-ยศวรรธน์’ ที่เลือกความเฉียบคมแทนความระยิบระยับจาก ‘B.zero1’ และเรือนเวลาผู้ชาย ‘Octo Finissimo’ มาเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกาย ทำให้เส้นสายเรขาคณิตและรูปทรงที่ชัดเจนของเครื่องประดับเข้ามาเสริมความภูมิฐานให้กับลุค

ขณะที่ฝั่งของสี่สาว ‘โอปอ-สุชาตา’ ‘มิ้ลค์-พรรษา’ ‘แป้งจี่-ปภาวรินท์’ และ ‘เมเบิ้ล-สิริวลี’ กลับหวนไปหาความพลิ้วไหวและแวววาวของ ‘Serpenti Viper’ และ ‘Serpenti Tubogas’ ที่โอบล้อมร่างกายคล้ายการเคลื่อนไหวของงู พร้อมทำให้ลุคผ้าไทยของพวกเธอเปล่งประกายราวกับมีชีวิตจิตใจ จนเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างสองภาษาของงานออกแบบที่เข้ากันอย่างน่าประทับใจ

อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของเหล่าเซเลบในเครื่องประดับทั้งไทยและเทศในค่ำคืนนั้น ถือเป็นการตอกย้ำว่า Vogue Gala 2026 ทำมากกว่าแค่การแถลงเจตนารมณ์ในการสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยของวงการแฟชั่นไทย แต่ยังทำหน้าที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความเป็นไทยที่สามารถเปิดรับ ต่อยอด และสนทนากับภาษาการออกแบบจากทั่วโลกได้อย่างสง่างาม