Vogue Thailand

LIFESTYLE

VOGUE FOOD GUIDE | โว้กลิสต์ 4 ร้านอาหารไฟน์ไดนนิ่งที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้!

จากลอนดอน นิวยอร์ก ไปจนถึงภาคตะวันออกของไทย สำรวจ 4 ประสบการณ์อาหารที่กำลังสร้างสีสันให้กับกรุงเทพฯ

30 พฤษภาคม 2569

     ฤดูกาลนี้นับเป็นอีกช่วงเวลาที่น่าจับตามองของแวดวงอาหารในกรุงเทพฯ เมื่อเหล่าห้องอาหารและเชฟต่างนำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องรสชาติ แต่ยังเชื่อมโยงเข้ากับศิลปะ วัฒนธรรม ความทรงจำ และเรื่องราวจากหลากหลายมุมโลก ตั้งแต่การมาเยือนของ La Petite Maison (LPM) ร้านอาหารสไตล์เฟรนช์-เมดิเตอร์เรเนียนชื่อดังที่ยกบรรยากาศแห่ง French Riviera มาปักหมุดป๊อปอัพ ณ Anantara Siam Bangkok, การตีความฤดูใบไม้ผลิผ่านศาสตร์อาหารและงานศิลปะจัดวางดอกไม้ที่ Sartoria by Paulo Airaudo, การเปิดบ้านหลังใหม่ของศรีตราดที่ห้องของศรี ที่พาอาหารภาคตะวันออกมาเล่าในมุมมองร่วมสมัยใจกลางสยามพารากอน ไปจนถึงค่ำคืน Four Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Sirocco by lebua ต้อนรับเชฟจากร้านอาหารอิตาเลียนระดับรางวัลในนิวยอร์กมาร่วมรังสรรค์มื้อพิเศษ ทั้งหมดนี้คือ 4 จุดหมายปลายทางที่ควรค่าแก่การแวะไปสัมผัส



LA PETITE MAISON

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการมาเยือนของ La Petite Maison หรือ LPM ร้านอาหารสไตล์เฟรนช์-เมดิเตอร์เรเนียนชื่อดังที่ครองใจนักชิมทั่วโลก ซึ่งเลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายล่าสุดของป๊อปอัพระดับนานาชาติ ณ โรงแรม Anantara Siam Bangkok ตลอด 2 เดือนเต็ม บรรยากาศของห้องอาหาร Biscotti ถูกแปลงโฉมให้มีกลิ่นอายแบบเฟรนช์ริเวียรา ถ่ายทอดเสน่ห์ของการรับประทานอาหารที่เน้นการแบ่งปันและความสนุกสนานบนโต๊ะอาหาร เมนูซิกเนเจอร์อย่าง กุ้งทะเลอุ่นราดน้ำมันมะกอกและเลมอน ซี่โครงแกะหมักเครื่องเทศหอมกรุ่น รวมถึงเฟรนช์โทสต์ในตำนานและชีสเค้กสูตรเฉพาะของร้าน ล้วนสะท้อนแนวคิดอาหารที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพของวัตถุดิบ จนเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม LPM จึงกลายเป็นจุดนัดพบของเหล่านักชิมและผู้คนในแวดวงไลฟ์สไตล์จากเมืองใหญ่ทั่วโลก

 

 

SARTORIA BY PAULO AIRAUDO

บนชั้น 56 ของ AYA Rooftop at The Empire ห้องอาหาร Sartoria by Paulo Airaudo กำลังต้อนรับฤดูใบไม้ผลิผ่านโปรเจกต์ 'The Spring Atelier' ที่ผสานศาสตร์อาหารเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างงดงาม ภายใต้การนำของเฮดเชฟคนใหม่ 'Bjørn Tischner' พร้อมความร่วมมือกับศิลปินชาวไทย 'บอล-นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์' ผู้รังสรรค์งานศิลปะจัดวางดอกไม้ภายในห้องอาหาร ถ่ายทอดสีสันและความสดชื่นของฤดูกาลผ่านมุมมองร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นแมกเคอเรลเสิร์ฟคู่หน่อไม้ฝรั่งและดาชิ ริซอตโตที่จับคู่หมึกหิ่งห้อยกับส้มคัมควอท หรือปลาเก๋าที่เสิร์ฟพร้อมซอสแชมเปญและหน่อไม้ฝรั่งขาว ทุกจานสะท้อนแนวคิดของอาหารโมเดิร์นอิตาเลียนที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาล ขณะที่งานดอกไม้ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้การรับประทานอาหารครั้งนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมโยงรสชาติ ศิลปะ และความงดงามของฤดูใบไม้ผลิเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์

 

 

SRI TRAT

อีกหนึ่งการกลับมาที่น่าสนใจคือ 'ศรีตราด ที่ห้องของศรี' บ้านหลังใหม่ของร้านอาหารไทยขวัญใจชาวกรุงเทพฯ ณ สยามพารากอน ที่ต่อยอดเรื่องราวของ ‘ศรีตราด’ จากร้านต้นตำรับสู่พื้นที่แห่งความทรงจำในเมืองหลวง ภายใต้แนวคิดที่จำลองร้านตัดเย็บเสื้อผ้าในกรุงเทพฯ ผสานกลิ่นอายไทย-จีนและรายละเอียดวินเทจไว้อย่างอบอุ่น เมนูอาหารยังคงยึดหัวใจของอาหารภาคตะวันออกที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อมและวัตถุดิบพื้นถิ่น แต่เพิ่มเติมด้วยเมนูพิเศษเฉพาะสาขาและประสบการณ์ใหม่อย่างเชฟเทเบิลบนชั้นลอย ไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจคือเมนูอบวุ้นเส้นกะปิปูดองที่นำรสชาติคุ้นเคยของครอบครัวมาตีความอย่างร่วมสมัย สะท้อนเสน่ห์ของร้านที่ยังคงรักษาความอบอุ่นแบบบ้านไว้ได้อย่างครบถ้วน

 

 

SIROCCO BY LEBUA

ปิดท้ายด้วยค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Sirocco by lebua ซึ่งจับมือกับเชฟ 'Alessio Rossetti' จาก 'The Oval at La Devozione' ในนิวยอร์ก จัดดินเนอร์ Four Hands Collaboration เพียง 3 คืนเท่านั้น ความน่าสนใจของค่ำคืนนี้อยู่ที่การยกระดับพาสต้าให้กลายเป็นพระเอกของเมนูถึง 7 คอร์สจากทั้งหมด 9 คอร์ส โดยใช้เส้นพาสต้าจาก Di Martino จับคู่กับวัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่าง Hokkaido Uni, Taraba King Crab, Bluefin Tuna และวากิว พร้อมเสริมมิติด้วยไวน์แพริ่งที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แม้จะเป็นค่ำคืนที่อุทิศให้กับอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม แต่เมื่อผสานเข้ากับวิวเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ จาก Sirocco แล้ว ก็ยิ่งทำให้มื้ออาหารครั้งนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำทั้งในแง่ของรสชาติ บรรยากาศ และความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ

 

(สามารถอ่านเรื่อง 13 คาเฟ่มัตฉะทั่วกรุงเทพฯ ที่ชวนให้รู้จักชามากกว่ารสชาติ! ได้ที่นี่)