เมื่อกล่าวถึงเรื่องนักสะสมนาฬิกาที่เป็นดาราหรือศิลปินระดับโลก หลายคนอาจนึกถึง John Mayer หรือ Mark Wahlberg แต่สำหรับนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง Timothée Chalamet ก็เป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากคอนาฬิกาพันธุ์แท้มากมาย เพราะโดยปกติดาราหรือนักแสดงมักสวมใส่นาฬิการุ่นไอคอนิก หรือสุดยอดนาฬิกาหายากอยู่แล้ว แต่ทิโมธีไม่เพียงแต่หยิบยกนาฬิกาข้อมือราคาแพงมาอวดโฉมในงานสำคัญเท่านั้น เพราะเขาเลือกสรรและนำเสนอนาฬิกาจากแบรนด์อิสระไปพร้อมกับถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของเรือนเวลา Cartier ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

- URBAN JÜRGENSEN - UJ-2 (Platinum)
นาฬิกา UJ-2 เวอร์ชั่นแพลทินัมจาก Urban Jürgensen ถูกพูดถึงมากที่สุดในบรรดานาฬิกาทั้งหลายของทิโมธี เพราะนี่คือนาฬิกาจากแบรนด์อิสระที่โลดแล่นอยู่บนข้อมือของเขาอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่แค่ต่อเนื่อง แต่เป็นงานสำคัญมากมาย กระแสจากคอมมูนิตี้นาฬิกากล่าวถึงเรือนนี้กันแบบไม่เว้นวรรค ซึ่งหากใครจำกันได้นี่คือนาฬิกาที่เขาสวมใส่ขึ้นปกโว้กอเมริกา ฉบับส่งท้าย Anna Wintour วันนี้ UJ-2 ยังเป็นนาฬิกาที่ได้รับการพูดถึงอยู่เสมอ เพราะนี่คือสุดยอดนวัตกรรมที่ผสมผสานความสวยงามอย่างน่าทึ่ง กลไกบอกเวลาไม่ได้ซับซ้อนแต่ถูกออกแบบมาอย่างเนี้ยบประณีต หลักชั่วโมงและนาทีเป็นแพตเทิร์นปกติ เพิ่มเติมด้วยหลักวินาทีที่บอกวเลาผ่านหน้าปัดแยก Small Seconds และมีฟังก์ชั่นการบอกพลังงานสำรองบริเวณ 12 นาฬิกา ทั้งเซ็ตนี้ถูกจัดวางแบบ ‘off-center’ แล้ววงโค้งของแต่ละหน้าปัดเว้นพื้นที่ระหว่างขอบตัวเรือน ทำให้รู้สึกราวกับรูปทรงเรขาคณิตทั้งชุดกำลังเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเวลา นิยามความพื้นฐานเกิดจาก Abraham Louis Breguet ปรมาจารย์ที่ส่งทอดวิชาจนปรากฏอยู่ใน UJ-2 ณ ปัจจุบัน ‘double wheel’ และ ‘bridge’ ในส่วนต่างๆ ประกอบกันอย่างไร้ที่ติ เผยความงดงามของกลไกผ่านเคสด้านหลังแบบไม่มีปิดบัง ตัวเรือน 39 มิลลิเมตรทำจากวัสดุแพลทินัม 950 มาพร้อมเบเซลขัดพิเศษ ‘lugs’ ที่ถูกออกแบบและตีความใหม่จากทรงหยดน้ำดั้งเดิมของแบรนด์ เม็ดมะยมแบบไร้สกรูว์สลักโลโก้ ‘UJ’ ด้านหน้า (หน้าปัดหลัก) และหลังตกแต่งด้วยเทคนิคกีโยเช่ Grain d’orge ส่วนหน้าปัดย่อยเป็นลวดลาย Clous de Paris และเข็มสีน้ำเงินเป็นรูปทรงเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ศักยภาพยังเหลือล้นด้วยพลังงานสำรอง 52 ชั่วโมง ภายในบรรจุดด้วยกลไกที่ออกแบบสำหรับนาฬิกาเรือนนี้โดยเฉพาะ ซึ่งใช้ชื่อเดียวกัน นับเป็นสุดยอดเรือนเวลาจากแบรนด์อิสระที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 ต่อเนื่องจนถึงปี 2026 เลยก็ว่าได้

- CARTIER – Baignoire Allongée
ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ทิโมธีคงไม่พลาดในการนำเสนอมนตร์เสน่ห์ของเรือนเวลาคาร์เทียร์อย่างแน่นอน แต่สำหรับชายผู้หลงรักและคลั่งไคล้เรื่องนาฬิกานั้น เรือนเวลาบนข้อมือจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน นาฬิกา Baignoire ถือเป็นอีกหนึ่งความคลาสสิกที่เดินทางผ่านกาลเวลามานานเกินหลักศตวรรษ ทิโมธีเลือกสรรผลงานที่เมซงตีความชิ้นงานจากปี 1912 ออกมาใหม่ ออกมาเป็น Baignoire Allongée ซึ่งตัวเรือนถูกยืดยาวจนมีรูปทรงเฉพาะ กลายเป็นนาฬิกาหายากและนักสะสมพร้อมไขว่คว้า โดยนาฬิกาเรือนนี้ตัวเรือนทำจากวัสดุไวต์โกลด์ (750/1000).ชุบโรเดียม ประดับด้วยเพชรเจียระไน brilliant-cut 267 เม็ด น้ำหนักรวม 2.67 กะรัต ลักษณะความยืดยาวสอดรับเข้ากับข้อมือและบีบรัดหลักตัวเลขโรมันให้มีรูปทรงพิเศษไม่เหมือนปกติทั่วไป หน้าปัดโทนสีเงิน มาพร้อมเข็มสตีลสีน้ำเงินตัดกัน ตัวสายเป็นสีเทาอ่อนทำจากวัสดุหนังจระเข้เพิ่มความหรูหราเช่นเดียวกับตัวล็อคแบบ ‘ardillon’ วัสดุไวต์โกลด์ มากไปกว่านั้นเม็ดมะยมยังทำจากเพชร Top Wesselton ทั้งหมดทั้งมวลทำให้นาฬิกาเรือนนี้พิเศษเหนือระดับและทิโมธีก็ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

- SIMON BRETTE - Chronomètre Artisans Titanium
อีกหนึ่งนาฬิกาที่เป็นกระแสเมื่อทิโมธีสวมใส่คือ Simon Brette Chronomètre Artisans Titanium ในแวดวงคอนาฬิกาสายลึก แบรนด์นี้น่าจับตามองอย่างมากอยู่แล้ว แต่สำหรับคนส่วนใหญ่อาจยังไม่เคยรู้จักมักคุ้นมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องฮือฮาเมื่อทิโมธีเลือกสวมใส่ในงานสำคัญหลายครั้ง โดยนาฬิกาเรือนนี้แตกต่างจาก UJ-2 เพราะแม้จะเป็นนาฬิกาหน้าปัดทรงกลมเหมือนกัน แต่ภายในถ่ายทอดแนวคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ถ้า UJ-2 คือความเรียบง่ายแต่ซ่อนลูกเล่น Chronomètre Artisans Titanium คือความซับซ้อนที่เต็มไปด้วยรายละเอียด รากฐานของนาฬิกาเรือนนี้ตั้งต้นจากช่างฝีมือจากศตวรรษที่ 20 และถูกนิยามให้เป็นเรือนเวลา ‘neo-classical’ ที่อัดแน่นทั้งกลไกอันซับซ้อนและการตกแต่งอันหรูหรา โดดเด่นด้วย ‘tiger claws’ บนหน้าปัด การจัดวางโครงสร้างแบบอสมมาตร หน้าปัดย่อยหลักวินาทีอยู่บริเวณตำแหน่ง 9 นาฬิกา 15 นาที ตัวเรือนทำจากวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 วัสดุบนหน้าปัดเป็นโรสโกลด์สลักลายและขัดด้วยมือทั้งหมด ยึดหลักการทำงานศิลปะมาตรฐานนาฬิกาชั้นสูง เช่นเดียวกับเข็มที่ถูกตัดทรงและเก็บรายละเอียดด้วยมือ รวมชิ้นส่วนทั้งหมด 226 ชิ้น และที่สำคัญแทบทุกชิ้นส่วนถูกเผยให้เห็นอย่างชัดเจนจากหน้าปัดและเคสด้านหลัง มาพร้อมเกียร์เขี้ยวหมาป่า (wolf’s tooth) ที่ทำให้เม็ดมะยมทำหน้าที่หมุนเกลียวอย่างลื่นไหล รวมถึงการเสริมสร้างความพิเศษกับกลไกซับซ้อนที่ถูกทำให้เรียบง่ายด้วยชิ้นส่วนเพียงชิ้นเดียว ด้านความแม่นยำยังมีกลไก ‘stop-second’ และการจับคู่ ‘balance wheel’ และ ‘hairspring’ แบบสมมาตร สวนทางกลับหน้าปัดอสมมาตร เพิ่มความแม่นยำขั้นสุดยอด สุดท้ายแม้นาฬิกาเรือนนี้จะเป็นรูปแบบนาฬิกา 3 เข็มคลาสสิก แต่ด้วยรายละเอียดของงานกลไกประกอบเข้ากับงานศิลปะของนาฬิกาชั้นสูง Chronomètre Artisans Titanium จึงเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่ควรค่าแก่การสะสมด้วยประการทั้งปวง

- CARTIER – Crash Diamonds (CRHPI00654)
เชื่อเลยว่า ‘Holy Grail’ ของนักสะสมนาฬิกาจะต้องมีเรือนเวลา Crash อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน สำหรับทิโมธีกับตำแหน่งสำคัญของเมซงคาร์เทียร์ เขาก็ไม่พลาดจะหยิบยกนาฬิกาหายากมานำเสนอในเวอร์ชั่นประดับเพชร ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2024 เขาเรียกเสียงฮือฮาให้กับแวดวงนาฬิกาเมื่อสวมนาฬิกา Crash Diamonds มาอวดโฉมในโอกาสสำคัญ โดยความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้ขั้นแรกคือเป็นนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ผลิตจำกัดเพียง 67 เรือนทั่วโลกเท่านั้น โดยรายละเอียดสำคัญคือเป็นนาฬิการูปทรงบิดเบี้ยวอันเป็นตำนานที่ถูกพัฒนาออกมาราวกับเป็นจิวเวลรีชิ้นไอคอนิก โครงสร้างเป็นงงานประติมากรรมทำจากวัสดุไวต์โกลด์ขัดเคลือบโรเดียม ประดับด้วยเพชรเจียระไน brilliant-cut ตั้งแต่ขอบตัวเรือนไปจนถึงสาย สัดส่วนรูปทรงอยู่ที่ 38.45 x 25.5 มิลลิเมตร หน้าปัดโอปอลีนสีเงิน ประดับด้วยตัวเลขโรมันสุดคลาสสิกตามแบบฉบับนาฬิกาคาร์เทียร์ที่คุ้นตา ตัดกับสีน้ำเงินของเข็ม กลไกด้านในเป็นแบบไขลาน มอบกลิ่นอายความอมตะเหนือกาลเวลา ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความหรูหราเหนือระดับดั่งที่นาฬิการะดับตำนานควรจะเป็น
(สามารถอ่านเรื่องราวโลกนาฬิกาเพิ่มเติมได้กับบทความ VOGUE WATCH | ต้อนรับวันวาเลนไทน์ด้วยการบอกเล่าเรื่องความรักผ่านเรือนเวลาที่ไม่เหมือนใคร)

