Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE WATCH | Rolex OP Jubilee Motif อีกหนึ่งเสน่ห์รูปแบบใหม่ที่ความสนุกผสมผสานกับไอคอนิก

Rolex เปิดฉากบันทึกบทแห่งความสนุกรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่องเรือนเวลา Oyster Perpetual Jubilee Motif การรังสรรค์หนึ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี นาฬิกา Oyster ที่มีเอกลักษณ์และสร้างภาพจำที่น่าตื่นเต้น

15 กันยายน 2569

การเดินทางตามประวัติศาสตร์ของเรือนเวลา Oyster จาก Rolex เถลิงความยิ่งใหญ่ครบรอบ 100 ปี ซึ่งแบรนด์เฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยนาฬิกา Oyster Perpetual ที่ออกแบบมาเพื่อโอกาสสำคัญโดยเฉพาะ รายละเอียดของตัวเลข การผสมสี และความงดงามเชิงศิลป์มิติต่างๆ ทว่านาฬิกาอีกหนึ่งเรือนที่พลาดไม่ได้คือ Oyster Perpetual อีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่เพียบพร้อมด้วยรายละเอียดอันประณีต ความไอคอนิกแบบดั้งเดิม เรื่อยไปจนถึงกลิ่นอายความสนุกและชวนสะดุดตาในแบบที่หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับแนวทางของโรเล็กซ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
 

Rolex Oyster Perpetual ลวดลายโมทีฟ ‘Jubilee’ คือเรือนเวลาสำหรับนักสะสมตัวยง เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2024 ก็มีเรือนเวลาหน้าปัด ‘Bubble’ มาให้เชยชมพร้อมกับนาฬิกา Day-Date ในรูปแบบ ‘Puzzle’ นับเป็นนาฬิกาที่คงความคลาสสิกแต่นำเสนอความสนุกสนานด้วยสีสันและลวดลายได้อย่างเต็มเปี่ยม ปัจจุบันนาฬิกา 2 เรือนนี้กลายเป็นสิ่งล้ำค่าของเหล่านักสะสม เรื่อยไปจนถึงตลาดนาฬิการะดับโลก ราคาพุ่งทะยานหลายเท่าตัว ปี 2026 กับปีแห่งการเฉลิมฉลอง ต้องบอกว่า Oyster Perpetual โฉมใหม่ก็ให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

นาฬิกาเรือนนี้ทำจากวัสดุ ‘Oystersteel’ ทั้งตัวเรือนและสาย ซึ่งสายก็มาในรูปแบบของ ‘Oyster Bracelet’ สุดไอคอนิก นับเป็นนาฬิการุ่นเบสิกที่ยังรักษาองค์ประกอบแสนเรียบง่ายได้อย่างครบถ้วน แต่ที่เป็นไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือลวดลายหน้าปัดที่สะกดตาเสียเหลือเกิน ราวกับว่านี่คืออีกคาแร็กเตอร์ความสนุกที่โรเล็กซ์ยุคใหม่ค่อยๆ เปิดใจและนำเสนอต่อคอนาฬิกาทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ โดยลายโมทีฟ ‘Jubilee’ ผสมผสานสีสันอันหลากหลาย โทนสีต่างๆ สอดประสานสลับกันไปมา มีจุดคั่นเรียงกันเป็นแนวแทยง สลับกับตัวอักษร ‘R O L E X’ สลับกันไปเรื่อยๆ แต่ละช่อง ร้อยประสานกันจนเกิดเป็นหน้าปัดที่มีเอกลักษณ์ที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

แท้จริงแล้วนาฬิกาเรือนนี้มีให้เลือกสรรถึง 2 ขนาดคือ 36 และ 41 มิลลิเมตร แต่โว้กเลือกหยิบขนาด 36 มิลลิเมตรมานำเสนอด้วยมุมมองเกี่ยวกับความหลากหลายในการสวมใส่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งยังเป็นขนาดพอเหมาะที่สมดุลอย่างมากกับการนำเสนอลวดลาย ในฐานะผู้เขียน(ที่ชอบนาฬิกาเรือนเล็กเป็นพิเศษ) มองว่าจุดตัของความพอดีในไซซ์ 36 มิลลิเมตรทำให้ลวดลายไม่โดดเด่นจนตะโกน แต่ก็มีสัดส่วนที่พอเหมาะที่ทำให้นาฬิกาไม่เล็กจิ๋วจนเกินไป และเมื่อยิ่งจับคู่กับสาย ‘Oyster Bracelet’ นี่คือจุดลงตัวที่มอบทั้งความสปอร์ตและไอคอนิกในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะสวมใส่โอกาสใดก็อยู่ในจุดที่เหมาะสมทั้งสิ้น

รายละเอียดความน่าสนใจของนาฬิกาเรือนนี้ยังไม่หมด ด้วยตัวเรือนขนาด 36 มิลลิเมตร เบเซลมาในรูปแบบโดม คริสตัลแซปไฟร์ป้องกันหน้าปัดที่ทนทานต่อการขีดข่วน เม็ดมะยมเป็นแบบ ‘Screw-down’ และมีระบบ ‘Twinlock’ สองชั้นกันน้ำ สามารถกันน้ำได้ลึกถึงระดับ 100 เมตร กลไกภายในเดินเครื่องอัตโนมัติด้วย Calibre 3230 มีอัตราความแม่นยำอยู่ที่ -2/+2 วินาทีต่อวัน แสดงเวลาในรูปแบบนาฬิกา 3 เข็ม เพิ่มเติมฟังก์ชั่นการหยุดหลักวินาทีเพื่อปรับเวลาอย่างแม่นยำ สำรองพลังงานได้มากถึง 70 ชั่วโมง รายละเอียดของหลักเวลาและสัญลักษณ์โรเล็กซ์เงางามด้วยวัสดุเดียวกับตัวเรือนพร้อมเพลตสีขาวเคลือบสารเรืองแสง เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงและนาที ทั้งหมดทำให้นาฬิกาเรือนนี้ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นนาฬิกาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องสงสัย เชื่อเลยว่าหากใครเป็นแฟนโรเล็กซ์หรือเป็นนักสะสมนาฬิกาเรือนพิเศษ นาฬิกาลายโมทีฟ ‘Jubilee’ เรือนนี้อย่างน้อยต้องชวนให้เหลียวตามองสักครั้งแน่นอน


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของแบรนด์โรเล็กซ์ได้กับบทความ ออกเดินทางท่องเวลาไปกับมรดกนาฬิกาแห่งนักเดินทางผ่านนิทรรศการ Rolex GMT-Master)