การเดินทางตามประวัติศาสตร์ของเรือนเวลา Oyster จาก Rolex เถลิงความยิ่งใหญ่ครบรอบ 100 ปี ซึ่งแบรนด์เฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยนาฬิกา Oyster Perpetual ที่ออกแบบมาเพื่อโอกาสสำคัญโดยเฉพาะ รายละเอียดของตัวเลข การผสมสี และความงดงามเชิงศิลป์มิติต่างๆ ทว่านาฬิกาอีกหนึ่งเรือนที่พลาดไม่ได้คือ Oyster Perpetual อีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่เพียบพร้อมด้วยรายละเอียดอันประณีต ความไอคอนิกแบบดั้งเดิม เรื่อยไปจนถึงกลิ่นอายความสนุกและชวนสะดุดตาในแบบที่หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับแนวทางของโรเล็กซ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Rolex Oyster Perpetual ลวดลายโมทีฟ ‘Jubilee’ คือเรือนเวลาสำหรับนักสะสมตัวยง เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2024 ก็มีเรือนเวลาหน้าปัด ‘Bubble’ มาให้เชยชมพร้อมกับนาฬิกา Day-Date ในรูปแบบ ‘Puzzle’ นับเป็นนาฬิกาที่คงความคลาสสิกแต่นำเสนอความสนุกสนานด้วยสีสันและลวดลายได้อย่างเต็มเปี่ยม ปัจจุบันนาฬิกา 2 เรือนนี้กลายเป็นสิ่งล้ำค่าของเหล่านักสะสม เรื่อยไปจนถึงตลาดนาฬิการะดับโลก ราคาพุ่งทะยานหลายเท่าตัว ปี 2026 กับปีแห่งการเฉลิมฉลอง ต้องบอกว่า Oyster Perpetual โฉมใหม่ก็ให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
นาฬิกาเรือนนี้ทำจากวัสดุ ‘Oystersteel’ ทั้งตัวเรือนและสาย ซึ่งสายก็มาในรูปแบบของ ‘Oyster Bracelet’ สุดไอคอนิก นับเป็นนาฬิการุ่นเบสิกที่ยังรักษาองค์ประกอบแสนเรียบง่ายได้อย่างครบถ้วน แต่ที่เป็นไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือลวดลายหน้าปัดที่สะกดตาเสียเหลือเกิน ราวกับว่านี่คืออีกคาแร็กเตอร์ความสนุกที่โรเล็กซ์ยุคใหม่ค่อยๆ เปิดใจและนำเสนอต่อคอนาฬิกาทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ โดยลายโมทีฟ ‘Jubilee’ ผสมผสานสีสันอันหลากหลาย โทนสีต่างๆ สอดประสานสลับกันไปมา มีจุดคั่นเรียงกันเป็นแนวแทยง สลับกับตัวอักษร ‘R O L E X’ สลับกันไปเรื่อยๆ แต่ละช่อง ร้อยประสานกันจนเกิดเป็นหน้าปัดที่มีเอกลักษณ์ที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
แท้จริงแล้วนาฬิกาเรือนนี้มีให้เลือกสรรถึง 2 ขนาดคือ 36 และ 41 มิลลิเมตร แต่โว้กเลือกหยิบขนาด 36 มิลลิเมตรมานำเสนอด้วยมุมมองเกี่ยวกับความหลากหลายในการสวมใส่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งยังเป็นขนาดพอเหมาะที่สมดุลอย่างมากกับการนำเสนอลวดลาย ในฐานะผู้เขียน(ที่ชอบนาฬิกาเรือนเล็กเป็นพิเศษ) มองว่าจุดตัของความพอดีในไซซ์ 36 มิลลิเมตรทำให้ลวดลายไม่โดดเด่นจนตะโกน แต่ก็มีสัดส่วนที่พอเหมาะที่ทำให้นาฬิกาไม่เล็กจิ๋วจนเกินไป และเมื่อยิ่งจับคู่กับสาย ‘Oyster Bracelet’ นี่คือจุดลงตัวที่มอบทั้งความสปอร์ตและไอคอนิกในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะสวมใส่โอกาสใดก็อยู่ในจุดที่เหมาะสมทั้งสิ้น
รายละเอียดความน่าสนใจของนาฬิกาเรือนนี้ยังไม่หมด ด้วยตัวเรือนขนาด 36 มิลลิเมตร เบเซลมาในรูปแบบโดม คริสตัลแซปไฟร์ป้องกันหน้าปัดที่ทนทานต่อการขีดข่วน เม็ดมะยมเป็นแบบ ‘Screw-down’ และมีระบบ ‘Twinlock’ สองชั้นกันน้ำ สามารถกันน้ำได้ลึกถึงระดับ 100 เมตร กลไกภายในเดินเครื่องอัตโนมัติด้วย Calibre 3230 มีอัตราความแม่นยำอยู่ที่ -2/+2 วินาทีต่อวัน แสดงเวลาในรูปแบบนาฬิกา 3 เข็ม เพิ่มเติมฟังก์ชั่นการหยุดหลักวินาทีเพื่อปรับเวลาอย่างแม่นยำ สำรองพลังงานได้มากถึง 70 ชั่วโมง รายละเอียดของหลักเวลาและสัญลักษณ์โรเล็กซ์เงางามด้วยวัสดุเดียวกับตัวเรือนพร้อมเพลตสีขาวเคลือบสารเรืองแสง เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงและนาที ทั้งหมดทำให้นาฬิกาเรือนนี้ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นนาฬิกาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องสงสัย เชื่อเลยว่าหากใครเป็นแฟนโรเล็กซ์หรือเป็นนักสะสมนาฬิกาเรือนพิเศษ นาฬิกาลายโมทีฟ ‘Jubilee’ เรือนนี้อย่างน้อยต้องชวนให้เหลียวตามองสักครั้งแน่นอน
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของแบรนด์โรเล็กซ์ได้กับบทความ ออกเดินทางท่องเวลาไปกับมรดกนาฬิกาแห่งนักเดินทางผ่านนิทรรศการ Rolex GMT-Master)

