Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA

FASHION

VOGUE SCOOP | Vogue Casting Call เวทีเฟ้นหานางแบบรุ่นใหม่ที่กล้าจะเป็นตัวเอง โดย Vogue Thailand

เป็นที่น่าสนใจว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ 5 คนสุดท้ายของโปรเจกต์นี้?

13 สิงหาคม 2569

จากเวทีคัดเลือกผู้สมัครหน้าใหม่จากทั่วประเทศ สู่การเฟ้นหา 20 คนสุดท้ายและ 5 ผู้ชนะที่ได้ก้าวเข้าสู่แฟชั่นเซ็ตของโว้กประเทศไทย ‘Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA’ ไม่ได้เป็นเพียงโปรเจกต์ที่มองหานางแบบและนายแบบหน้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงตัวตน พัฒนาศักยภาพ และสัมผัสประสบการณ์จริงในโลกแฟชั่น ตั้งแต่เวิร์กช็อป การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการปรากฏตัวบนรันเวย์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทพิสูจน์สำคัญผ่านแฟชั่นเซ็ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟในนิตยสารโว้กประเทศไทย โดยทั้ง 5 ผู้ชนะได้ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์และนิยามความงามในแบบฉบับของตัวเองอย่างเต็มที่

 

Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA คืออะไร?

Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA คือโปรเจกต์ค้นหานางแบบและนายแบบหน้าใหม่จากทั่วประเทศไทย โดยโว้กประเทศไทยเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและคาแร็กเตอร์ของตัวเองผ่านกระบวนการคัดเลือกที่ไม่ได้มองเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับบุคลิก ความมั่นใจ ทัศนคติ และความสามารถในการถ่ายทอดตัวตนผ่านแฟชั่น ตั้งแต่รอบคัดเลือกแรกจนเข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้าย ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ผ่านประสบการณ์ที่ช่วยให้เห็นภาพการทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากขึ้น ทั้งการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาบุคลิกภาพ ไปจนถึงการได้ทดลองทำงานในสถานการณ์จริง ซึ่งทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการค้นหาศักยภาพของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

 

จากผู้สมัคร Vogue Casting Call ทั่วประเทศ สู่ 20 คนสุดท้าย

เส้นทางของ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA เริ่มต้นจากการเปิดรับผู้สมัครหน้าใหม่จากทั่วประเทศไทย ก่อนคัดเลือกจนเหลือผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งแต่ละคนต่างมีเอกลักษณ์ คาแร็กเตอร์ และบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป การเข้าสู่รอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ว่าผู้สมัครมีรูปลักษณ์ที่เหมาะกับการทำงานแฟชั่นหรือไม่ แต่ยังเป็นบททดสอบความสามารถในการนำเสนอตัวเอง การสร้างความประทับใจ และการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลเพียงใดในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแคมเปญคือการพาผู้เข้ารอบทั้ง 20 คนขึ้นสู่รันเวย์ เพื่อถ่ายทอดบุคลิกและศักยภาพของตัวเองต่อหน้าคณะกรรมการและบุคลากรจากแวดวงแฟชั่นทั้งไทยและนานาชาติ การเดินบนรันเวย์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่ทำให้เห็นความแตกต่างของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ทั้งในแง่ของการเคลื่อนไหว การแสดงออก ความมั่นใจ การควบคุมอารมณ์ และความสามารถในการสร้างภาพจำภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่เส้นทางนางแบบและนายแบบมืออาชีพ

 

ใครคือคณะกรรมการ Vogue Casting Call 2026?

การคัดเลือกผู้ชนะ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA อยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายแขนงในวงการแฟชั่น ได้แก่ ‘มิลิน ยุวจรัสกุล’ ผู้ก่อตั้ง Feline Agency, ‘จงกล พลาฤทธิ์’ แฟชั่นไดเร็กเตอร์โว้กประเทศไทย,‘จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล’ สไตล์ไดเร็กเตอร์โว้กประเทศไทย, ‘วสันต์ ผึ่งประเสริฐ’ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังระดับแนวหน้าของเมืองไทย, ‘ตะวัน ก้อนแก้ว’ บรรณาธิการบทความแฟชั่นโว้กประเทศไทย, ‘เตย-สุพิชชา’ นางแบบมืออาชีพ และ ‘โมจิ-จิรัชยา’ ผู้ชนะ Miss Tiffany’s Universe 2016 และ Miss International Queen 2016 โดยแต่ละคนต่างนำมุมมองและประสบการณ์เฉพาะด้านมาร่วมค้นหาดาวรุ่งจากผู้เข้ารอบทั้ง 20 คน ทำให้การตัดสินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่ครอบคลุมไปถึงทัศนคติ ความเป็นมืออาชีพ ความสามารถในการทำงาน และศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต สำหรับเวทีค้นหาคนรุ่นใหม่ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือกคนที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง แต่คือการมองเห็นว่าใครมีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองและสามารถสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในโลกแฟชั่นได้ การทำงานร่วมกันของคณะกรรมการจากหลากหลายสายงานจึงช่วยเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นต่อคำว่า ‘นางแบบ’ และ ‘นายแบบ’ ในยุคปัจจุบัน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าคาแร็กเตอร์และตัวตนสามารถเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้รูปลักษณ์

 

5 ผู้ชนะกับโอกาสสำคัญบนหน้านิตยสารโว้กประเทศไทย

จากผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย มีเพียง 5 คนที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะของ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA และได้รับโอกาสสำคัญในการร่วมถ่ายทำแฟชั่นเซ็ตสำหรับนิตยสารโว้กประเทศไทย โดยซีซั่นที่แล้วผู้ชนะไม่ว่าจะเป็น ‘แพรวา-มนพัทธ์ เลิศกุลวิวัฒน์, ‘อิง-ปัญจมา เพ็งจันทร์’, ‘เอมิ-วัชระ แก้วงาม, ‘บริดจิตต์ มาเรีย แสตมป์’ และ ‘แนท-แนทตาลี จิรนันท์ ทไวเวย์’ มีโอกาสได้ถ่ายทำแฟชั่นเซ็ตในนิตยสารเล่มโว้กประเทศไทย อีกทั้งยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ อีกมากมาย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางในอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะการได้ทำงานในแฟชั่นเซ็ตระดับนิตยสารไม่ได้เป็นเพียงรางวัลจากการแข่งขัน แต่ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับทีมแฟชั่น การทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ การโพสท่า การถ่ายทอดอารมณ์ผ่านภาพ ไปจนถึงการสร้างคาแร็กเตอร์ให้สอดคล้องกับเสื้อผ้าและทิศทางของแฟชั่นเซ็ต ทำให้แฟชั่นเซ็ตครั้งนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอผู้ชนะทั้ง 5 คนในฐานะดาวรุ่งหน้าใหม่ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงตัวตนผ่านภาษาของแฟชั่นอย่างเต็มที่ ภาพถ่ายแต่ละเฟรมสะท้อนทั้งสไตล์ บุคลิก และพลังเฉพาะตัวของแต่ละคน ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าการเป็นนางแบบหรือนายแบบในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของรูปลักษณ์ หากยังหมายถึงความสามารถในการสื่อสารตัวตน ถ่ายทอดอารมณ์ และสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้ชมผ่านภาพแฟชั่นได้อย่างมีเอกลักษณ์

 

Vogue Casting Call 2026 กับนิยามความงามที่เปิดกว้างขึ้น

สิ่งที่ทำให้ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA มีความหมายมากกว่าการเป็นเวทีค้นหาผู้ชนะ คือแนวคิดเรื่อง ‘ความงามที่หลากหลาย’ ซึ่งโปรเจกต์เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอความเป็นตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนตัวตนให้เข้ากับภาพจำของนางแบบหรือนายแบบแบบดั้งเดิม เพราะในโลกแฟชั่นปัจจุบัน คาแร็กเตอร์ ความมั่นใจ ทัศนคติ และความสามารถในการสื่อสารตัวตน ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถทำให้คนหนึ่งคนโดดเด่นขึ้นมาได้ ตลอดกระบวนการ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปและประสบการณ์จริง ตั้งแต่การทำความเข้าใจการทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น ไปจนถึงการก้าวขึ้นรันเวย์ต่อหน้าคนในวงการ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA ไม่ได้มอบเพียงโอกาสในการแข่งขัน แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจว่าการเป็นนางแบบหรือนายแบบมืออาชีพไม่ได้มีเพียงเรื่องของการเดินแบบหรือการถ่ายภาพ แต่ยังต้องอาศัยวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับโจทย์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดบนเส้นทางอาชีพในอนาคตได้

 

จากเวที Vogue Casting Call สู่เส้นทางแฟชั่นระดับโลก

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางของ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA ตั้งแต่การเปิดรับสมัคร การคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วประเทศ การเฟ้นหา 20 คนสุดท้าย ไปจนถึงการค้นหา 5 ผู้ชนะ จะเห็นได้ว่าแต่ละขั้นตอนได้ทำหน้าที่เป็นบททดสอบที่แตกต่างกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับการแข่งขัน ประสบการณ์ที่ได้รับจึงมีคุณค่าไม่เพียงสำหรับผู้ที่ได้รับเลือก แต่ยังรวมถึงผู้เข้าร่วมทุกคนที่ได้ก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตัวเองและทดลองทำสิ่งใหม่ในโลกแฟชั่น ท้ายที่สุด Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA จึงเป็นมากกว่าแคมเปญค้นหานางแบบและนายแบบหน้าใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ช่วยเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำความรู้จักโลกแฟชั่นอย่างจริงจัง จากผู้สมัครทั่วประเทศสู่ 20 คนสุดท้าย และปิดท้ายด้วย 5 ผู้ชนะที่ได้ร่วมถ่ายแฟชั่นเซ็ตในนิตยสารโว้กประเทศไทย ทุกขั้นตอนล้วนสะท้อนการเดินทางจาก ‘คนที่มีความฝัน’ ไปสู่ ‘คนที่กำลังสร้างเส้นทางของตัวเอง’ ในอุตสาหกรรมแฟชั่น พร้อมตอกย้ำว่าแฟชั่นในวันนี้ไม่ได้มีคำตอบเพียงหนึ่งเดียวว่าใครคือ ‘คนที่เหมาะกับการเป็นนางแบบหรือนายแบบ’ หรือความงามควรมีหน้าตาแบบไหน

 

ด้วยเหตุนี้ Vogue Casting Call 2026 partnership with LAZADA จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ในวงการแฟชั่นไทย เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ตัวตน และศักยภาพของแต่ละบุคคล พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มีความฝันได้กล้าที่จะก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมแฟชั่น และเชื่อว่าคาแร็กเตอร์ของตัวเองก็สามารถกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างเส้นทางสู่เวทีระดับสากลได้เช่นกัน เป็นที่น่าสนใจว่า... ใครจะเป็น 5 คนสุดท้ายของโปรเจกต์นี้?

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ กลับมาอีกครั้งกับ Vogue Casting Call เวทีของคนเจนใหม่ที่รักแฟชั่นและกล้าที่จะเป็นตัวเอง’ ได้ที่นี่)

Photo : Nattanam W.