หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดแสดงในประเทศจีน ล่าสุด Vivienne Westwood เตรียมนำหนึ่งในนิทรรศการที่ได้รับการจับตามองที่สุดของแบรนด์อย่าง 'Vivienne Westwood & Jewellery' มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ชิดลม วันที่ 11 กันยายนถึง 23 ตุลาคมนี้ เพื่อพาผู้ชมสำรวจบทบาทของ "เครื่องประดับ" ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษมาตลอดกว่า 50 ปี นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมเครื่องประดับอันโดดเด่นจากอดีต แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ทำความเข้าใจว่าทำไมเครื่องประดับจึงเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบ Vivienne Westwood ตั้งแต่ยุคพังก์จนถึงปัจจุบัน ผ่านผลงานจากคลังสะสมของแบรนด์และชิ้นงานที่เคยปรากฏบนรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษ ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงร่วมกันเป็นครั้งแรก

นิทรรศการ Vivienne Westwood & Jewellery คืออะไร?
นิทรรศการ Vivienne Westwood & Jewellery เป็นการสำรวจวิวัฒนาการของงานออกแบบเครื่องประดับผ่านมุมมองของ ‘Vivienne Westwood’ ดีไซเนอร์ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการแฟชั่นโลก โดยนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องประดับ แฟชั่น ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมผลงานของเธอตลอดเส้นทางการสร้างสรรค์ ภายในนิทรรศการจะรวบรวมเครื่องประดับจากคอลเล็กชั่นสำคัญของแบรนด์ รวมถึงชิ้นงานต้นฉบับที่เคยปรากฏบนรันเวย์ในแต่ละยุค เพื่อสะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านการออกแบบ ตั้งแต่ความดิบของวัฒนธรรมพังก์ไปจนถึงความหรูหราที่ได้รับอิทธิพลจากประวัติศาสตร์ยุโรป
ทำไมเครื่องประดับจึงเป็นหัวใจของ Vivienne Westwood?
สำหรับ Vivienne Westwood เครื่องประดับไม่ใช่เพียงของตกแต่ง แต่เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารตัวตน ความคิด และจุดยืนของผู้สวมใส่ ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานออกแบบในปี 1971 เธอเลือกใช้เครื่องประดับเพื่อเพิ่มมิติให้กับเสื้อผ้า ถ่ายทอดบุคลิก และสร้างความหมายให้กับแฟชั่นมากกว่าความงามภายนอก ชื่อของ Vivienne Westwood เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เมื่อเธอกลายเป็นผู้บุกเบิกแฟชั่นพังก์ของอังกฤษ ก่อนจะพัฒนาภาษาแห่งการออกแบบที่ผสมผสานเครื่องแต่งกายย้อนยุค งานศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ในปี 1989 เธอได้พบกับ ‘Andreas Kronthaler’ ซึ่งต่อมากลายเป็นทั้งคู่ชีวิตและคู่คิดด้านการออกแบบ ทั้งสองร่วมกันสร้างผลงานที่ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ พร้อมผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และความยั่งยืน ผ่านแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง
ภายในนิทรรศการมีอะไรน่าสนใจ?
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงผ่าน 8 ห้องนิทรรศการ ซึ่งแต่ละห้องถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญของการสร้างสรรค์เครื่องประดับในแต่ละทศวรรษ ผู้เข้าชมจะได้เดินทางตั้งแต่ต้นกำเนิดของวัฒนธรรมพังก์ แนวคิด DIY ปรัชญาด้านสิ่งแวดล้อม การตีความเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับแห่งศตวรรษที่ 18 ไปจนถึงห้อง Orb ที่อุทิศให้กับสัญลักษณ์ประจำแบรนด์อันเป็นที่จดจำไปทั่วโลก นอกจากเครื่องประดับแล้ว นิทรรศการยังนำเสนอเสื้อผ้าจากแฟชั่นโชว์ในอดีต ภาพจากรันเวย์ ภาพถ่าย ภาพคอลลาจ งานจัดวาง เสียงดนตรี และคลิปวิดีโอ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Immersive ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสโลกของ Vivienne Westwood อย่างครบทุกมิติ
โลโก้ Orb ของ Vivienne Westwood มีความหมายอย่างไร?
Orb เป็นสัญลักษณ์ที่ผสมผสานลูกโลกแห่งราชวงศ์อังกฤษเข้ากับวงแหวนดาวเสาร์ สื่อถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเพณี อัตลักษณ์แบบอังกฤษ และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในไอคอนสำคัญของแบรนด์ทั่วโลก
Andreas Kronthaler เผยเหตุผลที่เครื่องประดับมีความหมายต่อแบรนด์
Andreas Kronthaler ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Vivienne Westwood กล่าวว่าการได้เห็นนิทรรศการเดินทางมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์สู่ผู้ชมทั่วโลก เขาอธิบายว่า เครื่องประดับคือองค์ประกอบที่ช่วยขับเน้นใบหน้า เติมมิติให้กับเรือนร่าง และสะท้อนบุคลิกของผู้สวมใส่ได้อย่างทรงพลัง อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ทั้งยังยกตัวอย่างว่าแม้ในยุคพังก์ Vivienne Westwood ก็เลือกนำหมุด เข็มกลัด กระดูก เศษวัสดุ กระป๋อง และของใช้ในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ เพื่อท้าทายกรอบเดิมของแฟชั่น ขณะที่โลโก้ Orb ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลูกโลกแห่งราชวงศ์อังกฤษและวงแหวนดาวเสาร์ ก็สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมกลายเป็นสัญลักษณ์ที่นิยามตัวตนของแบรนด์มาจนถึงทุกวันนี้
ทำไมนิทรรศการนี้จึงไม่ควรพลาด?
นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ Vivienne Westwood & Jewellery เดินทางมาจัดแสดงในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสหาชมได้ยากสำหรับแฟนแฟชั่นที่จะได้เห็นเครื่องประดับต้นฉบับจากคลังสะสมของแบรนด์ รวมถึงผลงานระดับไอคอนิกที่เคยปรากฏบนรันเวย์ตลอดกว่า 40 ปีในพื้นที่เดียวกัน นิทรรศการยังสะท้อนให้เห็นว่า เครื่องประดับในมุมมองของ Vivienne Westwood ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเติมเต็มลุค แต่เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง ตั้งคำถามต่อสังคม และสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน
(สามารถตามไปอ่านบทความ 'VOGUE HISTORY | ย้อนรอยการจูบบันลือโลกบนรันเวย์ที่ฉีกกรอบความอิสระทางสังคมไปตลอดกาล' ได้ที่นี่)

