โว้กประเทศไทยบินลัดฟ้ามุ่งตรงสู่ UNIQLO Ariake Office ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen ประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2026 และเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่คอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen จะวางจำหน่ายในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โว้กได้ร่วมพูดคุยกับ 'Cecilie Bahnsen' ในเซสชั่นสัมภาษณ์พิเศษส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ ความประทับใจส่วนตัว และวิสัยทัศน์ของ 'Cecilie Bahnsen' ที่มีต่อโปรเจกต์ครั้งสำคัญนี้
บทสัมภาษณ์ 'Cecilie Bahnsen' ผู้รังสรรค์คอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilia Bahnsen
1. อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเลือกร่วมงานกับยูนิโคล่?
ฉันชื่นชอบแบรนด์ญี่ปุ่นมาโดยตลอด ทั้งในแง่ของงานฝีมือ แนวคิดด้านการออกแบบที่ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด และความงดงามในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้มีชีวิตขึ้นมา ซึ่ง LifeWear ของยูนิโคล่มีความสอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์ Cecilia Bahnsen ในเรื่องของการแต่งกายในชีวิตประจำวัน ทั้งการเคลื่อนไหว การใช้ชีวิต และวิธีที่ผู้หญิงใช้เสื้อผ้าในการแสดงตัวตน และความรู้สึกของตัวเอง สำหรับฉันการได้นำเสนอเสื้อผ้าสไตล์ของเราในวงกว้าง เพื่อให้เข้าถึงผู้หญิง เด็กผู้หญิงทั่วโลกได้มากขึ้น เป็นเรื่องที่มีความหมายกับฉันมาก เพราะพวกเธอจะได้สวมใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ในแบบของตัวเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Sisterhood ที่เราอยากสร้างขึ้นไปด้วยกัน
โดย 'Mie Ejdrup' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Cecilie Bahnsen กล่าวว่า "ความร่วมมือกับยูนิโคล่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ในกลยุทธ์ด้านความร่วมมือของเรา ยูนิโคล่เคยร่วมงานกับครีเอทีฟระดับแนวหน้าหลายท่านมาก่อน ทำให้เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมืออันยอดเยี่ยมดังกล่าว และนี่เป็นความฝันอันยาวนานของเราที่จะได้ร่วมงานกับคุณยาไน คุณคัตสึตะ และทีมงานยูนิโคล่ที่เปี่ยมด้วยความสามารถ เพื่อสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นสำหรับผู้หญิง และเด็ก ที่เรามองว่าเสื้อผ้าลักชัวรี่ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้เช่นกัน และนี่คือสิ่งที่เราต้องการถ่ายทอดออกมา ผ่านความร่วมมือในครั้งนี้"
2. คุณมีความประทับใจต่อไอเท็มของยูนิโคล่อย่างไรก่อนที่จะได้ร่วมงานกัน และมีไอเท็มของยูนิโคล่ชิ้นไหนที่คุณใช้ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัวบ้าง?
ยูนิโคล่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ฉันเลือกใส่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเลยค่ะ ฉันชอบความเบาสบายของผ้าเจอร์ซีย์ แล้วก็ซิลูเอตที่ดูนุ่มนวล ซึ่งพอเอามาแมตช์กับชุดเดรสของ Cecilia Bahnsen แล้วมันเข้ากันได้อย่างลงตัวมากๆ และสิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากก็คือ ความสม่ำเสมอของยูนิโคล่ในเรื่องของดีไซน์ ความสวยงาม รวมถึงคุณค่าของแบรนด์ที่ยังคงชัดเจน และมีมาตรฐานเดียวกันเสมอ ไม่ว่าไอเท็มชิ้นนั้นจะมาจากนิวยอร์ก ญี่ปุ่น หรือโคเปนเฮเกนก็ตามค่ะ
ส่วนไอเท็มชิ้นโปรดที่ชอบที่สุดก็คือ HEATTECH ค่ะ ฉันมักจะหยิบมาใส่เป็นเลเยอร์ด้านในตลอด แล้วก็อีกชิ้นที่ชอบมากๆ คือเสื้อยืดคอกลมจากคอลเล็กชั่นผู้ชายค่ะ ใส่สบาย และทรงสวยมากจริง ๆ
3. สำหรับการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นนี้ อะไรคือมุมมองที่สำคัญที่สุด และคุณอยากจะสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นแบบไหน?
สำหรับคอลเล็กชั่นนี้เราอยากลองหยิบเอาเนื้อผ้าพื้นฐานอย่าง 'ผ้าเจอร์ซีย์' มาตีความใหม่ แล้วถ่ายทอดความหลากหลายของมันออกมาให้ได้มากที่สุดค่ะ มีตั้งแต่เสื้อยืดลายดอกไม้สุดคลาสสิก ที่เอาไว้ใส่เลเยอร์กับชุดเดรส ไปจนถึงไอเท็มผ้าเจอร์ซีย์แบบลายนูน ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัส และสีสันที่สดใส เพื่อพาทุกคนไปสัมผัสมุมมองใหม่ ๆ ของผ้าเจอร์ซีย์ในหลากสไตล์ค่ะ
อย่างไอเท็มผ้าเจอร์ซีย์ทรงหลวมในคอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen นี้ ก็สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ความอ่อนโยน และความเฟมินีนของแบรนด์ออกมาได้อย่างลงตัว ทำให้หยิบมาสวมใส่ได้ง่ายในทุก ๆ วัน พร้อมให้สัมผัสที่พลิ้วไหวเป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยเพิ่มสีสันสนุก ๆ ให้กับการแต่งตัวลุคเดิม ๆ ด้วยลายพิมพ์สุดโรแมนติก การจับจีบสม็อก และดีเทลการแต่งระบายที่สะท้อนโลกของ Cecilie Bahnsen ออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด
และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ก็คือเรื่อง 'ภาพถ่ายแคมเปญ' เพราะภาพถ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฉันมาโดยตลอด ครั้งนี้เลยเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ในการหลอมรวมตัวตนของยูนิโคล่และ Cecilie Bahnsen เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนตัวฉันได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ งานดีไซน์ และสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่นมาตลอด เลยเลือกไปถ่ายทำแคมเปญนี้กันที่ 'เกาะโชโด' ซึ่งเป็นเกาะที่ชื่อเสียงด้านงานศิลปะของญี่ปุ่น บรรยากาศธรรมชาติที่นั่น เข้ากับคอลเล็กชั่นนี้ได้อย่างลงตัวมากๆ
นอกจากนี้เรายังได้กลับมาร่วมงานกับสองช่างภาพคู่หูอย่าง 'Louise & Maria Thornfeldt' ซึ่งเป็นกลุ่มคนแรก ๆ ที่เคยร่วมงานกับฉัน เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองพลังของผู้หญิงและความสัมพันธ์แบบ 'Sisterhood' ที่ฉันตั้งใจ และอยากจะส่งต่อให้ผู้หญิงทุกคนผ่านคอลเล็กชั่นนี้ค่ะ
1 / 1
Cecilie Bahnsen
4. คุณได้ค้นพบหรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการร่วมงานกับยูนิโคล่บ้าง?
การได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานในทุกรายละเอียดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกสีสัน เนื้อผ้า รูปทรง ไปจนถึงการตัดเย็บ ทุกคนมีความพิถีพิถัน และใส่ใจในทุกขั้นตอนมากๆ เพื่อให้ไอเทมทุกชิ้นออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ และสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับฉัน ในคอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen นี้ ก็คือการได้นำเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เรามาตีความใหม่ผ่าน 'ผ้าเจอร์ซีย์' ร่วมกับการใช้ผ้าออร์แกนซ่า และการเย็บลายนูน ซึ่งมันถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบใหม่ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่าง ทั้งในแง่ของผิวสัมผัส และรูปทรงที่ดูนุ่มนวลขึ้นค่ะ
โดยทางยูนิโคล่ก็ให้ความสำคัญกับความสบาย และความรู้สึกของผู้หญิงเวลาสวมใส่เสื้อผ้ามากๆ ซึ่งตัวฉันเองก็อยากให้คอลเล็กชั่นนี้ยังคงรายละเอียด ที่สะท้อนความเฟมินีนเอาไว้ด้วยเหมือนกัน เลยรู้สึกภูมิใจมาก ๆ ค่ะที่เราสามารถร่วมกันสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นที่รักษาสมดุลของทั้งสองสิ่งนี้ไว้ได้อย่างลงตัว พอพิจารณาย้อนกลับไปถึงแก่นแท้ของเสื้อผ้าแล้ว คอลเล็กชั่นนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดระหว่างความโรแมนติก และความมินิมอลค่ะ
5. อะไรคือเหตุผลที่ดอกไม้มีบทบาทสำคัญในงานออกแบบของคุณ และมีดอกไม้ชนิดไหนที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคอลเล็กชั่นนี้?
ดอกไม้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของฉัน และงานออกแบบมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเก็บดอกไม้ระหว่างทางไปสตูดิโอ การอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเติบโตของดอกไม้ การปลูกดอกไม้ไว้ที่บ้านพักช่วงฤดูร้อน หรือแม้แต่การตกแต่งออฟฟิศด้วยดอกไม้ สำหรับฉันดอกไม้คืออีกหนึ่งรูปแบบของความคิดสร้างสรรค์ ที่หากเราเรามองงานสิ่งทอในอดีต จะเห็นว่าในแต่ละยุคสมัย ลวดลายดอกไม้ถูกตีความออกมาอย่างงดงาม และหลากหลาย ฉันก็เลยสนใจที่จะนำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นค่ะ และสำหรับคอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen นี้ เราตั้งใจสร้างสรรค์ลายดอกไม้ที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับยูนิโคล่โดยเฉพาะ รวมถึงเรายังให้ความสำคัญในเรื่องของซิลูเอตด้วย ผลลัพธ์ที่ได้เลยออกมาเป็นลวดลายกราฟิกดอกไม้ที่ดูลงตัว และเข้ากันได้ดีมากๆ กับโทนสีภาพรวมของคอลเล็กชั่นนี้ค่ะ
6. คุณมีดอกไม้ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษไหม?
ฉันชื่นชอบดอกไม้หลายๆ แบบ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเลือกเพียงดอกเดียว แต่ถ้าเป็นดอกไม้ของเดนมาร์กที่ฉันชื่นชอบที่สุด คงเป็นดอกอะนีโมนี เพราะเป็นดอกไม้แรกของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งให้ความรู้สึกพิเศษ และเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้น และความหวัง ส่วนดอกไม้ญี่ปุ่นที่ฉันชื่นชอบที่สุดก็คงจะเป็นดอกซากุระ การได้เห็นซากุระบานครั้งแรกให้ความรู้สึกที่เหมือนอยู่ในความฝัน ทั้งท้องฟ้า ผืนน้ำ และบรรยากาศรอบตัว ถูกแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีชมพูที่งดงาม และน่าประทับใจมากๆ ค่ะ
7. ความร่วมมือกับยูนิโคล่ครั้งนี้ ถือเป็นคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าเด็กครั้งแรกของคุณ คุณมีแนวคิดหรือวิธีการทำงานอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด?
สำหรับคอลเล็กชั่นเด็ก ฉันตั้งใจอยากให้เน้นเรื่องของรูปทรง ดีเทลต่าง ๆ รวมถึงโทนสีที่ถอดแบบความพิเศษมาจากคอลเล็กชั่นของผู้หญิงเลยค่ะ ซึ่งในระหว่างที่กำลังออกแบบ ฉันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะนึกถึงหน้าหลานๆ ของตัวเอง และจินตนาการไปว่าเวลาที่เด็กๆ วิ่งเล่นเคลื่อนไหว หรือสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านี้จะเป็นยังไงนะ ซึ่งภาพเหล่านั้นมันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบซิลูเอต กับโทนสีของคอลเล็กชั่นนี้เลยค่ะ ฉันอยากให้คอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen มีความรู้สึกที่สนุกสนาน สดใส และดูมีชีวิตชีวา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความพิถีพิถัน และความตั้งใจในทุกรายละเอียด ไม่แพ้เสื้อผ้าของผู้ใหญ่ค่ะ
8. คุณชื่นชอบไอเท็มชิ้นไหนมากที่สุดจากคอลเล็กชั่นนี้ และช่วยแนะนำการสไตลิ่งไอเท็มชิ้นนี้หน่อย?
หนึ่งในไอเท็มชิ้นโปรดที่สุดของฉันก็คือ 'เดรสทรงโอเวอร์ไซส์แต่งระบาย' ค่ะ ตัวนี้จะมีลายปักดอกไม้ที่น่ารักๆ ที่พอมาอยู่บนรูปทรงของเดรสแล้วดูเข้ากันมากเลยค่ะ ฉันมองว่าเดรสชุดนี้แต่งตัวสนุกมากๆ เพราะสามารถเอาไปแมตช์ได้ทั้งกับรองเท้าผ้าใบ ให้ลุคที่ดูสบายๆ ลุย ๆ หน่อย หรือจะใส่กับรองเท้าแตะลายดอกไม้ เพื่อเพิ่มความเฟมินีน และความโรแมนติกให้มากขึ้นก็ได้ค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมากๆ คือการที่คอลเล็กชั่นนี้มีเดรสสำหรับเด็กด้วยค่ะ ฉันชอบไอเดียที่คุณแม่กับลูกจะได้แต่งตัวสไตล์เดียวกัน เหมือนเป็นการได้แชร์โมเมนต์และความรู้สึกดี ๆ ร่วมกันผ่านการแต่งตัวค่ะ นอกจากนี้ 'ลายตารางกิงแฮม' ในคอลเล็กชั่นก็เป็นอีกชิ้นที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์เราได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ โดยเฉพาะในแง่ของเนื้อผ้า เพราะมันมีมิติของผิวสัมผัสที่พิเศษมากๆ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เราไม่ค่อยได้เห็นในผ้าเจอร์ซีย์ทั่วไป
9.คุณอยากให้คอลเล็กชั่นนี้สร้างความรู้สึก หรือความเชื่อมโยงแบบไหนให้กับผู้คนบ้าง?
ฉันหวังว่าเมื่อทุกคนได้สวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเล็กชั่นนี้แล้ว จะสามารถสัมผัสได้ถึงความเฟมินีนที่อ่อนโยน พร้อมกับความรู้สึกเป็นอิสระในการแสดงออกถึงตัวตน บุคลิก และวิธีการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองค่ะ อยากให้ผู้คนรับรู้และสนุกไปกับดีเทลเล็กๆ รวมถึงความพิถีพิถันของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นลายปักดอกไม้ตรงหน้าอก หรือดีเทลระบายที่พลิ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของร่างกายค่ะ มากไปกว่านั้นฉันหวังว่าคอลเล็กชั่นนี้จะสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงบางอย่าง และช่วยเปิดประตูให้ทุกคนได้เข้ามาทำความรู้จักกับผลงานของแบรนด์เรามากขึ้น เป็นเสื้อผ้าที่เข้าไปกลมกลืน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มากกว่าจะเป็นแค่สิ่งที่สวมใส่เฉยๆ ค่ะ นอกจากนี้เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นล่าสุด ยังถูกดีไซน์มาเพื่อให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวแบบเลเยอร์ ที่สามารถหยิบมาจับคู่เข้าชุด หรือสลับสไตล์กันได้อย่างอิสระ เพื่อให้ผู้หญิงแต่ละคนสร้างซิลูเอตที่สะท้อนตัวตน และถ่ายทอดบุคลิกเฉพาะตัวของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุดค่ะ
10. คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาไอเทมของยูนิโคล่ และปรัชญา LifeWear ของแบรนด์?
ส่วนตัวฉันชื่นชอบแนวคิดความเหนือกาลเวลา ที่ยูนิโคล่นำมาใช้ในการดีไซน์เสื้อผ้ามากๆ ค่ะ เพราะมันเป็นการสร้างสรรค์ไอเท็มประเภทชิ้นเบสิกที่ต้องมีติดตู้ และทำให้เราสามารถหยิบมาสวมใส่ได้ยาวนานจริงๆ ค่ะ และจากการที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งทีมออกแบบ และทีมพัฒนาเสื้อผ้าของยูนิโคล่ ทำให้ฉันเห็นถึงความใส่ใจในทุกๆ ดีเทล และทุกขั้นตอนการผลิตของยูนิโคล่ค่ะ รวมถึงวิธีที่แบรนด์ให้ความสำคัญกับตัวผู้สวมใส่ ซึ่งพวกเขาจะคอยคิดคำนึงอยู่เสมอว่า ผู้คนจะมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยังไง จะเคลื่อนไหวท่าทางไหนเมื่ออยู่บนเสื้อผ้าเหล่านี้ และสิ่งนั้นเองก็เป็นหัวใจสำคัญ ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าของยูนิโคล่ที่ฉันประทับใจมาก ๆ ค่ะ
11. คุณคิดว่าอะไรคือองค์ประกอบสำคัญสำหรับแฟชั่นในอนาคต?
ฉันมองว่าองค์ประกอบสำคัญอย่าง ความเข้าใจในเรื่องของอัตลักษณ์ ตัวตน เสื้อผ้าที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลา และการที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เสื้อผ้า ไม่ได้เป็นแค่แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่จะกลายเป็นไอเท็มชิ้นพิเศษ ที่ผู้คนอยากเก็บรักษาเอาไว้ และเกิดความรู้สึกผูกพันกับมันไปอีกยาวนานค่ะ
12. สิ่งที่เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุด ระหว่างการทำโปรเจกต์นี้คืออะไร?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือการได้เห็นทีมงานร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาคอลเล็กชั่น UNIQLO and Cecilie Bahnsen ตอนที่ชิ้นงานเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและลงตัว จนทำให้ทุกคนในทีมเกิดความกระตือรือร้น และรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยกัน แถมโปรเจกต์นี้ยังได้ร่วมงานกับคนที่มีความหลากหลายทางภาษา และวัฒนธรรม ทั้งทีมงานจากประเทศญี่ปุ่น เมืองโคเปนเฮเกน และสตูดิโอในกรุงปารีส ที่ถึงแม้จะมีเรื่องความต่างของภาษาที่หลากหลายมาก ๆ แต่กลายเป็นว่าทุกคนแชร์ความตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่มีต่อคอลเล็กชั่นนี้ร่วมกัน ซึ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากจริง ๆ ค่ะ
13. ข้อความถึงเด็กผู้หญิงรุ่นใหม่ หรือสาว ๆ ที่อยากเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น?
สำหรับฉันแล้วคิดว่าเป็นเรื่องของความหนักแน่น และการซื่อสัตย์ในแนวทาง รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองค่ะ ช่วงแรก ๆ มันอาจจะท้าทาย และยากลำบากหน่อย แต่เราแค่ต้องก้าวต่อไป และเป็นตัวของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องคอยมอง หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นเลยค่ะ แค่โฟกัสและเชื่อมั่นในพลังการสร้างสรรค์ของตัวเราเองก็พอค่ะ
14. ถ้าแรงบันดาลใจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของดอกไม้ คิดว่ามันน่าจะเป็นอะไร?
สำหรับฉันแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของ 'สี' ค่ะ เพราะจริงๆ แล้วสีคือหนึ่งในแรงบันดาลใจแรกของฉันเลย เผลอๆ จะมาก่อนเรื่องเนื้อผ้าอีกค่ะ เวลาทำมู้ดบอร์ด ฉันมักจะเริ่มต้นจากเรื่องสีก่อนเสมอค่ะ แล้วก็อาจจะมีเรื่องของ 'โบว์' เข้ามาเกี่ยวด้วยอีกนิดหน่อยค่ะ
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UNIQLO ได้ที่ (UNIQLO จับมือ Cecilie Bahnsen เปิดตัวไลน์เสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้หญิงเป็นครั้งแรก)

เปิดเหตุผลที่ Uniqlo x Studio Ghibli วางขายที่ไทยก่อน เพราะหญิงสาวคนนี้ที่โทชิโอะหลงใหล

Clare Waight Keller คัมแบ็ก! ร่วมออกแบบคอลเล็กชั่น UNIQLO:C ที่คนแฟชั่นห้ามพลาด


_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)
_ขนาดใหญ่.webp)

















