ตู ต้นตะวัน บนปก Vogue Thailand

CELEBRITY

เจาะลึกชีวิต 'ตู-ต้นตะวัน' ในวันที่ต้องมีหลายบทบาท และอนาคตต่อจากนี้

โว้กประเทศไทยพูดคุยกับ ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล ในวันที่ชีวิตมีหลากหลายบทบาทให้เลือกเป็น ทั้งนักแสดง ทันตแพทย์ และอีกหลายสิ่งที่กำลังรอให้เธอค้นพบ

05 ตุลาคม 2569

ช่างภาพ : ภัคภูวินทร์ ธนชัยบุญญาศิลป์ 

แฟชั่นไดเร็กเตอร์ : จงกล พลาฤทธิ์ 

นางแบบ : ต้นตะวัน ตันติเวชกุล 

ผู้ช่วยสไตลิสต์:  ตะวัน ก้อนแก้ว , กฤษณะ ฉั่วตระกูล  และ พิพัฒน์ โพธิ์ทอง 

แต่งหน้า: ทรัพย์ศิริ ศิริวงษ์ 

ทำผม: พรหมญา บางพงศ์ 

อาร์ตไดเร็กเตอร์: วิวาน วรศิริ

ฝ่ายโฆษณา: ณัชชา ชื่นอุระ

สัมภาษณ์: วรรณิภา จันพุดซา

---------------------------------------------------------------------------

จังหวะของเวลา พาโว้กประเทศไทยมาพูดคุยกับ ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล ในวันที่ชีวิตมีหลากหลายบทบาทให้เลือกเป็น ทั้งนักแสดง ทันตแพทย์ และอีกหลายสิ่งที่กำลังรอให้เธอค้นพบ วันนี้เธอกำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับจังหวะของชีวิต เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ทำความรู้จักสิ่งใหม่ๆ และก้าวเข้าสู่บทบาทที่ไม่คุ้นเคยโดยไม่เร่งรีบ ขณะเดียวกันก็หันกลับมาโฟกัสตัวเองมากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าในทุกช่วงเวลาของชีวิตยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เรียนรู้...

     Vogue: รีวิวชีวิตของตูในวันนี้ให้ฟังแบบสั้นๆ

     Tu: ตอนนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสุขของตัวเองมากขึ้นค่ะ เมื่อก่อนเคยคิดว่าถ้าป่วยก็แค่ไปหาหมอ แต่พอช่วงหลังรู้สึกว่าการป่วยแต่ละครั้งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวมากขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตยากขึ้น บางครั้งก็รู้สึกเหมือนจิตใจของเราป่วยตามร่างกายไปด้วย พอทำงานเยอะๆ แล้วมีโอกาสได้กลับมาโฟกัสตัวเองมากขึ้นก็เลยหันมาใส่ใจกับสุขภาพ รวมถึงความสุขของตัวเองมากกว่าเดิม ตอนนี้พยายามใช้ชีวิตให้สงบและสบายใจขึ้น ทั้งในแง่ความคิดและจิตใจค่ะ

     V: งานในวงการบันเทิงทำให้เรารู้จักตัวเองในมุมมองไหนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไหม

     T: ถ้าไม่นับเรื่องการแต่งตัวหรือเรื่องสไตล์ การทำงานทำให้เรากล้าที่จะเจอผู้คนมากขึ้นค่ะ เมื่อก่อนรู้สึกว่าถ้าไม่ได้รู้จักกันก็ไม่ได้อยากเข้าไปทำความรู้จักใคร อยากอยู่คนเดียวหรืออยู่แค่ในกลุ่มของเรา แต่พอได้เจอผู้คนมากขึ้นและได้ทำงานตรงนี้จริงๆ ก็รู้สึกว่าการเป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จักใครก่อน หรือการเข้าสังคมใหม่ๆ ไม่ได้น่ากลัวหรือแย่อย่างที่เคยคิดไว้เลยค่ะ

     V: การรับหน้าที่หลายบทบาท เรามีวิธีฮีลใจหรือดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

     T: ตูจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองค่อนข้างเยอะค่ะ อย่างช่วงนี้ก็จะไปเรียนวาดรูป เพราะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้ดีทอกซ์ตัวเองจากทุกอย่าง แล้วก็มีนอนอยู่บ้าน อยู่กับน้องหมา หรือไปเจอเพื่อน สำหรับตู การได้อยู่ท่ามกลางสังคมที่เรารู้สึกสบายใจถือเป็นการฮีลใจเหมือนกันค่ะ

     V: ถ้าให้เลือกหนึ่งบทเรียนที่สำคัญตลอดชีวิตที่ผ่านมา อยากเก็บสิ่งไหนไว้เป็นเรื่องเตือนใจ

     T: อาจจะเป็นเรื่องเรียนค่ะ ไม่ได้มีเหตุการณ์ไหนที่รู้สึกว่าทำผิดหรือผิดหวังจนกลายเป็นบทเรียน แต่การเรียนทำให้รู้ว่าการพยายามหรืออดทนเพื่อบรรลุอะไรบางอย่างมันเกิดขึ้นได้จริง รวมถึงการเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราสามารถทำได้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะมีสักวันที่เราผ่านมันไปได้จริงๆ พอเราเคยผ่านช่วงเวลาที่ทดสอบตัวเองมาแล้ว ผลลัพธ์ก็ทำให้เห็นว่าเราทำได้ ช่วงหลังๆ ถ้ามีปัญหาหรือมีเรื่องที่รู้สึกว่าเราจะทำไม่ได้หรือเปล่า ก็จะบอกตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราทำได้ อาจจะต้องใช้เวลาหรืออดทนกับมันหน่อย แต่สุดท้ายเราจะผ่านมันไปได้ค่ะ

     V: มีอะไรอีกไหมที่อยากลองทำหรืออยากเรียนรู้สักครั้ง

     T: อยากเรียนรู้ด้านธุรกิจค่ะ จริงๆ แล้วก่อนที่จะเลือกเรียนทันตแพทย์ ตูเคยคิดว่าจะไปเรียนสายบัญชีหรือการเงิน เพราะเป็นคนชอบเรียนเลขมาก แต่สุดท้ายก็เลือกมาเรียนทางด้านสุขภาพ ฉะนั้นถ้าถามตอนนี้ด้านธุรกิจก็เป็นอีกด้านที่เรายังไม่เคยกระโดดลงไปเรียนรู้อย่างจริงจัง แล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจดีค่ะ ที่สำคัญคือคิดว่าตัวเองทำได้ด้วย

     V: ชีวิตที่ต้องสลับไปมาทั้งนักแสดง คุณหมอ หรืองานอื่นๆ ตูให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาของตัวเองอย่างไรบ้าง

     T: ตูรู้สึกว่าการจัดสรรเวลาไม่ได้ยากค่ะ แต่ความยากอยู่ที่การปรับโฟกัสมากกว่าว่าเราจะทำช่วงเวลาที่จัดสรรไว้สำหรับแต่ละอย่างให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร อย่างตอนเรียน ตูเรียนเสร็จแล้วต้องไปทำงานตอนเย็น ก็จะแบ่งให้ชัดเจนว่าเวลาเรียนคือเวลาเรียน ตอนเรียนเราต้องคิดแค่เรื่องเรียน ไม่ได้นั่งคิดว่าเย็นนี้เราต้องถ่ายงานอะไร เพราะจะทำให้เราไม่มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนตอนไปถ่ายละครหรือไปทำงาน เราก็ต้องโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าเหมือนกันเพื่อทำให้ทุกอย่างที่เราเลือกทำสำเร็จไปได้ด้วยดีค่ะ

     V: ถ้าให้เลือกนาฬิกาสักเรือนที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง คิดว่าเป็นนาฬิกาแบบไหน เพราะอะไร

     T: ตูชอบนาฬิกาที่เรียบและคลาสสิก แต่มีเสน่ห์บางอย่างซ่อนอยู่ค่ะ อย่าง Omega ตูรู้สึกว่าแม้จะดูเรียบแต่พอเห็นแล้วทุกคนก็จะรู้สึกว่าเป็นนาฬิกาที่สวย ยอมรับว่าตอนเลือกก็ต้องดูรูปลักษณ์ภายนอกก่อนว่าเป็นสไตล์ที่เราชอบไหม แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สำคัญคือการใช้งานตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราหรือเปล่าและแมตช์กับลุคในวันนั้นไหม สำหรับตู นอกจากความคลาสสิกและการใช้งานแล้ว โอกาสที่เราจะใส่นาฬิกาเรือนนั้นในแต่ละวันก็สำคัญเหมือนกันค่ะ

     V: อีก 5 ปีข้างหน้าคิดว่าตัวเองจะอยู่ตรงไหน จะเป็นเจ้าของกิจการหรือเปล่า

     T: อีก 5 ปีข้างหน้าคิดว่าคงมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะเลยค่ะ แล้วก็น่าจะมีอีกหลายอย่างที่อยากลองทำซึ่งตอนนั้นตัวเราอาจจะมีโอกาสและความสามารถที่จะทำได้มากขึ้น แต่ยังเป็นทันตแพทย์และนักแสดงอยู่เหมือนเดิม แล้วก็อาจจะได้เป็นนักธุรกิจอย่างที่บอกด้วยค่ะ