Vogue Thailand

FASHION

Touch of Italian Signature | Tod's กับการยกย่องงานฝีมือหัตถศิลป์แบบอิตาลีขนานแท้

สัมผัสความสง่างามเหนือกาลเวลาใน Tod’s Fall-Winter 2026 กับการเชิดชูงานฝีมืออิตาลี ผ่านวัสดุหนังระดับพรีเมียม และการตีความไอเทมไอคอนิกของแบรนด์ในแบบร่วมสมัย

04 มีนาคม 2569

     แฟชั่นโชว์ของ Tod’s คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 เปรียบเสมือนจดหมายรัก ที่เขียนถึงจิตวิญญาณของงานช่างฝีมือชาวอิตาลี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยงานหัตถศิลป์บนรันเวย์ ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแนวคิด 'Made in Italy' ที่ส่งต่อมรดกทางปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ในทุกรายละเอียดในโชว์ที่สะท้อนถึงความพิถีพิถัน และการยึดมั่นในคุณภาพ ที่เป็นหัวใจหลักของแบรนด์มาอย่างยาวนาน ซึ่งทำให้ Tod’s ยังคงเป็นตัวแทนของความหรูหราเรียบง่าย และทรงพลังในโลกแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง

     โดยหัวใจของฤดูกาลนี้คือ การนำเสนอวิสัยทัศน์ 'Artisanal Intelligence' หรือปัญญาประณีต ซึ่ง 'Matteo Tamburini' ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ได้ผสานประเพณีดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัย ถ่ายทอดผ่านการวิจัย และคัดสรรวัสดุหนังชั้นเลิศอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความเบาสบาย และมิติที่ลุ่มลึกให้กับชิ้นงาน โดยเฉพาะการนำเทคนิคการตัดเย็บอานม้า และการขัดแต่งด้วยมือมาใช้ เพื่อย้ำเตือนว่าในยุคแห่งเทคโนโลยี 'ความเป็นมนุษย์' และ 'ความเชี่ยวชาญ' ของช่างฝีมือคือสิ่งที่ล้ำค่า และมีเสน่ห์ที่สุด

     โดยมีแขกรับเชิญแถวหน้า ที่ต่างเดินทางมาร่วมสัมผัสความประณีตของงานฝีมืออิตาลี โดยเฉพาะการปรากฏตัวของแบรนด์แอมบาสเดอร์ และเซเลบริตี้ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสง่างามของ Tod’s ได้อย่างชัดเจน อาทิ 'เบ็คกี้-รีเบคก้า' , 'Xiao Zhan' , 'Shota Watanabe' , 'Hyorin' , 'Lily James' , 'Minnie Driver' , 'Helena Christensen' และ 'Pia Wurtzbach' ซึ่งการรวมตัวกันของคนดังระดับโลกในงานนี้ ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับรันเวย์ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงอิทธิพลของแบรนด์ที่หยั่งรากลึก ในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์คุณภาพสูง และความหรูหราแบบ Quiet Luxury ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แบรนด์รักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

     สำหรับเสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้ 'Matteo Tamburini' ให้ความสำคัญกับโครงสร้างที่โอบล้อมสรีระ สลับกับชิ้นที่เข้ารูปพอดีตัว เพื่อสร้างความสมดุล โดยมีการนำโค้ตชิ้นไอคอนิกอย่าง เทรนช์โค้ต และ Peacoat มาตีความใหม่ผ่านงานตัดเย็บชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีไอเทมชิ้นเด่นอย่าง แจ็กเก็ตบอมเบอร์ที่รังสรรค์จากหนังลูกวัวอ่อนเนื้อนุ่ม และเดรสผ้าพันคอที่ใช้เทคนิคงานแพตช์เวิร์ก สร้างลวดลายกราฟิกที่โดดเด่นสะดุดตา รวมถึงการใช้หนังกลับ Pashmy ซึ่งเป็นหนังลูกวัวที่มีน้ำหนักเบา และนุ่มนวลดุจผ้าไหม มารังสรรค์เป็นเสื้อคลุมตัวนอก กระโปรง และกางเกง ในพาเลตต์สีธรรมชาติอย่าง สีคาราเมลไหม้ สีขิง และสีช็อกโกแลต ซึ่งเมื่อนำมาตัดกับสีขาวดำโมโนโทน ก็ให้ความรู้สึกที่ดูเรียบหรู และตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ

      ถัดมาที่ดีเทลจากคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ ที่โดดเด่นด้วยการนำสัญลักษณ์ 'Gommino' ประจำแบรนด์ มาตีความใหม่ในรูปแบบดีเทลโลหะ ที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งคอลเล็กชั่น ตั้งแต่รองเท้าโลฟเฟอร์ ไปจนถึงกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Di Bag ทรงโบว์ลิ่ง และรุ่น T Timeless ที่ถููกปรับโฉมด้วยหนังนัปปา และหนังคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังมีกิมมิกสุดพิเศษอย่างตัวอักษรโลหะขนาดเล็กบนสายเข็มขัด ที่สามารถปรับแต่งเป็นอักษรย่อของตนเอง เรื่อยจนการปัดฝุ่นลายปักโมโนแกรมแบบดั้งเดิม ให้กลับมาดูทันสมัย และทรงคุณค่าอีกครั้ง

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tod's ได้ที่ (ส่องแฟชั่นสตรีตของ ‘เบ็คกี้-รีเบคก้า’ ก่อนชมโชว์ Tod’s คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026)

ภาพ : Courtesy of Tod's / Vogue Runway