ผนังบ้านที่ดูเรียบเกินไปอาจกลายเป็นมุมที่น่าสนใจขึ้นได้ เพียงเพิ่มกรอบรูปที่ชอบเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายส่วนตัว งานศิลปะ ภาพพิมพ์ หรือภาพวาดที่สะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน แต่การจัดกรอบรูปให้ดูสวยไม่ใช่แค่การเลือกภาพที่เข้ากันเท่านั้น เพราะตำแหน่งการแขวน ขนาดกรอบ ระยะห่าง และการจัดวางโดยรวม ล้วนมีผลต่อบรรยากาศของห้อง หากกำลังอยากเปลี่ยนผนังว่างๆ ให้กลายเป็นจุดเด่นของบ้าน โว้กรวม 6 เทคนิคจัดกรอบรูปที่ช่วยให้พื้นที่ดูมีมิติ เป็นระเบียบ และมีสไตล์มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องตกแต่งอะไรให้ซับซ้อน
-
กำหนดจุดกึ่งกลางก่อนเริ่มแขวน
หนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่ช่วยให้ผนังดูสมดุล คือการกำหนดตำแหน่งกึ่งกลางของกลุ่มกรอบรูปก่อนเริ่มเจาะผนัง โดยทั่วไปควรให้จุดกึ่งกลางของภาพอยู่สูงจากพื้นประมาณ 145-155 เซนติเมตร ซึ่งใกล้เคียงระดับสายตาเมื่อยืนดู ช่วยให้ภาพอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากแขวนภาพไว้เหนือโซฟา โต๊ะคอนโซล หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ควรจัดตำแหน่งให้สัมพันธ์กับเฟอร์นิเจอร์ด้านล่าง และเว้นระยะระหว่างขอบเฟอร์นิเจอร์กับกรอบรูปประมาณ 15-25 เซนติเมตร เพื่อให้ทั้งสองส่วนดูกลมกลืนกัน
-
เลือกรูปแบบการจัดวางให้เข้ากับพื้นที่
การจัดกรอบรูปมีได้หลายรูปแบบ และแต่ละแบบก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน หากชอบความเรียบร้อยและมินิมัล การจัดกรอบรูปขนาดเท่ากันเป็นแถวหรือแนวตารางจะช่วยให้ผนังดูเป็นระเบียบ เหมาะกับห้องทำงานหรือพื้นที่ที่มีเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบง่าย แต่หากอยากให้บ้านดูมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ลองจัดกรอบรูปหลายขนาดเข้าด้วยกัน โดยกำหนดขอบเขตของกลุ่มภาพให้ชัดเจน แล้วกระจายภาพใหญ่และภาพเล็กอย่างสมดุล วิธีนี้เหมาะกับภาพถ่าย งานศิลปะ และภาพพิมพ์ที่มีสไตล์แตกต่างกัน ส่วนใครที่ชอบความเรียบหรู อาจเลือกแขวนภาพขนาดใหญ่เพียงภาพเดียวบนผนัง เพื่อให้ภาพกลายเป็นจุดเด่นโดยไม่ต้องมีของตกแต่งมากเกินไป

Pavel Danilyuk from Pexels
-
เว้นระยะห่างระหว่างกรอบให้พอดี
ระยะห่างเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ส่งผลต่อภาพรวมอย่างมาก หากกรอบรูปอยู่ชิดกันเกินไป ผนังอาจดูอึดอัด แต่ถ้าห่างกันมากเกินไป ภาพแต่ละชิ้นก็อาจดูแยกออกจากกันจนขาดความต่อเนื่อง สำหรับการจัดกรอบรูปหลายชิ้น ลองเว้นระยะประมาณ 5-8 เซนติเมตรระหว่างกรอบ และรักษาระยะให้ใกล้เคียงกันตลอดทั้งกลุ่ม วิธีนี้จะช่วยให้ผนังดูเป็นองค์ประกอบเดียวกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นภาพขนาดใหญ่หรือจัดวางในพื้นที่กว้าง สามารถเพิ่มระยะห่างได้ตามความเหมาะสม ก่อนแขวนจริง แนะนำให้ตัดกระดาษตามขนาดกรอบแล้วติดบนผนังด้วยเทปกระดาษ เพื่อทดลองตำแหน่งและปรับระยะให้ลงตัวก่อนลงมือจริง
-
เลือกกรอบรูปให้เข้ากับสไตล์การแต่งบ้าน
แม้ภาพจะเป็นองค์ประกอบหลัก แต่กรอบรูปก็มีส่วนช่วยกำหนดบรรยากาศของห้องได้ไม่แพ้กัน กรอบไม้สีอ่อนเหมาะกับบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนหรือ Japandi ที่เน้นความอบอุ่นและเรียบง่าย ส่วนกรอบสีดำช่วยขับภาพให้ดูชัดเจนและเข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้ดี ขณะที่กรอบสีทองสามารถเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ได้อย่างพอดี โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับภาพวาดหรือภาพพิมพ์โทนคลาสสิก หากต้องการผสมกรอบหลายสีเข้าด้วยกัน ควรเลือกโทนที่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ไม้ธรรมชาติ สีดำ และสีขาว เพื่อให้ภาพรวมยังดูมีความต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบเหมือนกันทั้งหมด แต่ควรมีองค์ประกอบบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน

Huy Quang Nguyễn from Pexels
-
จัดโทนสีและเนื้อหาของภาพให้ไปด้วยกัน
อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผนังดูมีสไตล์ คือการเลือกภาพที่มีโทนสีหรืออารมณ์ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายขาวดำ ภาพวิวธรรมชาติ งานศิลปะนามธรรม หรือภาพพิมพ์ที่มีสีสัน หากต้องการบรรยากาศสงบและดูสบายตา ลองเลือกภาพในโทนเบจ น้ำตาล เทา หรือสีเอิร์ธโทน แต่ถ้าอยากให้ผนังเป็นจุดเด่นของห้อง สามารถเพิ่มภาพที่มีสีสันสดใสหรือมีองค์ประกอบแตกต่างจากภาพอื่นได้ โดยใช้ภาพนั้นเป็นจุดนำสายตาและจัดภาพที่เหลือให้ช่วยเสริมกัน นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องเลือกภาพที่มีเนื้อหาเหมือนกันทั้งหมด เพราะการผสมผสานภาพถ่ายส่วนตัวเข้ากับงานศิลปะก็ช่วยให้ผนังมีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้ดี
-
คำนึงถึงขนาดผนังและเฟอร์นิเจอร์โดยรอบ
ก่อนเลือกซื้อกรอบรูป ควรพิจารณาขนาดของผนังและเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ใกล้เคียงควบคู่กันไปด้วย หากเป็นผนังเหนือโซฟา ควรจัดกลุ่มภาพให้มีความกว้างประมาณสองในสามของความกว้างโซฟา เพื่อให้สัดส่วนดูสมดุล ส่วนผนังแคบ เช่น บริเวณทางเดินหรือข้างบันได อาจเหมาะกับการจัดภาพเป็นแนวตั้งหรือเรียงตามแนวระดับของพื้นที่ สำหรับผนังกว้างที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์เป็นจุดนำสายตา การเลือกภาพขนาดใหญ่หนึ่งภาพหรือจัดกลุ่มภาพหลายชิ้นให้มีขนาดเหมาะสม จะช่วยเติมเต็มพื้นที่โดยไม่ทำให้ผนังดูโล่งเกินไปหรือแน่นจนเกินความจำเป็น





