WATER, LAND, SKY & SPACE!
ศาสตร์แห่งการรังสรรค์นาฬิกาได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานใน
สภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ ซึ่งหากลองจำแนกดูจะพบว่า
นาฬิกาแต่ละเรือนล้วนถือกำเนิดขึ้นจากวัตถุประสงค์เฉพาะที่น่าสนใจทีเดียว

INTO THE WATER
เริ่มจากผืนน้ำ เมื่อดำดิ่งลึกลงไปจะพบกับ Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver นาฬิกาดำน้ำจาก Grand Seiko ที่เพียบพร้อม ด้วยรายละเอียดของความแม่นยำขั้นสูงที่มีความคลาดเคลื่อนเพียง ±20 วินาทีต่อปีเท่านั้นและหากมองมาอีกด้านก็จะพบการแปลงโฉมนาฬิกาไอคอนิกอย่าง Yacht-Master II จาก Rolex ที่เนรมิตหน้าปัดแบบใหม่ซึ่งสอดคล้องกับกลไกการทำงานของปุ่มข้างตัวเรือนที่ควบคุมทุกอย่างได้ง่ายดาย บ่งบอกการเป็นนาฬิกาที่เชื่อมโยงกับผืนน้ำ ส่วนอีกเรือนคือ Black Bay 54 จาก Tudor สีน้ำเงิน ขนาดหน้าปัด 37 มิลลิเมตรที่มาพร้อมความงดงามแบบคลาสสิกของนาฬิกาดำน้ำมีทั้งสายสเตนเลสสตีลเข้ากับตัวเรือนและสายรับเบอร์ เปิดประสบการณ์การดำน้ำที่มีสไตล์ในแบบดั้งเดิม ถ้าย้อนกลับไปช่วงก่อนงานแฟร์จะเริ่มสักเล็กน้อยจะเห็นว่า TAG Heuer ได้ชูความโดดเด่นของ Carrera Seafarer นาฬิกาหน้าปัดโอปาลีนสีเบจหน้าตาวินเทจที่ตอบโจทย์การเดินเรือ สามารถจับเวลาได้อย่างแม่นยำ บอกเวลาครบถ้วนตั้งแต่วันที่ ชั่วโมง นาที วินาที ไปจนถึงหลัก ¼ วินาที และมาตรวัดคลื่น นอกจากนี้ยังมีนาฬิกา Royal Oak Offshore โฉมใหม่จาก Audemars Piguet ที่น่าประทับใจต่อเนื่องจนถึงเปิดงาน Watches and Wonders

LAND & RACE
จากผืนน้ำขึ้นมาสู่ผืนดิน นาฬิกาที่ชวนให้นึกถึงความยอดเยี่ยมเชิงนวัตกรรมและสื่อสารถึงการเคลื่อนไหวบนพื้นได้ดีที่สุดคือเหล่านาฬิกาสายสปอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาจับเวลาสำหรับรถแข่ง แน่นอนว่านาฬิกา Oyster Perpetual Cosmograph Daytona โฉมใหม่จาก Rolex ได้ครองตำแหน่งความไอคอนิกดังที่เป็นมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน Roadster de Cartier ก็หวนคืนกลับมาพร้อมดีไซน์ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงมนตร์เสน่ห์ของยานยนต์จาก Cartier ส่วน TAG Heuer ก็ชูโรงด้วย Monaco Evergraph ที่มาพร้อมนวัตกรรมการจับเวลาล้ำสมัยภายในตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 40 มิลลิเมตร โดยสอดแทรกกลไกการออกแบบโครงสร้างชิ้นส่วนใหม่ทั้งหมด ทำให้ลดแรงเสียดทาน แม่นยำ และเฉียบคมโดดเด่นปิดท้ายสายสปอร์ตด้วยเรือนนี้ Chronomaster Sport Skeleton จาก Zenith ที่จับเอาความสปอร์ตมาผูกโยงเข้ากับความสลับซับซ้อนแบบสเกเลตันได้อย่างแยบยล

SKY TRAVELLER
เหนือผืนดินคือแผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่ นาฬิกาที่เชื่อมโยงกับท้องฟ้าแน่นอนว่าต้องเป็นนาฬิกานักบินหรือนาฬิกาสำหรับนักเดินทาง เมื่อพูดถึงเรื่องโซนเวลาอันหลากหลาย Patek Philippe คือแบรนด์ที่ยึดหัวตารางได้เสมอ สำหรับปี 2026 World Time 7129J-001 เรือนนี้แม้ไม่ใช่นาฬิกานักบินโดยตรง แต่ตำนานการบอกเวลาหลากหลายไทม์โซนคือจุดเด่นที่เมซงรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างมั่นคง ครั้งนี้นำเสนอตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ขนาด 36 มิลลิเมตร มาพร้อมหน้าปัดกีโยเช่เอฟเฟกต์ลายทอสีแดงที่ดึงดูดสายตา และชวนให้อยากกวาดตามองเวลาทั่วโลกที่อยู่ภายในหน้าปัดกลมขนาดกลางพร้อมกันทีเดียว พูดถึงนาฬิกาประเภทนี้ทาง Cartier และ Tudor ก็ไม่พลาด เพราะมี Santos-Dumont และ Black Bay 58 ซึ่งสามารถสะท้อนความไอคอนิกของนาฬิกาสำหรับนักเดินทางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนอีกแบรนด์คือ IWC Schaffhausen ก็มีนาฬิกา Pilot’s Mark XX Le Petit Prince ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าชายน้อยพร้อมกลิ่นอายความคลาสสิกของนาฬิกานักบินด้วยเช่นกัน

SPACE
ถัดจากชั้นบรรยากาศโลกขึ้นไป วงการนาฬิกาได้พาผู้หลงใหลทุกคนออกจากดาวเคราะห์ที่อาศัยอยู่ไปสู่ห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขตซึ่งในมิติแห่งศิลป์ย่อมต้องอาศัยจินตนาการและฝีมือเชิงช่างระดับสูง เริ่มที่นวัตกรรมขั้นสุดยอดของ Pilot’s Venturer Vertical Drive จาก IWC Schaffhausen นาฬิกาที่ออกแบบสำหรับการท่องอวกาศโดยเฉพาะ เบเซลเป็นเครื่องมือปรับรายละเอียดทุกรูปแบบ นี่คือนาฬิกาที่ปราศจากเม็ดมะยมโดยสมบูรณ์ ออกแบบมาเพื่อสวมกับชุดนักบินอวกาศ ฟังก์ชันบอกเวลา 24 ชั่วโมงป้องกันความสับสนเรื่องไทม์โซน แต่ยังมีการสอดแทรกเข็มเวลาที่บอกไทม์โซนบ้านเกิดไว้ให้หายคิดถึง ตัวเรือนทำจากวัสดุพิเศษ zirconium oxide ceramic และเบเซลทำจาก Ceratanium® สามารถทนอุณหภูมิสูงถึงระดับ 100 องศาเซลเซียส และต่ำระดับ -150 องศาเซลเซียส นับเป็นสุดยอดนาฬิกาเน้นฟังก์ชันที่เป็นการร่วมมือกับ Vast บริษัทเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อนำความยอดเยี่ยมมาสู่มวลมนุษยชาติเมื่อมาดูอีกด้านหนึ่ง Patek Philippe ก็มีดวงดาวที่ส่องประกายโดดเด่นสร้างมาตรฐานความยอดเยี่ยมเช่นกันคือ Celestial Sunrise and Sunset Ref. 6105G นาฬิกาที่สามารถบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก และยังสามารถปรับเวลาตามฤดูร้อนและฤดูหนาว มาพร้อมตัวเรือนไวต์โกลด์สุดหรูหราและสายวัสดุคอมโพสิตที่สร้างสมดุลระหว่างความเหนือระดับกับการใช้งานจริง นอกเหนือจากนี้ในห้วงอวกาศยังมีนาฬิกาชั้นยอดอีกหลายเรือน เช่น Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar จาก Roger Dubuis ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการดูดาวและความสนใจด้านอวกาศของเมืองเจนีวา เชื่อมโยงกับแนวคิด “Movements of the Sky” ของเมซงในปีนี้ หรือถ้าลองถอยออกจากความซับซ้อนกลับมาหาความสวยงามเรียบง่ายก็จะพบ Perlée จาก Van Cleef & Arpels นาฬิกาหน้าปัดอะเวนจูรีนสีน้ำเงินระยิบระยับที่จำลองความสง่างามบนผืนฟ้านอกโลกในรูปแบบมินิมัล
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมจากนิตยสารฉบับพิเศษ Time and Gems ประจำปี 2026 เพิ่มเติมกับบทความ STORY ON DIAL: โว้กรวบรวมนาฬิกาหน้าปัดพิเศษที่เล่าเรื่องราวความงดงามอย่างมีเอกลักษณ์)

