The Notebook, ฉากจูบ, Ryan Gosling, Rachel McAdams, ภาพยนตร์

LIFESTYLE

ทำไมฉากจูบใน The Notebook ถึงเป็นตำนานระดับวงการภาพยนตร์

ฉากจูบในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รางวัล Best Kiss จาก MTV Movie Awards

22 สิงหาคม 2565

     หากจะพูดถึงผลงานการเขียนนวนิยายรักลำดับต้นๆ ของวงการก็คงต้องยกให้ The Notebook ของนักเขียนฉายาเจ้าพ่อนิยายรักน้ำเน่า Nicholas Sparks แต่สำหรับเราแล้วกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันน้ำเน่าหรือเลี่ยนเกินไปเสียนิดหนึ่ง เพราะสปาร์กส์มอบความหวังในความรักของคนแต่ละคู่ได้อย่างสวยงาม ทุกเล่มที่เขาแต่งสอดแทรกการเดินทางของชีวิต และการเติบโตของความรู้สึกอยู่เสมอ คนสองคนที่ต่อสู้ฝ่าฟันทุกสิ่งเพื่อเส้นชัยของการได้อยู่ด้วยกัน ไม่เคยเป็นเรื่องน้ำเน่าสำหรับเราเลย กลับกันเราได้เห็นถึงความพยายาม ความเชิดชู และความเชื่อที่ตัวละครมีในกันและกัน ซึ่งมันสวยงาม ลึกซึ้ง และเป็นตัวอย่างที่ดีด้วยซ้ำไป 

 

Article

ภาพ: Popsugar

     อย่างในภาพยนตร์เรื่อง The Notebook ที่เล่าเรื่องราวรักต่างชนชั้นระหว่างสาวน้อยจากครอบครัวผู้มีอันจะกิน Ally กับหนุ่มน้อย Noah ที่หาเช้ากินค่ำทำงานรับจ้างทุกวัน ความรักในวัยหนุ่มสาวหวานฉ่ำราวกับโลกนี้มีแต่พวกเธอ หากเมื่อความรักของทั้งคู่มีตัวแปรสำคัญอย่างสถานะและเงินตราเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องถูกพลัดจากกันทั้งๆ ที่สถานการณ์ระหว่างเขาและเธอยังเคลียร์กันไม่ชัดเจน คนหนึ่งเฝ้ารอการกลับมา อีกคนรอคอยอย่างหมดหวัง และเมื่อชีวิตดำเนินต่อไปความรักร้อนแรงในช่วงซัมเมอร์ก็ต้องถูกเก็บเอาไว้ให้ลึกที่สุด จนโชคชะตาพาทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอและเขาจึงต้องเลือกว่าเส้นทางไหนที่จะตรงกับหัวใจมากที่สุด

 

Article

ภาพ: USMagazine

     ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Rachel McAdams และ Ryan Gosling กำกับการแสดงโดย Nick Cassavetes ที่ช่วยกันส่งให้ตัวภาพยนตร์ได้รางวัล ทั้งที่สุดของนักแสดงนำชายและหญิง ภาพยนตร์ประเภทดราม่า เคมีการแสดง รวมไปถึงที่สุดของฉากจูบที่ใครๆ ต้องยกให้เป็นตำนานระดับวงการ โดยในงานประกาศรางวัลนั้นทั้งคู่ขึ้นรับถ้วยพร้อมรีเมกฉากจูบอย่างในหนังอีกครั้งบนเวที ท่ามกลางเสียงผิวปากของนักแสดงและแฟนอีกจำนวนมากในฮออล์ เรียกได้ว่าเป็นฉากจูบสุดไอคอนิกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่แล้วทำไมฉากจูบในภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงได้เป็นหนึ่งซีนในตำนานวงการภาพยนตร์กัน วันนี้เรามีคำตอบ

 

Article

ภาพ: Pop Sugar

เพราะเคมีที่เข้ากัน

     ภาพยนตร์จะซื้อใจคนดูได้หรือไม่ได้นั้นหลักใหญ่ใจความมาจากเคมีของพระนางว่าชวนฟินและชวนจิ้นหรือไม่ นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นความสำคัญของการแคสติ้งนักแสดง อย่างในเรื่องนี้เองทางค่ายก็ได้พระเอกของเรื่องมาก่อนใครเพื่อนอย่างไรอัน กอสลิ่ง ที่มีสกิลแสนเทพในการแสดงออกทางสีหน้าและแววตา ดังนั้นการหาตัวนักแสดงหญิงมาเล่นคู่กับไรอันก็ต้องสมน้ำสมเนื้อไม่ต่างกัน โดยวิธีที่วงการฮอลลีวู้ดใช้ส่วนมากคือจะให้นักแสดงลองเล่นบทด้วยกันสั้นๆ 1 ฉาก ไรอันรับส่งบทกับดาราสาวหน้าใหม่และหน้าเก่าจำนวนมากเพื่อเฟ้นหาคู่ที่ใช่ที่สุดของตัวเอง จนได้โคจรมาเจอกับเรเชล แม็กอดัมส์ ในที่สุด

เพราะความโหยหาและการรอคอย 

     อย่างที่เราทราบเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้กันไป ว่าทั้งคู่นั้นมีเหตุการณ์ให้ต้องจากกันอย่างกะทันหันทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่ เมื่อคนสองคนถูกพลัดพรากในจังหวะที่ไม่เป็นใจ การรอคอยและความคาดหวังมันท่วมท้นมหาศาล แม้ฝ่ายหนึ่งจะตัดใจเดินหน้าไปแล้ว แต่อีกฝ่ายยังคงจมปลักอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้น และเมื่อทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งในบรรยากาศเก่าๆ ที่เป็นใจที่สุด ฉากจูบที่ทั้งคู่เก็บกดกันมานานก็บังเกิดขึ้น มันทั้งสวยงาม วาบหวาม และเข้มข้น ทั้งไรอันและเรเชลส่งอารมณ์และบทบาทของโนอาห์และแอลลี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

 

Article

ภาพ: Refinery29

เพราะองค์ประกอบของฉาก

     ฉากจูบบันลือโลกนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยเคมีของพระนาง ด้วยความรู้สึกที่สื่อถึงกันของตัวละคร และแน่นอนว่าด้วยองค์ประกอบของการถ่ายทำ ก่อนฉากจูบท่ามกลางสายฝนกระหน่ำจะเกิดขึ้น ผู้กำกับพาเราลอยเคลิ้มไปกับฉากที่โนอาห์พาแอลลี่พายเรือไปยังทะเลสาบที่ระรานไปด้วยฝูงห่านสีขาวพลัดถิ่น ความโรแมนติกของซีนนั้นช่วยผลักดันให้ฉากจูบเข้มข้นขึ้น เป็นความรู้สึกหอมหวานยามได้กลับมาอยู่ใกล้กันอีกครั้ง ก่อนจะระเบิดโพละเพราะความโมโหที่อัดอั้นมานาน เดินหน้าสู่การแสดงความรู้สึกที่ยังรักผ่านการจูบดุเดือดท่ามกลางฝนถล่มและท้องฟ้าสีเทา  

 

     นับว่าเป็นฉากที่ดุเดือดทั้งอารมณ์ของตัวละครและองค์ประกอบโดยรวม ทั้งหมดนี้จึงช่วยส่งให้ฉากจูบที่ว่ากลายมาเป็นซีนเด็ดของเรื่องที่มีความยาวกว่า 2 ชั่วโมง และขึ้นหิ้งเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์และอีกหนึ่งซีนสุดไอคอนิกของวงการไปโดยปริยาย