Vogue Thailand

FASHION

VOGUE SCOOP | สรุปปรากฏการณ์ผ้าไทยในปี 2025 ท่ามกลางการขับเคลื่อนของแฟชั่นไทยสู่เวทีโลก

ในปี 2025 อุตสาหกรรมผ้าไทยได้ขับเคลื่อนในมิติที่หลากหลาย ทั้งในเชิงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการออกแบบ โดยผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวทางแฟชั่นร่วมสมัย ทำให้ผ้าไทยปรากฏอย่างโดดเด่นทั้งในประเทศและบนเวทีนานาชาติ

22 ธันวาคม 2568

     เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงท้ายของปี 2025 ภาพรวมของอุตสาหกรรมผ้าไทยกลับฉายภาพความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย ตลอดทั้งปีนี้ ผ้าไทยไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงฐานะมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ได้พัฒนาและขยับสถานะสู่การเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการเคลื่อนไหวในปีนี้ได้ยกระดับทั้งในเชิงคุณค่าและเชิงโครงสร้าง ผ้าไทยจึงสื่อสารอัตลักษณ์และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้นส่งให้เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาในวงการแฟชั่นที่ตอกย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะองค์ความรู้ด้านสิ่งทอที่มีเอกลักษณ์และรุ่มรวยวัฒนธรรม บทความนี้จะพาออกเดินทางไปพร้อมกับปรากฏการณ์ผ้าไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงท้ายปี เพื่อสำรวจถึงคุณค่าและสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมผ้าและสิ่งทอไทยตลอดปี 2025 นี้

 

Article

8 THAI ROYAL DRESSES

    ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พสกนิกรต่างน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถ และพระวิริยอุตสาหะของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงวางรากฐานชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ให้แก่ผืนแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนาน ที่มิเพียงแต่เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรให้ยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน การหยิบยกพระราชกรณียกิจมากล่าวขานอีกครั้งในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนการน้อมนำแสงสว่างแห่งพระบารมี มาเป็นแรงบันดาบใจในการสืบสานพระราชปณิธานสืบไป ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2503 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป และสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริว่าประเทศไทยยังไม่มี 'ชุดประจำชาติ' อย่างเป็นแบบแผนชัดเจน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบชุดไทยโดยอิงจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปหัถศิลป์ รวมถึงงานฝีมือ มาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย จนกลายเป็น 'ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ' ที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

  • ชุดไทยเรือนต้น: ชื่อตามพระตำหนักเรือนต้น เป็นชุดที่ลำลองที่สุด เสื้อคอกลมแขนสามส่วน นุ่งกับผ้าซิ่นป้าย อาจมีการปักเป็นลวดลายดอกไม้ สวนบัว หรืออุบะต่างๆ ด้วยเส้นไหม และดิ้น เหมาะสำหรับงานกึ่งทางการ หรืองานบำเพ็ญกุศล
  • ชุดไทยจิตรลดา: ชุดพิธีการกลางวัน เสื้อคอตั้งแขนยาว นุ่งกับผ้าซิ่นไหม มีเชิงหรือยกดอกทั้งตัว ดูเรียบง่ายแต่เป็นทางการ มักใช้ในงานรับแขกเมืองหรือพิธีสวนสนาม
  • ชุดไทยอมรินทร์: ชุดพิธีการตอนค่ำ ลักษณะคล้ายชุดจิตรลดาแต่หรูหรากว่า มักใช้ผ้าไหมยกทองและประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เต็มยศ
  • ชุดไทยบรมพิมาน: ชุดพิธีการระดับสูง เสื้อคอตั้งแขนยาวเย็บติดกับผ้านุ่งที่จีบหน้านาง มีเข็มขัดคาด นิยมใช้ในพิธีพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ หรือชุดเจ้าสาวในพิธีรดน้ำสังข์
  • ชุดไทยจักรี: ชุดไทยที่เป็นภาพจำระดับโลก ห่มสไบเฉียง เปิดบ่าหนึ่งข้าง ผ้านุ่งจีบหน้านาง มีชายพก สง่างามและอ่อนหวาน
  • ชุดไทยดุสิต: ชุดราตรีแบบไทย เสื้อคอกลมกว้าง ไม่มีแขน ปักลวดลายด้วยดิ้นเงินหรือไข่มุกอย่างประณีต เหมาะสำหรับงานเลี้ยงสโมสรสันนิบาต
  • ชุดไทยจักรพรรดิ: มีลักษณะคล้ายชุดไทยจักรี แต่มีความหรูหรากว่ามาก ห่มสไบสองชั้น (ชั้นในจีบ ชั้นนอกปักสะพัก) นุ่งผ้ายกทอง จีบหน้านาง มีชายพก สำหรับงานพิธีเต็มยศ สะท้อนถึงเอกลักษณ์และความสง่างามแห่งประณีตศิลป์ไทยในระดับสูงสุด
  • ชุดไทยศิวาลัย: เป็นการผสมผสานระหว่างชุดไทยบรมพิมาน และชุดไทยจักรพรรดิ (เสื้อแขนยาวห่มสไบทับ) เป็นชุดที่ดูภูมิฐาน และเต็มยศที่สุด และมักใช้ในงานพิธีที่มีอากาศเย็น หรืองานทางการระดับสูง

     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้วางรากฐาน และพลิกฟื้นผ้าไทย ให้กลับมามีที่ยืนหยัดอีกครั้ง ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระวิริยอุตสาหะอันหาที่สุดมิได้ โดยมิได้เพียงแต่ทรงสร้างสรรค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สง่างามสอดรับกับยุคสมัยเท่านั้น แต่ยังทรงแปรเปลี่ยนความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ ให้กลายเป็นพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าทอพื้นเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรอย่างยั่งยืน พระราชปณิธานในการอนุรักษ์ และเผยแพร่ความประณีตศิลป์ของช่างไทย ได้ส่งผลให้ผ้าไทยก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังที่ทั่วโลกต่างชื่นชม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงทำให้มรดกของแผ่นดินดำรงอยู่อย่างทรงเกียรติ และเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลสืบไป

Article

THAI TEXTILES TREND BOOK

Spring Summer 2025 / Autumn Winter 2025-2026

     สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรังสรรค์ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2025 ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนโครงการ 'ผ้าไทยใส่ให้สนุก' โดยเป็นการต่อยอดพระราชปณิธานของ สมเด็จพระพันปีหลวง สู่มิติแฟชั่นยั่งยืน ภายใต้ 4 คอนเซปท์หลัก ได้แก่ Warm Embrace, Paradise Found, Silhouette of the Past และ Iridescent Dream ซึ่งเป็นการนำรากเหง้าทางวัฒนธรรม และโครงสร้างชุดไทยโบราณมาตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นขึ้น และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ชุดทำงาน ไปจนถึงชุดรันเวย์ระดับสากล เพื่อเปลี่ยนภาพจำของผ้าทอมือ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยหัวใจสำคัญในฤดูกาลนี้คือ การมุ่งเน้น 'มหัศจรรย์แห่งเส้นใย' โดยนำเสนอนวัตกรรมจากเส้นใยธรรมชาติถึง 12 ชนิด อาทิ ใยดาหลา ใยสับปะรด และใยบัว มอบผิวสัมผัสที่แปลกใหม่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสมผสานกับการใช้ 'สีสันแห่งอนาคต' ที่สกัดจากวัตถุดิบทางชีวภาพ เช่น ครั่ง และคราม จนเกิดเป็นเฉดสีพาสเทล และเอิร์ธโทนที่หรูหรา นอกจากนี้ยังมีการสอนให้ชุมชนใช้การเล่าเรื่อง และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ลวดลายดั้งเดิม เช่น ลายเกล็ดเต่า หรือ ราชวัตรในแบบร่วมสมัย เพื่อยกระดับ Soft Power ของไทยให้แข็งแกร่ง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน และนำพาภูมิปัญญาผ้าทอไทยไปสู่ความยั่งยืนในเวทีโลก ด้วยแนวทางของหนังสือฉบับนี้

     นำมาสู่การเปิดตัวหนังสือ Autumn Winter 2025-26  ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทาง ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในอนาคต ภายใต้แนวคิด 'Future Fashion' ที่มุ่งเน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ที่เน้นการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาวิเคราะห์ และตีความใหม่ผ่านกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังคงเลือกใช้ 'เฉดสีจากธรรมชาติ' ที่มีความลุ่มลึก และทันสมัย ซึ่งถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความประณีต ควบคู่ไปกับจริยธรรมในการผลิต ทรงเน้นย้ำว่าการรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ต้องดำเนินไปพร้อมกับการปรับตัวตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผ้าไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ยังเปิดมิติใหม่ของ 'นวัตกรรมเส้นใยและเทคนิคการทอ' โดยในเล่มได้บรรยายถึงการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และพืชพรรณท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นเส้นใยคุณภาพสูง เช่น ใยสับปะรด และใยกล้วย ผสมผสานกับเทคนิคการย้อมคราม และการมัดหมี่ที่มีการใช้ 'Digital AI' เข้ามาช่วยในการคำนวณสัดส่วนลวดลาย และคู่สีให้มีความสากลมากขึ้น และช่วยให้เหล่านักออกแบบ และช่างฝีมือเห็นแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงาน และส่งเสริมงานไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกได้อย่างสง่างาม และยั่งยืน 

     การถือกำเนิด และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของ Thai Textiles Trend Book ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญ ในการพัฒนาวงการผ้าไทยอย่างยั่งยืน และสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับภูมิปัญญาไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศสำคัญ ที่ช่วยสอดประสานระหว่างอัตลักษณ์ดั้งเดิมกับการออกแบบร่วมสมัย โดยการนำองค์ความรู้เรื่องเทรนด์สี วัสดุ และดีไซน์ระดับสากลมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาชิ้นงานผ้าทอไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยไม่สูญเสียรากเหง้าทางวัฒนธรรม พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศ ควบคู่กับการผลักดันผ้าไทยบนเวที ระดับสากลโลก เพื่อให้มรดกแห่งภูมิปัญญาที่พระองค์ทรงรักษาไว้ ได้รับการยอมรับ และโลกแล่นอย่างสง่างามในอุตสาหกรรมแฟชั่นสืบไป

Article

THAI TEXTILES IN WORLD ENTERTAINMENT 

     ปรากฏการณ์ความรุ่งโรจน์ของผ้าไทย ในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก สะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดจากมรดกทางวัฒนธรรม สู่แฟชั่นที่ทรงอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด จากการที่แบรนด์ 'Jim Thompson' เข้าไปมีบทบาทสำคัญในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ The White Lotus Season 3 เพื่อนำเสนอผ้าไหมไทยในบริบทสากล ผ่านลวดลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ และการผสานศิลปะตะวันออก เข้ากับดีไซน์แบบตะวันตก ขณะที่ซูเปอร์สตาร์สาว Ariana Grande ปรากฏตัวในชุดจาก Vivienne Westwood โดดเด่นด้วยลวดลายผ้าไทยสีชมพูอันวิจิตร แบบเดียวกับที่ปรากฏบนโปสเตอร์ซีรีส์ชื่อดังอย่าง And Just Like That...Season 3 สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผ้าไทยนั้นเป็นอีกหนึ่ง ‘Soft Power' ที่สามารถออกโลดแล่นบนเวทีป๊อปคัลเจอร์ระดับโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยไม่เพียงนำเสนอความแปลกใหม่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างภาพจำ และแรงดึงดูดใจแก่สายตาสายตาสาธารณชนทั่วโลก

Article

VOGUE GALA 2025: FROM LOCAL TO GLOBAL

     อีกหนึ่งงานที่ขับเคลื่อนแนวคิดการสนับสนุนชุมชนและอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่าง Vogue Gala ประจำปี 2025 ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่านิตยสารโว้กประเทศไทยให้การสนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมผ้าไทยมาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นความตั้งใจในการร่วมผลักดันงานหัตถกรรมไทยและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าสู่สายตานานาชาติผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายแฟชั่นรวมถึงแบรนด์ระดับโลกที่นำเอาผ้าไหมไทยมาสร้างสรรค์เป็นไอเท็มสากลในเวอร์ชั่นผ้าไทย โดยรักษาทั้งรูปแบบงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และความละเอียดประณีตของงานหัตถศิลป์ของไทย นอกจากไอเท็มเหล่านี้แล้วสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ เหล่าแขกที่มาร่วมงานกับการนำเสนอเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านลุคแฟชั่น การคลุกเคล้าระหว่างหัตถศิลป์ไทยที่หลอมรวมเข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ไทยอย่าง ASAVA กับการรังสรรค์ 3 ชุดกับเสน่ห์ของผู้หญิง 3 สไตล์ ‘ฝ้าย-พีรญา’, ‘ออกแบบ-ชุติมณฑน์’ และ ‘สู่ขวัญ บูลกุล’ มิวส์คนสำคัญของ VATANIKA อย่าง ‘มัจฉา โมซิมันน์’ ที่เป็นอีกหนึ่งลุคสำคัญในการนำเสนอลวดลายของผ้าไทย อีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจของ Meshmuseum ที่ได้ ‘ใหม่-ดาวิกา’ สวมใส่ ด้วยแรงบันดาลใจจาก ฉลองพระองค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในยุค 1950s-1960s ที่ถูกนำมาตีความใหม่ด้วยเส้นสายที่ร่วมสมัยและลายพิมพ์จุดขนาดใหญ่ให้กลิ่นอายป็อปอาร์ต ‘ศรีริต้า เจนเซ่น’ ในชุดอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI กับวัสดุผ้าไหมมัดหมี่สีน้ำตาลพร้อมดีเทลการเจาะลูกไม้สีดำบริเวณช่วงเอว และประดับคริสตัล นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานลุคอีกมากมายที่น่าสนใจจนกลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของงานที่น่าจับตามอง

 

Article

KRAAM INTERNATIONAL SYMPOSIUM 2025

งานหัตถศิลป์ของไทยมีความเป็นมาที่ยาวนานควบคู่กับชาติไทย โดยมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ปรากฏชัดเจนว่านี่คือ ‘ความเป็นไทย’ หนึ่งในหัตถศิลป์ที่เป็นที่ประจักษ์คือ ผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การปลูกฝ้ายเพื่อสร้างเส้นใยการทอ การย้อมสีเส้นใยจากวัตถุดิบธรรมชาติที่เป็นภูมิปัญญาของชาติ รวมถึงการทำลวดลายผ้าที่แต่ละชุมชนของคนไทยต่างมีลวดลายการทอที่มีเอกลักษณ์และถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนนั้นๆ เพื่อน้อมนำแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาเป็นหนึ่งในแกนหลักขับเคลื่อนภายใต้คอนเซปต์ ‘Hands Across Culture’ งาน Kraam International Symposium 2025 นี้จึงเป็นอีกงานที่นำเสนอมรดกหัตกรรมของการย้อมคราม และงานเสวนาที่นำเสนอความคิดเห็นจากกูรูแฟชั่นมากมายภายใต้หัวข้อต่างๆ โดยงานนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงร่วมเสวนาพร้อมกับ ‘Heart Evangelista’ และ ‘ideservecouture’ อินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นในหัวข้อ ภาษาใหม่ของภูมิปัญญา การบอกเล่าเรื่องราวพื้นถิ่นในดิจิทัล ที่มีจุดประสงค์ในสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งมิติ แต่สื่อสารและสอดประสานไปถึงแง่มุมต่างๆ ในโลกแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน รวมถึงการรวมตัวอันทรงอิทธิพลของบรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กจากสามประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ที่มากไปด้วยความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมร่วมสนทนาว่าด้วยการแต่งกายสื่อเรื่องราว แลกเปลี่ยนทัศนคติเชิงลึก กระบวนการทำงานและมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับการต่อยอดแฟชั่น มรดกภูมิปัญญา งานฝีมือ และแฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion) ที่ปัจจุบันสื่อดิจิทัลทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ

 

Article

SILK FESTIVAL 2025

     มหกรรมผ้าไทยแห่งปี กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด BRING THE VILLAGE TO THE WORLD ชวนเปิดมุมมองใหม่ของผ้าไทยที่สวมใส่ง่าย ทันสมัย และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี งานนี้จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอความสำเร็จของโครงการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับหัตถศิลป์ไทยสู่เวทีสากล และได้รับการยกย่องจากทั้ง UNESCO และ WIPO ในฐานะผู้ขับเคลื่อนมรดกวัฒนธรรม งานวิจิตรศิลป์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมศักยภาพช่างฝีมือในชุมชนทั่วประเทศ ตั้งแต่นาหว้าโมเดล ดอนกอยโมเดล ไปจนถึงบาติกและชาติพันธุ์โมเดล

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมและร้านค้ามากมาย ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP กว่า 200 ร้านค้า และโซนอาหารกว่า 50 ร้าน อีกทั้งการแสดงจากศิลปินไทยชื่อดัง นิทรรศการเบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พิธีพระราชทานเหรียญที่จัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึง Mini Symposium หัวข้อ "Thai Fashion & Textiles on a Global Stage" ที่เปิดเวทีสนทนาถึงอนาคตแฟชั่นไทยในระดับภูมิภาค และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือแฟชั่นโชว์ Sustainable Fashion นำเสนอผลงานกว่า 66 ชุด จาก 31 แบรนด์ไทย อาทิ SIRIVANNAVARI, VICKTEERUT, CHAI GOLD LABEL และ VATITITTHI ตอกย้ำพลังของผ้าไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ที่เชื่อมโยงศิลปะวัฒนธรรมและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน โดยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

 

 

Article
กราฟิก : สุกฤตา ว่องวัฒนพิบูลย์