“Luck Is a Way of Being” หรือ “โชคคือวิถีแห่งการใช้ชีวิต”
แนวคิดและถ้อยคำที่ Gabriel Chanel เคยเอิ่นเอ่ยเพื่อสะท้อนมุมมองของเธอที่มีต่อเรื่องโชคชะตา ซึ่งเธอเชื่อว่าโชคไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอให้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากเป็นสิ่งที่ผู้หญิงแต่ละคนสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง แนวคิดนี้ทำให้เธอให้ความสำคัญกับเครื่องรางและสัญลักษณ์นำโชคมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เลข 5 ดาวหาง หรือดอกคามิลเลีย ซึ่งล้วนมีเรื่องราวและความหมายเฉพาะตัวสำหรับเธอ
ก่อนที่ต่อมาสิ่งที่เธอโปรดปรานและเชื่อมั่นทั้งสี่จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ CHANEL รังสรรค์ผลงานจิวเวลรีที่เปรียบเสมือนเครื่องรางประจำตัวสำหรับผู้สวมใส่ ซึ่งคอลเล็กชั่น ‘Chance de Chanel’ ก็คือหนึ่งในคอลเล็กชั่นจิวเวลรีของนิยามนั้น และปีนี้มันก็ได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้นด้วยจี้เส้นใหม่ในชื่อ ‘Symboles Medallion’ ที่นำสัญลักษณ์สำคัญแห่งจิตวิญญาณของแบรนด์ที่กล่าวไปข้างต้น มารวมไว้ในผลงานชิ้นเดียว ซึ่งบทความนี้จะพาไปเจาะดีเทลแต่ละลวดลายเพื่อคลายข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดตัวแทนทั้งสี่ถึงมีความหมายต่อแบรนด์ถึงขั้นขึ้นเป็นโมทีฟประจำแบรนด์และปรากฏบนเครื่องประดับชิ้นใหม่ล่าสุดนี้
Symboles Medallion จี้สร้อยนำโชคที่บรรจุความหมาย สัญลักษณ์
และถ่ายทอดความเชื่อของ Gabriel Chanel ไว้ในเส้นเดียว
หลังจากเปิดตัวจี้เส้นแรกของคอลเล็กชั่นเมื่อปี 2025 ในชื่อ ‘Talisman Mandalion’ ที่มาในตัวเยลโลว์โกลด์ทั้งชิ้น พ่วงด้วยสัญลักษณ์สำคัญอย่าง รวงข้าว เลข 5 และดาวหางที่ด้านหน้า พร้อมลายเซ็นของมาดมัวแซลชาเนลที่ด้านหลัง คอลเล็กชั่น CHANCE de CHANEL ได้เผยโฉมจี้รุ่นใหม่ในชื่อ ‘Symboles Medallion’ ที่นำเสนอความงามในอีกมิติผ่านวัสดุและรายละเอียดที่แตกต่าง โดยยังคงหัวใจสำคัญของการออกแบบเอาไว้ นั่นคือการรวบรวมสัญลักษณ์ที่ Gabriel Chanel รักและยึดถือให้กลายเป็นเครื่องรางที่สามารถสวมใส่ติดตัวได้ในชีวิตประจำวัน
Symboles Medallion นำเสนอความงามผ่าน 2 ดีไซน์ใหม่ หนึ่งคือตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18K ประดับเปลือกหอยมุกสีขาวที่เผยประกายเหลือบสีตามธรรมชาติ ขณะที่อีกรุ่นเลือกใช้หยกสีดำ ทั้ง 2 ดีไซน์ประดับเพชรและสัญลักษณ์สำคัญทั้ง 4 ของแบรนด์ ได้แก่ ดอกคามิลเลีย ดาวหาง สิงโต และเลข 5 ซึ่งปรากฏอยู่บนด้านหน้าของจี้
เมื่อพลิกกลับไปยังด้านหลัง จะพบรายละเอียดที่แตกต่างออกไปด้วยเพชรทรงกลมที่ประดับอยู่ท่ามกลางลวดลายตัวอักษร CHANEL ซึ่งสลักด้วยเทคนิคเลเซอร์ให้เกิดมิติแบบนูนต่ำ อาศัยความเชี่ยวชาญที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากงานช่างนาฬิกา เกิดเป็นลวดลายที่เล่นกับแสงและเงาอย่างละเอียดอ่อน
สิงโต เลข 5 ดาวหาง และดอกคามิลเลีย
ความหมายเบื้องหลังเครื่องรางทั้งสี่
เหตุผลที่ Gabrielle Chanel ผูกพันกับสัญลักษณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่ความเชื่อสายมูอย่างเดียว แต่มาจากประสบการณ์ส่วนตัว ความทรงจำ และมุมมองที่เธอมีต่อชีวิต ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์ต่างทำหน้าที่เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงพลังบางอย่างที่เธอต้องการพกติดตัว
-
สิงโต
สิงโตเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับตัวตนของ Gabrielle Chanel เนื่องจากเธอเกิดในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1883 ตรงกับราศีสิงห์ สัตว์เจ้าป่าจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของราศีประจำตัวและเป็นเครื่องรางที่เธอเชื่อว่าช่วยคุ้มครองตนเอง นอกจากนี้สิงโตยังสื่อถึงความกล้าหาญ อำนาจ และความซื่อสัตย์ จึงไม่น่าแปลกรูปสิงโตจะปรากฏอยู่ในผลงานเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่องดังเช่นครั้งนี้
-
เลข 5
สำหรับ Gabrielle Chanel เลข 5 ไม่ใช่เพียงตัวเลขธรรมดา หากเป็นหมายเลขนำโชคที่มีความหมายกับเธอในทุกมิติและยังปรากฏอยู่ในหลายช่วงสำคัญของชีวิตขงเธอ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมโยงกับราศีสิงห์ซึ่งเป็นราศีลำดับที่ 5 ตามจักรราศี การนำเสนอเสื้อผ้าในวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ซึ่งก็คือเดือน 5 ตลอดที่มาของน้ำหอม CHANEL N°5 ซึ่งมาจากการเลือกตัวอย่างน้ำหอมหมายเลข 5 จากทั้งหมด 10 ตัวอย่างที่นักปรุงน้ำหอม ‘Ernest Beaux’ นำมาเสนอให้เธอ ชาเนลจึงมองเลข 5 เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนสัญชาตญาณในการตัดสินใจของตัวเธอเอง
-
ดาวหาง
ความหลงใหลในดวงดาวและวัตถุบนท้องฟ้าของชาเนลมีรากฐานมาจากทั้งความเชื่อและความทรงจำในวัยเยาว์ที่มีกับอาราม Abbaye d'Aubazine ที่ตั้งของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเคยอยู่ถึง 7 ปี ซึ่งเป็นที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวและพื้นทางเดินก็มีลายโมเสกดวงดาวประดับอยู่ ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในโลกการออกแบบของเธอ อีกทั้งยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์เครื่องประดับของแบรนด์ เพราะปรากฏอยู่ในคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี Bijoux de Diamants เมื่อปี 1932 ซึ่งถือเป็นคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี่ชุดแรกของ Gabrielle Chanel และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ดาวหางกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน
-
ดอกคามิลเลีย
ดอกคามิลเลียสีขาวเป็นดอกไม้ที่ Gabrielle Chanel โปรดปรานเป็นพิเศษ โดยเรื่องราวความผูกพันระหว่างเธอกับดอกไม้ชนิดนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1913 เมื่อเธอนำดอกคามิลเลียสีขาวมาติดไว้ที่เข็มขัด ความงามของดอกไม้ที่มีรูปทรงเรียบง่าย กลีบดอกเป็นระเบียบ และมีความบริสุทธิ์ในตัวเอง สอดคล้องกับรสนิยมด้านการออกแบบของเธออย่างลงตัว อีกทั้งดอกคามิลเลียยังสามารถผลิบานได้แม้ในช่วงฤดูหนาว สะท้อนความแข็งแกร่งและความมีชีวิตชีวาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ชาเนลยกให้ดอกคามิลเลียเป็นทั้งดอกไม้โปรดสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ซึ่งปรากฏอยู่ในผลงานแฟชั่นและเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบนับแต่นั้น
1 / 3
2 / 3
3 / 3
เห็นจนชินตาแต่ก็ยังรู้สึกใจเต้น...
แม้เราจะคุ้นชินกับภาพของตัวแทนจิตวิญญาณทั้งสี่ผ่านผลงานของแบรนด์ที่ปล่อยออกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่ก็อดที่จะประทับใจดีเทลเหล่านี้ไม่ได้ทุกคราที่มันถูกเล่าใหม่ เพราะทั้งสิ้นล้วนบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของ Gabrielle Chanel ได้อย่างชัดเจน และทำให้เราเห็นเส้นชีวิตของเธอได้เป็นอย่างดี ดังนั้นต่อให้ครั้งนี้จี้ Symboles Medallion จะเกิดมาจากการรวบรวมรหัสการออกแบบของแบรนด์ที่เราเห็นจนชินตาเอาไว้ แต่ความรู้สึกที่มีก็ยังคงเป็นความประทับใจและการไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับมันเสียทีเดียว เนื่องจากมันช่วยขยายความเข้าใจในตัวตนและความเชื่อของผู้ก่อตั้งให้กับเรามากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งครั้งนี้มันถูกเล่าผ่านเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่และเก็บรักษาไว้ได้จากรุ่นสู่รุ่น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราเองก็สามารถส่งต่อพลังของความโชคดีที่ยอดดีไซเนอร์เชื่อถือไปสู่มือและใจของผู้หญิงอีกหลายๆ คนที่เรารักได้เช่นกัน



.webp)
