Shine the Series

LIFESTYLE

เปิดแฟชั่นเซ็ตเอ็กซ์คลูซีฟ Shine The Series ซีรี่ส์เกย์เรื่องแรกของไทยจาก Be On Cloud

นี่คือแฟชั่นเซ็ตสุดเอ็กคลูซีฟจากกองถ่าย Shine The Series แบบเต็มๆ ที่หาดูได้แค่ที่โว้กประเทศไทยเท่านั้น

08 สิงหาคม 2568
 
ช่างภาพ: วสันต์ ผึ่งประเสริฐ
สไตล์ไดเร็กเตอร์: จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล
กรูมมิ่ง: ภคณัฏฐ์ พูลสวัสดิ์
เรื่อง: ปวีณา บัลลพ์วานิช
เรียบเรียง: ฐาดิณี รัชชระเสวี

----------------------------------------------------------------

     ค่าย Be On Cloud เปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ Shine (ชาย) ที่ดึงเอานักแสดงมากฝีมือมาร่วมกันถ่ายทอดบทบาทใหม่ๆ โดยค่ายเน้นว่านี่เป็น Gay Series จริงๆ เนื้อหาของซีรีส์บอกเล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ต้องถูกปกปิดในวันที่โลกยังไม่เปิดกว้างสำหรับความหลากหลาย บทบาทของตัวละครแต่ละตัวจึงมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ ความตั้งใจของปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารค่ายและผู้เขียนบท ต้องการให้เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่สะท้อนสังคม ถ่ายทอดเรื่องราวให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความคาบเกี่ยวระหว่างโลกยุคเก่ากับยุคใหม่ รวมถึงความเปราะบางในการเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ เข้ามาในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย เช่น ปมขัดแย้งทางการเมือง การลดทอนคุณค่าความเป็นตัวตนของคนยุคนั้น ซึ่งนอกจากเรื่องราวหลักแล้ว ปอนด์ยังตั้งใจใส่รายละเอียดต่างๆ ของยุคเข้าไปแบบจัดเต็มเพื่อรสชาติในการชมและเพื่อให้คนดูเข้าถึงเรื่องราวในซีรีส์มากขึ้น ชาย จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครต่างๆ ที่มีบทบาทแตกต่างกันไปอย่างชัดเจน ซึ่งคนดูจะเข้าใจตัวละครและสังคมผ่านดนตรี วรรณกรรม และแฟชั่นในยุคนั้นโดยไม่ต้องอธิบายผ่านคำพูด ชาย จึงเป็นซีรีส์ที่เสิร์ฟแบบครบรสตั้งแต่ความเข้มข้นของเนื้อหา การแสดง ไปจนถึงแฟชั่นอันเป็นไฮไลต์หนึ่งของยุค

     อีกหนึ่งความพิเศษของโปรเจกต์นี้คือการรวมตัวกันของนักแสดงมากฝีมือ การคัดเลือกนักแสดงเน้นการถ่ายทอดอารมณ์และความเข้าใจบริบทของสังคมในยุคนั้นออกมาเป็นคำพูดที่ดูเป็นธรรมชาติของนักแสดงแต่ละคน ตัวอย่างเช่น สน-ยุกต์ ส่งไพศาลที่มาเล่นซีรีส์เกย์เป็นครั้งแรก, อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี, กบ-พิมลรัตน์ พิศลยบุตร และนักแสดงรุ่นใหญ่นก-สินจัย เปล่งพานิช โดยซีรีส์จะหยิบเอาประเด็นสำคัญมาเล่า ตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ จากหน้าประวัติศาสตร์ของโลก ทั้งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นอุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ซึ่งมาพร้อมกับความต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในยุคนั้น รวมถึงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์แบบชายรักชาย ซึ่งในตอนนั้นยังถือเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคม 

     ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์  

     “สิ่งที่ท้าทายของโปคือโปกับตัวละครมีบุคลิกตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง โปจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตตามความรู้สึก ตามสัญชาตญาณ แต่ตฤณจะใช้ชีวิตตามแบบที่คนอื่นมองว่าควรจะเป็น ตัวละครตัวนี้มีวิธีคิดที่ชัดเจนและยึดตามกรอบของสังคมมาตลอด เขาเลือกทำในสิ่งที่เชื่อว่า ‘สังคมเขาทำกัน’ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามมาตรฐานที่เขาเรียนรู้มา ความน่าสนใจของตัวละครตฤณนี้คือแม้เขาจะเดินตามแนวคิดของสังคมมาตลอด แต่สุดท้ายก็ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเขาอยากเลือกเดินไปในทางไหน”

     ภาคภูมิ ร่มไทรทอง

     “สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดของการทำงานเรื่องนี้คือผมหลงรักยุคหกศูนย์กับเจ็ดศูนย์มากๆ เพราะช่วงนั้นทั้งต่างประเทศและประเทศไทยกำลังเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เป็นยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตแต่มีเครื่องบินแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะมีการถ่ายโอนทางวัฒนธรรมที่ทับซ้อนกันอยู่เยอะ อย่างประเทศไทยผมมองว่าเราโชคดีเพราะเรามีความหลากหลายเชิงวัฒนธรรมที่ชัดเจน ทั้งไทยกับตะวันตก ไทยกับจีน ซึ่งนี่คือสิ่งที่น่าสนใจและเป็นสิ่งที่คนจะได้เห็นในเรื่องนี้ด้วย”

     ยุกต์ ส่งไพศาล  

     “ตัวละครที่ผมได้รับนี้สะท้อนให้เห็นคนบางคนที่สามารถเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวมได้ ทำให้ผมเห็นว่ามีคนแบบนี้อยู่ในโลกจริงๆ ทำให้คนรุ่นเราหรือเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตได้เห็นว่าผู้ใหญ่สมัยก่อนเขาคิดกันอย่างไร เรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตนั้นกว่าจะมีวันนี้ได้พวกเขาต้องมีการเสียสละแค่ไหน ซึ่งในมุมของนักแสดงผมว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่เรียลมาก”

     ยศวรรธน์ ทะวาปี

     “เรื่องเพศสภาพกับความสัมพันธ์ผมว่ามันไม่เกี่ยวกัน เพราะความรักอยู่ที่คนสองคนว่าจะคลิกกันไหม ถ้าคลิกกันแล้ว เรารักกัน เราพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน นั่นก็คือความรัก แม้ว่าจะต้องผ่านความยากลำบาก แต่ถ้าทุกอย่างลงตัวและคนสองคนพร้อมจะจับมือไปด้วยกันจริงๆ ผมมองว่านั่นคือความรักที่ดีเสมอ”

     พิมลรัตน์ พิศลยบุตร

     “คนเราหนีธรรมชาติไม่ได้ เราอาจจะเกิดมาโดยถูกกำหนดว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย แต่เรื่องของหัวใจเรากำหนดไม่ได้ว่าจะรักเพศเดียวกันหรือไม่ ตราบใดที่เขาเป็นคนดี เขาไม่ได้ทำลายสังคมหรือทำลายใคร ก็เป็นอิสระของชีวิตเขา ชีวิตใครก็ชีวิตมัน อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะรักใครก็รัก เพราะความรักไม่มีผิดไม่มีถูก”

Article

     สินจัย เปล่งพานิช

     “การทำงานในเรื่องนี้เรียกว่าสดใหม่ทั้งทีม เป็นการทำงานกับคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ทำให้เรารู้สึกสนุกทุกครั้งที่ไปกอง ตื่นเต้นกับซีรีส์เรื่องนี้มาก ถ้าจะให้นิยามเรื่อง ชาย ก็จะให้คำนิยามว่า “เฉิดฉาย” เพราะคำนี้น่าจะตรงยุคในซีรีส์และตรงกับคาแร็กเตอร์ที่ได้รับ”

 

     สามารถตามไปชมแฟชั่นเซ็ตและบทสัมภาษณ์เต็มได้ในนิยสารโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนสิงหาคม 2025