ในห้วงเวลาที่ soft power กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนอัตลักษณ์ประเทศและเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าซีรี่ส์วายไทยได้พัฒนาจากคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มมาสู่การเป็นหนึ่งในสินค้าทางวัฒนธรรมที่สามารถลงสนามแข่งกับตลาดวายประเทศอื่นได้ ซีรี่ส์สองเรื่องในช่วงเวลาขณะนี้ที่หลายคนมองว่ามีศักยภาพมากพอที่จะส่งออกอย่างเห็นได้ชัดคือ เขมจิราต้องรอด และ Shine ที่ไม่เพียงบ่งบอกถึงการเติบโตไปอีกขั้นของวงการบันเทิงไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพมากพอที่จะส่งออกซีรี่ส์วายที่เปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว
ดูโพสต์นี้บน Instagram
Shine ซีรี่ส์เกย์จาก Be On Cloud และ We TV Thailand ภาพสะท้อนของงานศิลปะที่ใช้สื่อโทรทัศน์เป็นดั่งเวทีการแสดง ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก อุดมการณ์ และประวัติศาสตร์ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ในช่วง 60s ไม่ว่าจะเป็นการกำกับภาพ บท หรือแม้แต่คอสตูมตัวละคร ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด จุดแข็งของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การเป็นซีรี่ส์ที่ประกาศตัวเองว่าเป็น ‘ซีรี่ส์เกย์’ เพียงอย่างเดียว แต่ยังกล้าหยิบยกเอาประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ และกลิ่นอายของยุคสมัยมาเล่าอย่างลึกซึ้งผ่านความสัมพันธ์ของตัวละครที่มากไปด้วยเบื้องลึกเบื้องหลัง ทั้งยังเล่นล้อกับความเป็นมนุษย์ได้อย่างดี และผลตอบรับหลังจากฉายตอนแรกก็นับว่าเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่สะท้อนถึงแนวทางการกระจาย soft power ทั้งในและนอกประเทศอย่างมีชั้นเชิง
ดูโพสต์นี้บน Instagram
อีกเรื่องหนึ่งอย่าง เขมจิราต้องรอด ที่เลือกหยิบเรื่องราวของผีไทย ความเชื่อเรื่องเวรกรรมและภพชาติ รวมถึงไสยศาสตร์ไทย มาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างของซีรี่ส์ได้อย่างลงตัว กลายเป็นแนว romantic horror ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์อย่างชัดเจน รวมถึงยังหาได้ยากในซีรี่ส์วายไทยที่จะหยิบยกเรื่องราวแนวนี้มาผสานเข้ากับความรักชายชาย สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่เพียงความลึกลับของพล็อตเรื่อง แต่คือการตีความเชื่อไทยในมุมมองใหม่ที่เข้าถึงง่ายในระดับสากล ซีรี่ส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ‘วัฒนธรรมพื้นบ้าน’ หากได้รับการตีความใหม่อย่างมีชั้นเชิงก็สามารถกลายมาเป็นต้นทุนเชิงวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในเวทีระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับงานโปรดักชั่นคุณภาพ นักแสดงที่เหมาะสมกับบทบาท และความใส่ใจของทีมผู้สร้างในการปูเรื่องราวต่างๆ ส่งให้นี่เป็นอีกซีรี่ส์ที่น่าจับตามอง
จุดร่วมของ Shine และเขมจิราต้องรอดคือความกล้าในการที่จะ ‘ยกระดับ’ ซีรี่ส์เกย์/วายจากแนวเดิมที่เคยได้รับความนิยมในช่วงแรก ไปสู่การเป็นงานศิลปะที่เล่าเรื่องราวให้มีความลึกซึ้ง สะท้อนบริบททางสังคมและวัฒนธรรม กล่าวอย่างง่ายๆ คือยกระดับให้มีมิติมากกว่าเพียงความรักชายชาย ซึ่งทั้งสองเรื่องได้ชี้ให้เห็นว่าสื่อวายไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในกรอบของความนิยมชั่วคราว แต่สามารถเป็นพื้นที่สำหรับการสื่อสารประเด็นต่างๆ ได้ เช่น อัตลักษณ์ ความหลากหลาย ความเชื่อ หรือแม้แต่ปัญหาสังคม โดยทั้งหมดนี้คือพลังของ soft power ที่มีต้นทางจากเรื่องเล่า และสามารถกลายเป็นจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ของไทยได้อย่างแท้จริง
(สามารถตามไปอ่านบทความ 'รวบมาทั้ง Boys Love และ Girls Love อัปเดตลิสต์ซีรี่ส์วายปี 2025 ที่น่าจับตา!' ได้ที่นี่)

เปิดภาพตอนแรกของซีรี่ส์ Shine จุดเริ่มต้นของการเดินทางผ่านอุดมการณ์ ความรัก ความฝัน และกาลเวลา

'มาย-อาโป' เตรียมกลับมาพบกันอีกครั้งใน Shine The Series ซีรี่ส์เกย์เรื่องแรกจากค่าย Be On Cloud

รวบมาทั้ง Boys Love และ Girls Love อัปเดตลิสต์ซีรี่ส์วายปี 2025 ที่น่าจับตา!




