Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

Seiko เดินหน้าสู่ปีที่ 145 พร้อมเผยเรือนเวลารุ่นไอคอนิกที่เปิดตัวพร้อมกันถึง 4 รูปแบบ

Seiko ถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์และนวัตกรรมสู่อนาคตกับนาฬิกา 4 รุ่นที่สื่อสารเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของแบรนด์

13 มกราคม 2569

     การเดินทางสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในโลกนาฬิกาฝั่งญี่ปุ่นอาจโด่งดังมาในช่วงไม่กี่ทศวรรษ ทว่าหากย้อนประวัติศาสตร์กลับไป แบรนด์อย่าง Seiko มีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1881 ทำให้ปี 2026 คือขวบปีแห่งความยิ่งใหญ่ที่แบรนด์จะมีอายุครบรอบ 145 ปีพอดี ดังนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวของเรือนเวลาจากไซโก้คือการเล่าเรื่องความไอคอนิกผ่านนาฬิกาถึง 4 รูปแบบ สะท้อนอัตลักษณ์แบบครบถ้วนทุกมิติ นึกย้อนกลับไปศตวรรษครึ่ง Kintarō Hattori ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเรื่องเวลา แต่ยังต้องการสอดแทรกความนามธรรมทั้งความสุข ความงาม และคุณค่าของชีวิตผู้สวมใส่

Article

     จาก ‘Seikosha’ โรงงานดั้งเดิมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1892 เพื่อเนรมิตนาฬิกาพกเรือนแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ จนวันนี้มีทั้ง King Seiko, Prospex, Presage และ Astron โฉมใหม่ เฉลิมฉลองความสำเร็จที่มีอายุยาวนานในหน้าประวัติศาสตร์นาฬิกา และถ้าเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงความดั้งเดิมร่วมกับมิติความร่วมสมัยคงต้องมองถึงนาฬิกา ‘Presage Classic Series “Craftsmanship” Enamel Dial’ นาฬิกาใหม่แต่รูปโฉมเก่าแก่ เม็ดมะยมทรงหัวหอม หลักเวลาเลขโรมัน และรูปทรงกลมอันเป็นอมตะเหนือกาลเวลา มาพร้อมกับการตกแต่งขอบตัวเรือนแบบพิเศษ สะท้อนภาพนาฬิกา ‘Timekeeper’ ซึ่งเป็นผลงานนาฬิกาพกเรือนแรก นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์อย่างหน้าปัดอินาเมลสีขาวเนียนละเอียดที่ทั้งสวยงามและเสริมประสิทธิภาพในการขับความโดดเด่นของหลักเวลาและเข็มอย่างเด่นชัด ปิดท้ายด้วยรายละเอียดสายหนังที่ได้รับการรับรองจาก ‘Leather Working Group’ ซึ่งมุ่งเสริมการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน   

Article

     ถัดมาคือ ‘King Seiko KS1969’ สุดยอดนวัตกรรมเรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยเรือนใหม่ล่าสุดเพื่อการเฉลิมฉลองหยิบยกลวดลายที่ผู้ก่อตั้งเลือกสรรเพื่อสลักบนหน้าปัดของตัวเองมานำเสนอใหม่อีกครั้ง ตัวเลือกสีเทาไล่ระดับเฉดสร้างมิติความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเรือน ตัดกับสีทองของหลักเวลา เข็ม และตัวอักษรโลโก้แบรนด์ เติมความสมบูรณ์แบบด้วยสายเชื่อมกันหลายแถว ขัดเงาและด้านสลับกัน ตัวเรือนบางจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มศักยภาพการกระจายน้ำหนัก การแนบรับกับข้อมือ และความสมดุลมากยิ่งขึ้น

Article

     เดินหน้าต่อสู่ความร่วมสมัยกับเรือนเวลา ‘Prospex SPEEDTIMER Mechanical Chronograph’ นวัตกรรมการผลิตนาฬิกาจับเวลาของแบรนด์ ซึ่งเป็นตัวชูโรงของวงการนาฬิกาจากแดนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ จุดกำเนิดเริ่มตั้งแต่การพัฒนานาฬิกาจับเวลาเรือนแรกของญี่ปุ่นในปี 1964 และพัฒนาสู่ ‘SPEEDTIMER Chronograph’ ในปี 1969 จนตอนนี้มันถูกเนรมิตพร้อมสอดแทรกการพัฒนากลไกอย่างก้าวกระโดด เช่นเดียวกับการรักษามรดกทางวัฒนธรรมกับการเลือกใช้ลายดั้งเดิมที่คินทาโร่เลือกใช้บนหน้าปัดนาฬิกาดั้งเดิม โทนสีเน้นสีขาวตัดสลับทอง มาพร้อมสายขัดอย่างประณีต ไฮไลต์สำคัญคือกลไก Caliber 8R48 ที่มอบประกันความเที่ยงตรงและความน่าเชื่อถือด้วยระบบคลัตช์และคอลัมน์วีลแนวตั้ง และกลไกเอสเคปเมนต์ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ผลิตด้วยเทคโนโลยี MEMS ที่ช่วยยกระดับสมรรถนะของกลไกให้ระดับ นับเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนตัวตนของไซโก้ในเชิงศักยภาพและการทำงานของเรือนเวลาอย่างชัดเจน

Article

     ปิดท้ายด้วย ‘Astron GPS Solar Dual-Time Chronograph’ อีกหนึ่งนาฬิกาจับเวลาดีไซน์โมเดิร์นที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเฉลิมฉลองครั้งนี้ โดดเด่นด้วยการปรับคุมเวลาด้วยระบบจีพีเอส พร้อมการแสดงผลเวลา 2 ไทม์โซนพร้อมกัน นี่คือการนำเสนอนวัตกรรมของไซโก้โดยแท้จริงตามความตั้งใจในการพัฒนาเรือนเวลารุ่นนี้ ด้านมิติเชิงศิลป์มีเอกลักษณ์ที่ตัวเรือนสีดำตัดสลับกับแซปไฟร์คริสตัลสีทอง นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นด้านกลไกกับ Caliber 5X83 เชื่อมต่อกับเครือข่ายจีพีเอสแบบครอบคลุมทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถปรับเวลาให้เที่ยงตรงมากที่สุด ขมวดรวมเรื่องราวของไซโก้กับการพัฒนาเรือนเวลาชั้นยอด สะท้อนตัวตนของการเสาะหานวัตกรรม และการสรรสร้างมิติเชิงศิลป์อันสมบูรณ์แบบของไซโก้ ซึ่งสื่อสารเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 145 ปีของแบรนด์อีกด้วย


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเรื่องนาฬิกาไซโก้ได้กับบทความ ทำไมนาฬิกา Seiko Tank จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับความคลาสสิกเรียบหรูคู่ข้อมือในงบจำกัด)

ภาพ : Courtesy of Seiko