บริษัท Richemont เปิดเผยผลประกอบการสำหรับไตรมาสแรกของปี และระหว่างไตรมาส ไปจนถึงสิ้นสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำยอดขายรวมได้ 6.3 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 20% เมื่อคำนวณในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ นับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความต้องการสินค้าลักชัวรีในเครือที่ยังคงแข็งแกร่งทั่วโลก โดยธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดยังคงเป็นกลุ่ม Jewellery อันประกอบด้วย Cartier, Buccellati, Van Cleef & Arpels และ Vhernier โดยสร้างรายได้รวม 4.732 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กลุ่มนาฬิกาก็กลับมาอีกครั้ง หลังแบรนด์อย่าง Vacheron Constantin, Jaeger-LeCoultre และ A. Lange & Söhne มีส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโต 8% แตะ 873 ล้านยูโร หลังจากที่ชะลอตัวในไตรมาสก่อนหน้า ด้านธุรกิจแฟชั่นทำยอดขายเพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ 724 ล้านยูโร โดยเติบโตในเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นตะวันออกกลางและแอฟริกา
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค Richemont ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาด ทั้งอเมริกา เอเชีย-แปซิฟิก ญี่ปุ่น และยุโรป ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาก็เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทในไตรมาสแรกออกมาแข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ และสะท้อนถึงความนิยมของแบรนด์ในเครือที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
(สามารถตามไปอ่านบทความ 'Richemont บริษัทแม่ของ Cartier และ VCA มียอดขายเพิ่มขึ้น 6% ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา' ได้ที่นี่)

VOGUE BIJOUX | ‘อัญมณีคือหัวใจ’ Cartier Panthère Kentia จิวเวลรีชั้นสูงที่เสือแพนเตอร์เป็นผู้เลือก

สำรวจมรดกแห่งงานฝีมือของ Van Cleef & Arpels ในนิทรรศการ GLANZSTÜCKE ณ กรุงเวียนนา

Richemont บริษัทแม่ของ Cartier และ VCA มียอดขายเพิ่มขึ้น 6% ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา








