Ralph Lauren คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026

FASHION

Ralph Lauren ฟอร์มยักษ์! รายได้พุ่ง 13% แตะ 2 พันล้านดอลลาร์ หุ้นทะยาน 20% สวนกระแสตลาดลักชัวรี

Ralph Lauren รายงานผลประกอบการไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 2027 ยอดขายเติบโตขึ้น13% แตะ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนุนหุ้นพุ่งสูงกว่า 20%

07 สิงหาคม 2569

สรุป 5 ประเด็นสำคัญ รายงานผลประกอบการ Ralph Lauren ไตรมาสแรก ประจำปีงบประมาณ 2027

  1. ผลประกอบการทะลุเป้า Ralph Lauren กวาดยอดขายไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 สูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 13% ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทันที 20%
  2. ตลาดเอเชียเติบโตขึ้น 25% โดยมีจีนเป็นหัวหอกหลัก ที่เติบโตสูงถึง 40% สวนทางภาพรวมอุตสาหกรรมลักชัวรีทั่วโลกที่กำลังชะลอตัว
  3. พร้อมเปิดตัว Flagship Store แห่งแรกในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน และเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ รวมถึงพาร์ตเนอร์สโตร์อีก 21 แห่งทั่วโลก อาทิ The Grove ในลอสแอนเจลิส และอิสตันบูล
  4.  ยอดขายตรงสู่ผู้บริโภค (DTC) โตขึ้น12% ดึงดูดลูกค้ารายใหม่เข้าระบบกว่า 1.5 ล้านคน พร้อมยอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ที่เพิ่มขึ้นถึง70 ล้านคน
  5. บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ปีงบประมาณ 2027 ขึ้นเป็น 5–6% พร้อมลุยกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงคราม และอัตราภาษี

     Ralph Lauren รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้รวมสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เหนือการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัททะยานขึ้นทันที 20% หลังการประกาศผลประกอบการ

     โดย 'Patrice Louvet' ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ralph Lauren ระบุว่าจากผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ เป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จของแผนยุทธศาสตร์ 'Next Great Chapter: Drive' ที่ดำเนินมาแล้ว 2 ปี ซึ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และการสร้างมูลค่าในระยะยาว ผ่านการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถ ในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก

รายงานการเติบโตตามภูมิภาค

     เมื่อพิจารณาตามรายภูมิภาค ตลาดเอเชียและอเมริกาเหนือกลายเป็นหัวหอกสำคัญ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยอเมริกาเหนือทำรายได้ไป 740.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 13% ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียทำรายได้ 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตสูงถึง 25% ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือตลาดจีน ที่มียอดขายเติบโตอย่างกระโดดถึง 40% สวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมสินค้าลักชัวรีส่วนใหญ่ ที่กำลังเผชิญภาวะชะลอตัวในตลาดจีน

     โดยความสำเร็จในตลาดจีน ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกด้วยการเปิด แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกของประเทศในเมืองเฉิงตู เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจระยะยาว ซึ่งนอกเหนือจากตลาดจีนแล้ว แบรนด์ Ralph Lauren ยังได้เปิดร้านค้าใหม่ และร้านค้าพันธมิตรรวมอีก 21 แห่ง ในทำเลศักยภาพสูง เช่น The Grove ในนครลอสแอนเจลิส Stanford Shopping Center ในพาโลอัลโต และเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

     สำหรับตลาดยุโรป รายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 5% แตะระดับ 594 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยประเทศเยอรมนี อิตาลี และสเปน แม้ว่าจำนวนผู้เข้าชมหน้าร้านในยุโรป จะได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ 'Justin Picicci' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เปิดเผยว่าแบรนด์ยังคงทำผลงานได้ดี เหนือกว่าแนวโน้มตลาดรวม ด้วยการเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อ และมูลค่าการซื้อต่อครั้ง ผ่านการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ และการสร้างมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ผ่านป๊อปคัลเจอร์ และโซเชียลมีเดีย

     ในส่วนของช่องทางการจำหน่าย ยอดขายตรงสู่ผู้บริโภคขยายตัวกว่า 12% ในไตรมาสนี้ โดยได้รับแรงหนุนทั้งจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และหน้าร้านค้าปลีก ในขณะที่ช่องทางค้าส่งเติบโตขึ้น 13% สะท้อนถึงความต้องการสินค้า ที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ralph Lauren ขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง คือการทำการตลาดที่เข้าถึงวัฒนธรรมร่วมสมัย

     โดยในไตรมาสนี้แบรนด์สามารถดึงดูดลูกค้ารายใหม่ผ่านช่องทาง DTC ได้มากกว่า 1.5 ล้านคน และมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียหลัก ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม ไลน์ และ Tiktok เพิ่มขึ้นรวมกันกว่า 70 ล้านคน โดยผลงานที่โดดเด่นนี้เป็นผลมาจากแคมเปญ A Sporting Life รวมถึงคอลเล็กชั่นพิเศษ ที่ร่วมมือกับไปรษณีย์สหรัฐฯ ในการผลิตแสตมป์ที่ระลึก เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา

แนวโน้มปีงบประมาณ 2027 ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ พร้อมรับมือความท้าทาย

     จากผลประกอบการไตรมาสแรก ที่แข็งแกร่งเกินคาด Ralph Lauren ได้ทำการปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโต ของรายได้รวมตลอดทั้งปีงบประมาณ 2027 ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5–6% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 4–5% อย่างไรก็ตามผู้บริหารยังคงเน้นย้ำถึงการดำเนินนโยบายเชิงรุก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนจากสงคราม และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

     แม้ว่าแบรนด์จะเตรียมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีในช่วงครึ่งหลังของปี แต่อัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน คาดว่าจะมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากการจัดสรรช่วงเวลาของการทำกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงการประเมินสมมติฐานด้านอัตราภาษีศุลกากร ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะการค้าโลกในอนาคต

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'Ralph Lauren' ได้ที่  (รวมทุกลุคจากโชว์ Ralph Lauren คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 สเน่ห์ของอเมริกา)

ภาพ : Vogue Runway