Vogue Thailand

LIFESTYLE

Long Take 1 ชั่วโมงสุดอัศจรรย์ในวัย 13 เส้นทางความสำเร็จที่ Owen Cooper สร้างมาด้วยความสามารถ

Owen Cooper ถ่ายทอดความเข้มข้นของซีรี่ส์ Adolescene กับบทบาท Jamie Miller ที่สะกดตาคนทั้งโลกด้วยซีนยาวแบบไม่ตัดร่วมชั่วโมง

13 มกราคม 2569

     เมื่อเปิดปี 2026 ไม่นาน ถึงเวลาของช่วงเวลาแห่งฤดูกาลงานประกาศรางวัลสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่ง Golden Globe Awards หรือลูกโลกทองคำที่ทุกคนรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี มีรางวัลที่คอภาพยนตร์และซีรี่ส์สายเนื้อหาเข้มข้นจับตามอคือ รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมประเภทผลงานโทรทัศน์(ซีรี่ส์) เพราะหลายคนลุ้นให้ตัวเต็งอย่าง ‘Owen Cooper’ ในบทบาท ‘Jamie Miller’ ในเรื่อง ‘Adolescene’ สามารถคว้ารางวัลนี้ไปครองให้ได้สำเร็จ โดยโอเว่นเป็นตัวเต็งจ๋าและได้รับความคาดหวังว่าจะเป็นสุดยอดนักแสดงน้ำดีของวงการต่อไป
 

     โอเว่นไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เขาก้าวขึ้นเวทีในฐานะผู้ชนะรางวัลอย่างสมเกียรติ เด็กหนุ่มที่เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 16 ปีมาหมาดๆ ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2025 วันนี้เขากลายเป็นผู้ชนะรางวัลลูกโลกทองคำ และไม่เพียงเท่านั้น เขายังทำให้ทุกคนขนลุกกับบทบาทนักแสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้ง สถานการณ์กดดัน และความเข้มข้นผ่านเพียงบทสนทนา ฉากจากตอนที่ 3 ของซีรี่ส์กลายเป็นฉากไอคอนิกที่เชื่อว่าจะต้องได้รับการพูดถึงในฐานะหมุดบันทึกความยอดเยี่ยมของวงการซีรี่ส์ระดับโลกต่อไปอย่างแน่นอน
 

     ย้อนกลับไปในช่วงที่ซีรี่ส์เรื่องนี้ถ่ายทำ โอเว่นมีอายุเพียง 13 ปี การที่เขารับบทสำคัญในซีรี่ส์ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและสถานการณ์การบีบคั้นก็ยากพอแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าทั้งตอนที่ 3 เขารับหน้าที่แบกเส้นเรื่องทั้งหมดด้วยศักยภาพการแสดงที่เหนือกว่าเด็กรุ่นเดียวกันหรืออาจจะเหนือชั้นที่สุดในรอบปี เพราะการเข้าฉากร่วมกับ ‘Erin Doherty’ ที่รับบทนักจิตวิทยาเด็ก ทั้งคู่ส่งเสริมกันและกัน ด้านหนึ่งก็เค้นหาคำตอบและสังเกตทุกรายละเอียด ในขณะที่เด็กหนุ่มวัยมัธยมก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ความผิดที่เกาะจิกจิตใตของเขาเริ่มทิ่มแทงและแปรเปลี่ยนอารมณ์​ พฤตกรรม และวาจาไปโดยสิ้นเชิง
 

     การปรับอารมณ์อย่างทันท่วงคือวิถีการแสดงที่ท้าทายอย่างยิ่ง หลายครั้งเทคนิคการแสดงที่ช่วยให้ถ่ายทอดอารมณ์อย่างสมจริงคือการดึงเอาประสบการณ์ร่วมมาแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกในแบบที่เข้มข้นต่างระดับกันในแต่ละเหตุการณ์ ความน่าทึ่งของโอเว่นคือเขาอายุเพียงหลักสิบต้นๆ ประสบการณ์ชีวิตที่จะเข้ามาปรับเปลี่ยนห้วงอารมณ์แบบฉับพลัน ทั้งยังต้องเข้าใจบริบทของความกดดันของผู้กระทำผิด ความกลัว ความหวาดระแวง และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการที่โอเว่นสามารถสวมบทบาทเจมี่ที่ระเบิดอารมณ์หลากหลายรูปแบบออกมาภายใต้สถานการณ์ในเรื่องคือความมหัศจรรย์อย่างไร้ข้อกังขา

Article

     “เขานี่ล่ะใช่” คำพูดของ ‘Stephen Graham’ ที่กล่าวกับ ‘Jack Thorne’ ผู้ร่วมอำนวยการสร้าง และผู้กำกับอย่าง ‘Philip Barantini’ คือจุดเริ่มต้นของโอเว่น พวกเขาค้นหาผู้ที่ต้องมารับบทเจมี่ ความประทับใจโดยธรรมชาติจากการคัดเลือกของโอเว่นประทับในความทรงจำของทั้ง 3 คน เชื่อหรือไม่ว่านี่คือผลงานเดบิวต์ของเขาเลยด้วยซ้ำ ลองจินตนาการว่าเขาไม่เคยเป็นนักแสดงมาก่อน ทว่าสามารถทะยานสู่ยอดพีระมิดอย่างรวดเร็วด้วยการแสดงมหัศจรรย์ มันต่อเส้นทางสู่รางวัลลูกโลกทองคำที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

     บทสัมภาษณ์จากเน็ตฟลิกซ์ระบุว่าโอเว่นเป็นนักแสดงที่ไม่ได้ทำการแสดงแต่หาหนทางเพื่อผ่านสถานการณ์ต่างๆ เหมือนจิตวิญญาณของเจมี่ในซีรี่ส์ถูกถ่ายทอดผ่านหุ่นเชิดอย่างโอเว่นโดยสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าเขาต้องควบคุมความหุนหันของเจมี่และมิติทางอารมณ์ที่อัดแน่นภายในตัวละครให้ได้อย่างเชี่ยวชาญ “นี่คืองานแรกที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้” โอเว่นกล่าวถึงวันซ้อมวันแรก “ผมพบเจอผู้คนน่าทึ่งมากมาย เอรินเป็นหนึ่งในนั้น” ทุกคนในกองถ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ 3 ของซีรี่ส์ ทุกคนต้องทำการบ้านอย่างหนักในหน้าที่ของตัวเอง ตั้งแต่ทีมงานด้านภาพ ช่างแต่งหน้าทำผม ผู้กำกับ และที่สำคัญคือตัวโอเว่นและเอริน ทุกคนจะได้บทและขั้นตอนต่างๆ เพื่อการซ้อมสำหรับซีนที่ ‘Long Take’ ที่จะกลายเป็นภาพจำของซีรี่ส์เรื่องนี้

     “ซ้อมจนกว่าจะสมบูรณ์แบบ” คำนี้อาจบรรยายได้ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะผู้กำกับและนักแสดงต้องก้าวผ่านสคริปต์ทั้งหมดแบบครบถ้วน และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว เพราะบางวันอาจจะต้องซ้อมซีนนี้กันครั้งแล้วครั้งเล่าในวันเดียว มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โอเว่นถึงขั้นกล่าวว่า “คุณจะมีความคิดแบบเดียวกับเจมี่และบริโอนี” ทั้งนี้ทั้งนั้นบทการซ้อมเกิดจากโครงสคริปต์และการเติมคำศัพท์เพื่อความลื่นไหล มันไม่ใช่การท่องจำแบบอาขยาน มันคือการเข้าใจทุกมิติของตัวละครและนำเสนอออกมาอย่างแม่นยำ ซึ่งหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างอย่างแจ็กกล่าวว่า “โอเว่นเพียงสูดหายใจและเขาก็กลายเป็นนักแสดงชั้นยอดทันที”

     ความท้าทายนอกจากจะเป็นตัวละครแล้วก โอเว่น(และเอริน)ต้องใส่ใจเรื่องเทคนิคการถ่ายทำด้วย เพราะเขาต้องเข้าใจการเคลื่อนไหว มุมกล้อง และองค์ประกอบต่างๆ อย่างละเอียดครบถ้วน ถึงกระนั้นความไม่สมบูรณ์แบบบางอย่างที่เกิดจากทั้งความเหนื่อยล้า และความท้าทายในการถ่ายแบบเทคเดียวยิงยาวกลายเป็นเสน่ห์ที่เผยให้เห็นมิติการเป็นสุดยอดนักแสดงของโอเว่น มากไปกว่านั้นเขายังต้องสวมบทเป็นเจมี่แบบเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้โอเว่นแสดงกริยาบางอย่างที่ทำให้แม้แต่เอรินยังผวา แต่มันก็เป็นความท้าทายที่ไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นอายุเท่านี้จะสามารถแสดงออกมาอย่างน่าทึ่ง จากโมเมนต์ ณ ตอนนั้นสู่บนเวทีลูกโลกทองคำ โอเว่นแสดงความยอดเยี่ยมและเผยให้เห็นแนวโน้มในการเป็นสุดยอดนักแสดงระดับแถวหน้าของโลก เขาอาจยังไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ที่ดังเปรี้ยงปร้าง แต่เป็นนักแสดงสายฝีมือที่อุตสาหกรรมนี้ขาดไปไม่ได้เลยเสียจริง


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเรื่องงานลูกโลกทองคำได้กับบทความ VOGUESCOOP | รวบลุคเด่นบนพรมแดงงานประกาศรางวัล Golden Globes ครั้งที่ 83 ประจำปี 2026)

ภาพ : Courtesy of Netflix