Orm Kornnaphat, ออม กรณ์นภัส, Orm, Friend of the House Bvlgari, Bvlgari, บุลการี, Vogue Thailand July 2026

CELEBRITY

พูดคุยกับ 'ออม-กรณ์นภัส' ที่กลับมาขึ้นปกโว้กอีกครั้งในฐานะ Friend of the House คนล่าสุดของ Bvlgari

'ออม-กรณ์นภัส' Friend of the House ของ Bvlgari ขึ้นปกโว้กประเทศไทยฉบับเดือนกรกฎาคม 2026 สะท้อนภาพผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างร่วมสมัย

06 กรกฎาคม 2569

ช่างภาพ:เอกรัชต์ บัวศรี
สไตล์ไดเร็กเตอร์: จิรรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล
นางแบบ: กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์
แต่งหน้า: สุรปรีย์ อชิรกุล
ทำผม: ศราวุฒิ ลาปะ
ผู้ช่วยสไตลิสต์: กฤษณะ ฉั่วตระกูล และ ภัทรภร สมใจ

 

สัมภาษณ์: ฐาดินี รัชชะเสวี

‘ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์’ คือหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุค แต่เธอกลับเป็นคนที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ใครๆ ต่างพากันหลงรักน้องออม (เป็นคำที่แฟนคลับเรียกเธอ) ปีนี้ออมมาพร้อมกับบทบาทที่หลากหลาย ทั้งงานแสดงซีรี่ส์เรื่องใหม่รวมถึงการเป็น Friend of the House ของ Bvlgari ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผู้หญิงยุคใหม่ในโลกของเครื่องประดับอันเป็นตำนาน หลังจากที่เคยมาขึ้นปกโว้กประเทศไทยมาแล้วในฉบับเดือนพฤศจิกายน 2024 พร้อมกับ ‘หลิงหลิง-ศิริลักษณ์’ วันนี้เธอกลับมาอีกครั้งบนปกเดี่ยวของโว้กประเทศไทยในฐานะ Friend of the House คนล่าสุดของ Bvlgari พร้อมบทสัมภาษณ์พูดคุยอัปเดตชีวิตและการเติบโต

 

VOGUE: อัปเดตชีวิตของออมหลังจากมาถ่ายงานกับโว้กเมื่อสองปีก่อน
ORM: ตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งนั้นจนถึงวันนี้ ออมเปลี่ยนไปเยอะมากค่ะ ตอนนั้นเป็นการถ่ายนิตยสารครั้งแรกและได้ถ่ายกับโว้กเลยรู้สึกว้าวมากจริงๆ ชีวิตของออมเปลี่ยนไปหลายอย่าง อย่างแรกคือมีเวลาส่วนตัวน้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็
มีความมั่นคงในหน้าที่การงานมากขึ้น

 

V: จำได้ว่าตอนนั้นออมกำลังจะถ่ายเรื่องที่สอง แต่วันนี้เดินทางมาถึงเรื่องที่สามแล้ว
O: เรื่องที่สามชื่อ ‘วาดฝันวันวิวาห์’ ค่ะ เพิ่งออนแอร์ไปไม่นาน เป็นเรื่องราวของคู่รักที่คบหากันมานานจนตัดสินใจแต่งงานกัน แต่หลังจากนั้นกลับต้องเผชิญปัญหาภายในครอบครัวที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหย่าร้างกัน ต้องติดตามกันต่อว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร แต่จากใจคนรับบทนี้ ออมรู้สึกว่าประเด็นต่างๆ ในเรื่องเป็นปัญหาที่หลายคนน่าจะเคยพบเจอ ออมเลยตั้งใจถ่ายททอดออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้คนดูได้เข้าใจทั้งปัญหา ความรู้สึกของตัวละคร และทางออกที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์ค่ะ

 

V: ในส่วนของการทำงาน ออมพัฒนาตัวเองให้เข้ากับบทบาทที่ได้รับอย่างไรบ้าง
O: จริงๆ แล้วบทที่ออมได้รับยังไม่ได้มีความชับซ้อนมากนัก แต่ออมมองว่าความท้าทายของการแสดงในแต่ละบทบาทคือการทำให้ตัวละครดูมีความเป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความหึหวง ความโกรธ หรือความกลัว ทุกอารมณ์ต้องรู้สึกจริงและเป็นธรรมชาติ บางครั้งเรารู้ว่ามีบทหรือเส้นเรื่องที่ต้องดำเนินไป แต่สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้การแสดงไม่ดูเหมือนการท่องบท ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเข้าถึง ตัวละครและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือค่ะ

 

V: คิดว่าบทไหนที่เชื่อมโยงกับตัวตนของเราบ้าง
O: ออมคิดว่าบทในเรื่องนี้ค่อนข้างเชื่อมโยงกับตัวเองนะคะ เพราะเข้าใจว่าคนเขียนบทประพันธ์ติดตามพี่หลิง-น้องออมมาก่อนด้วย เลยทำให้ตัวละคร มีหลายมุมที่ใกล้เคียงกับตัวตนของเรา อาจเป็นเพราะเข้าเห็นว่าเราเป็นคนแบบไหน ทั้งมุมหน้า
เหวี่ยงและมุมยิ้มหวาน (หัวเราะ)

 

V: ได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานในวงการนี้บ้าง
O: ออมคิดว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดคือเรื่องของความอดทนค่ะ เพราะยอมรับเลยว่าเมื่อก่อนเป็นคนที่มีความอดทนค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่ได้ต้องฝืนหรืออดทนกับอะไรมากนัก คุณแม่กับคุณพ่อสอนมาว่าอะไรที่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องฝืน คือไม่ได้ตามใจนะคะ แต่ว่าอะไรที่ไม่ชอบ เขาก็หาทางอื่นมาเสริมให้แต่พอเข้ามาทำงานในวงการนี้ ออมได้เรียนรู้ว่าหลายอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว การทำงานเป็นเรื่องของทีมเวิร์ก อย่างเวลางานล่าช้า แทนที่จะบ่นตามความรู้สึก เราก็พยายามเข้าใจว่าปัญหาเกิดจากอะไร เพราะเมื่อได้เห็นเบื้องหลังการทำงานจริงๆ จะรู้ว่าทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการของมัน สิ่งนี้ทำให้ออมเข้าใจระบบการทำงานมากขึ้น มีความอดทนมากขึ้น และที่สำคัญคือมีความเห็นอกเห็นใจคนรอบตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

 

V: คิดว่าโตขึ้นในด้านไหนบ้าง
O: อดทน อดนอนค่ะ (หัวเราะ) อย่างช่วงถ่ายละครเราอาจจะนอนไม่พอ ต้องคุมอาหาร ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แล้วบางช่วงถ่ายละครสามวัน อีกสี่วันก็ต้องไปถ่ายงานอื่นต่อ กลายเป็นว่าทำงานเจ็ดวัน เราก็ต้องสู้ค่ะ บางครั้งก็มีการเดินทางไปต่างประเทศด้วย ออมเลยเรียนรู้ที่จะอยู่กับความท้าทายเหล่านี้ และเลือกมองว่ามันเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถสร้างความมั่นคงให้ตัวเองได้จากตรงนี้ เราต้องอดทนและทำให้ได้ สุดท้ายแล้วออมก็เริ่มหาวิธีอยู่กับการทำงานทุกอย่างให้มีความสุขมากขึ้น เหมือนในปัจจุบันนี้ที่รู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างมั่นคงแล้ว (หัวเราะ) แต่ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือการจัดการอารมณ์ของตัวเองในแต่ละวันให้ได้ด้วยค่ะ

 

V: มีบทบาทไหนที่ออมอยากลองเล่นอีกไหม
O: อยากเล่นอะไรก็ได้ที่เป็นผี เพราะตัวเองชอบดูหนังผีเลยอยากลองเล่นเป็นผี

 

V: ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ลูกสาว เพื่อน หรือไอดอล ออมชอบบทบาทไหนของตัวเองมากที่สุด
O: ออมชอบบทบาทของการเป็นลูกสาวที่สุดค่ะ เพราะออมเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ถัดมาก็คงเป็นบทบาทของการเป็นเพื่อนค่ะ ยิ่งโตขึ้นออมยิ่งรู้สึกว่าการมีเพื่อนที่ดีอยู่ข้างๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนอีกบทบาทหนึ่งที่ออมชอบก็คือการเป็นพี่ออมบทดารา (ยิ้ม)

 

V: พูดถึงการรับบทบาท Friend of the House ของบุลการีหน่อย
O: ออมรู้สึกผูกพันกับบุลการีมาตั้งแต่เด็กค่ะเพราะคุณแม่เป็นลูกค้าของเมซงมาโดยตลอดเพียงแต่ในตอนนั้นเรายังเด็กมากเลยอาจไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์มากนัก พอเติบโตขึ้นและมีโอกาสร่วมงานกับบุลการี ออมรู้สึกภูมิใจมากเพราะเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้จริงๆ ออมมีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์มาหลายครั้งแล้ว จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับทีมงานและบรรยากาศของแบรนด์ แต่ทุกครั้งที่ได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอ เพราะเป็นงานใหญ่ที่ได้พบเจอผู้คนจากหลากหลายวงการ

 

V: ได้ประสบการณ์อะไรบ้างที่ออมอยากแชร์
O: ออมได้มีโอกาสเจอผู้คนมากมายจากหลากหลายวงการค่ะ และได้เรียนรู้ว่าแต่ละวงการก็มีวัฒนธรรมการทำงานและสังคมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ออมได้เปิดโลกมากขึ้นและมีเพื่อนจากหลากหลายกลุ่ม ซึ่งออมมองว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคณค่ามาก

 

V: เป้าหมายในการทำงานของออมคืออะไร อยากเห็นตัวเองเดินไปในทิศทางไหนในอนาคต
O: ออมอยากเป็นนักแสดงค่ะ เพราะออมรักงานนี้มากจริงๆ แล้วออมไม่ได้อยากเป็นดารา แต่อยากเป็นนักแสดง แน่นอนว่าเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเป็นดาราทำให้ออมได้รับโอกาสดีๆ มากมายในชีวิต แต่สิ่งที่ออมรักจริงๆ คือการแสดง ออมอยากได้รับบทบาทที่หลากหลายมากขึ้น และอยากมีโอกาสแสดงศักยภาพในมิติที่คนดูอาจยังไม่เคยเห็น

 

V: มีอะไรที่อยากทำร่วมกับแฟนคลับบ้างไหม
O: ออมอยากมีงาน Fan Sign ค่ะ เพราะเป็นคนชอบพูดคุยกับคนมาก (หัวเราะ) ถ้าให้ออมนั่งถ่ายรูปกับคน 50 คน กับนั่งคุยกับคน 50 คน ออมรู้สึกว่าการคุยไม่เหนื่อยเลย สุดท้ายนี้ออมขอฝากปกโว้กเล่มนี้ที่ได้ร่วมงานกับบุลการีด้วยนะคะ เป็นอีกหนึ่งลุคที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน อยากให้ทุกคนติดตามกันค่ะ แล้วก็ขอฝากวาดฝันวันวิวาห์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'BVLGARI เปิดตัว ‘ออม-กรณ์นภัส’ ในฐานะ Friend of the House ประเทศไทย พร้อมเผย Serpenti Viper โฉมใหม่' ได้ที่นี่)