เปิดลิสต์สถานที่ฮันนีมูนณเดชน์ญาญ่า

CELEBRITY

จดโพยด่วน! ตามรอยฮันนีมูน 'ณเดชน์-ญาญ่า' เปิดลิสต์จุดหมายสุดโรแมนติกในสกอตแลนด์

ทริปฮันนีมูนของ ณเดชน์–ญาญ่า ยังมีอีกหลายเดสติเนชั่นน่าจับตาให้แฟนๆ ได้ตามรอยกันต่อ

04 สิงหาคม 2569

หลังเข้าพิธีวิวาห์อย่างอบอุ่น คู่รักป้ายแดงอย่าง 'ญาญ่า–อุรัสยา เสปอร์บันด์' และ 'ณเดชน์ คูกิมิยะ' เลือกออกเดินทางไปใช้เวลาฮันนีมูนท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบและประวัติศาสตร์อันมีมนตร์ขลังของประเทศสกอตแลนด์ ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์อันงดงาม ปราสาทโบราณ บรรยากาศสุดโรแมนติก และประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับลักชัวรี หากใครกำลังมองหาแรงบันดาลใจสำหรับทริปฮันนีมูนครั้งพิเศษ นี่คือเช็กลิสต์พิกัดการเดินทางสไตล์ญาญ่าที่คุณก็สามารถตามรอยได้

 

1. Belmond Royal Scotsman รถไฟลักชัวรีที่พาผ่านหัวใจของ Scottish Highlands

เปิดทริปด้วยความฟินระดับโลกบน Belmond Royal Scotsman รถไฟลักชัวรีในตำนานที่หลายคนยกให้เป็นทริปในฝัน ทั้งขบวนเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เพราะรับผู้โดยสารเพียง 36 คนเท่านั้น ภายในตกแต่งอย่างมีสไตล์ มีทั้งห้องสวีทสุดหรู เลานจ์ชมวิวแบบพานอรามา ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง ไปจนถึง Dior Spa ให้ได้ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง

 

ความพิเศษคือขบวนรถไฟจะค่อยๆ พาเราซึมซับทัศนียภาพของ Scottish Highlands แบบไม่เร่งรีบ สองข้างทางเต็มไปด้วยปราสาทโบราณ ทะเลสาบฉากหลังสายหมอก และแพลนแวะชมโรงกลั่นวิสกี้ชื่อดัง ยกระดับการเดินทางบนรถไฟให้กลายเป็นประสบการณ์ พักผ่อนแสนโรแมนติกที่ตื่นตาไปกับทัศนียภาพแสนงดงามและบริการระดับไฮเอนด์ในทุกวินาที

 

2. Rothiemurchus Estate และ Caledonian Forest

อีกหนึ่งจุดหมายที่ทั้งคู่เลือกใช้เวลาดื่มด่ำความเงียบสงบร่วมกันคือ Rothiemurchus Estate คฤหาสน์เก่าแก่ใจกลาง Cairngorms National Park ที่โอบล้อมด้วย Caledonian Forest ผืนป่าโบราณอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของสก็อตแลนด์ เสน่ห์ของที่นี่คือความลงตัวของทะเลสาบ ป่าสน และสายหมอกในแบบฉบับ Scottish Highlands ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาสโลว์ไลฟ์ท่ามกลางธรรมชาติ แถมยังเติมเต็มความน่ารักของทริปด้วยการแวะทักทาย Highland Cattle วัวขนยาวสายพันธุ์พื้นเมือง สุดไอคอนิกที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศไปแล้ว

 

3. St Giles' Cathedral Edinburgh

หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่คู่บ่าวสาวแวะเช็กอินคือ St Giles' Cathedral มหาวิหารสไตล์โกธิกที่ตั้งตระหง่านอยู่บนถนน Royal Mile ใจกลางย่าน Old Town ของกรุงเอดินบะระ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 900 ปี มหาวิหารแห่งนี้จึงถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ทั้งยังโดดเด่นด้วยยอดโดมทรงมงกุฎ (Crown Spire) อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับงานสถาปัตยกรรมหินเก่าแก่ที่ช่วยเนรมิตบรรยากาศสุดคลาสสิก ให้การเดินชมเมืองเต็มไปด้วยกลิ่นอายความโรแมนติกสไตล์ยุโรปยุคกลาง

 

4. Holyrood Abbey

ปลายสุดของถนน Royal Mile นำพาเราไปพบกับ Holyrood Abbey ซากอารามเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แม้กาลเวลาจะเหลือไว้เพียงซากกำแพงและซุ้มโค้งหินสไตล์โกธิก แต่นั่นกลับกลายเป็นมนตร์เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลงใหล ทัศนียภาพของแสงแดดยามตกกระทบเสาหินโบราณทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมที่สายถ่ายภาพและนักเดินทางทั่วโลกต่างต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

 

Article

5. Palace of Holyroodhouse

ตั้งอยู่ติดกันคือ Palace of Holyroodhouse พระราชวังหลวงอันงดงามประจำราชวงศ์อังกฤษเมื่อเสด็จเยือนสก็อตแลนด์ และเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในพระราชวังเคยเป็นที่ประทับของ 'Mary, Queen of Scots' พระราชินีผู้มีเรื่องราวโชติช่วงในศตวรรษที่ 16 ส่วนภายนอกโดดเด่นด้วยอาคารหินสไตล์บาโรกโอบล้อมด้วยสวนสวยอันร่มรื่น เติมเต็มภาพการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเอดินบะระได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

หากสกอตแลนด์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ เชื่อว่าทริปฮันนีมูนของ ณเดชน์–ญาญ่า ยังมีอีกหลายเดสติเนชั่นน่าจับตาให้แฟนๆ ได้ตามรอยกันต่อ ส่วนปลายทางถัดไปของคู่รักข้าวใหม่ปลามันจะเป็นที่ไหนโว้กจะไม่พลาดนำมาอัปเดตให้ได้ติดตามอย่างแน่นอน

 

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'เบื้องหลังชุดเจ้าสาวของ 'ญาญ่า-อุรัสยา' จากแบรนด์ไทย Meshmuseum ในงานแต่งที่กรุงเทพฯ' ได้ที่นี่)