เสน่ห์ของ Mirror Selfie หรือการถ่ายรูปหน้ากระจก อยู่ตรงที่เราสามารถมองเห็นทั้งลุคการแต่งตัวและท่าทางของตัวเองไปพร้อมกัน จะขยับองศา ทดลองแสง หรือเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอมุมที่ถูกใจก็ได้ แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูปหน้ากระจกบ้างแล้วยังเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะวางแขนขาไว้ตรงไหนดี วันนี้โว้กได้รวบรวมไอเดียมาให้ตั้งแต่มุมกล้อง การจัดเฟรม ไปจนถึงท่าโพส พร้อมเปลี่ยนกระจกบานเดิมให้กลายเป็นมุมถ่ายรูปที่มีภาพไว้ลงโซเชียลได้อีกหนำใจ
ถอยออกมาหน่อย ให้กระจกช่วยจัดเฟรม
ถ้ามีกระจกเต็มตัวทรงสวย อย่าเพิ่งรีบเดินเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ลองถอยออกมาประมาณ 2-3 ก้าว เพื่อเก็บทั้งกรอบกระจก ชุดที่ใส่ และบรรยากาศห้องเอาไว้ในภาพเดียวกัน จากนั้นทิ้งน้ำหนักลงที่ขาข้างหนึ่ง ถือโทรศัพท์ระดับใบหน้า และหากระเป๋ามาถือไว้สักใบ มือจะได้ไม่ลอยจนทำตัวไม่ถูก สำหรับห้องหรือคอนโดที่มีพื้นที่ไม่มาก แค่เก็บของด้านหลังให้เรียบร้อยแล้วหันกระจกเข้าหาแสงจากหน้าต่าง ก็ช่วยให้ภาพดูโปร่งและถ่ายง่ายขึ้น
เปลี่ยนมุมกระจกในร้านให้เป็นฉากถ่ายรูป
จังหวะที่กำลังเดินช้อปปิ้งแล้วเจอกระจกเต็มตัวในห้องลองหรือมุมจัดแสดงของร้าน อย่าปล่อยให้โอกาสได้รูปใหม่หลุดมือ โดยเฉพาะกระจกที่มีไฟล้อมกรอบแบบในภาพ ซึ่งช่วยขับทั้งรูปร่างและชุดที่ใส่ให้เด่นขึ้น เพียงยืนกลางเฟรม เอียงสะโพกเล็กน้อย แล้วปล่อยให้เส้นไฟและชั้นวางสองข้างนำสายตาเข้าหาตัว ภาพที่ได้จะมีบรรยากาศเหมือนแฟชั่นสแนปช็อตระหว่างวัน แถมยังเก็บลุคไปช้อปปิ้งวันนั้นไว้ได้พอดี
บิดเอวเล็กน้อย แล้วหาอะไรให้มือเกาะ
ใครยืนตรงแล้วรู้สึกว่าร่างกายแข็งเป็นไม้บรรทัด ลองหันตัวเฉียง ดันสะโพกไปด้านหนึ่ง แล้วเอนช่วงบนกลับมาอีกทางเล็กน้อย เส้นของร่างกายจะดูโค้งและมีจังหวะขึ้น ส่วนมือที่ไม่รู้จะวางตรงไหน ให้แตะพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะไว้เบาๆ ได้เลย แนะนำให้ถือโทรศัพท์ระดับใบหน้าหรือหน้าอก ไม่กดกล้องลงต่ำเกินไป เพราะอาจทำให้สัดส่วนช่วงล่างดูใหญ่กว่าความเป็นจริง และอย่าลืมเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง จะได้โพสเต็มที่โดยไม่ต้องลุ้นว่าเก้าอี้จะล้ม
เล่นกับกระจกซ้อนกระจก ให้ภาพมีมิติขึ้น
ถ้าเจอมุมที่กระจกสองบานสะท้อนเข้าหากัน อย่าเพิ่งเดินผ่าน เพราะภาพที่ซ้ำต่อกันด้านหลังสามารถเปลี่ยนฉากธรรมดาให้ดูสนุกขึ้นได้ทันที ลองยืนเยื้องจากกึ่งกลางเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้แนวกระจกทอดยาวเข้าไปในภาพ จากนั้นยกโทรศัพท์เหนือระดับสายตานิดหนึ่ง เอียงสะโพก และวางมืออีกข้างไว้แถวต้นขา จะช่วยให้ท่าโพสดูมีจังหวะขึ้น ก่อนกดถ่ายอย่าลืมมองภาพสะท้อนด้านหลังสักรอบ เพราะกระจกหลายบานอาจเก็บทุกอย่างเข้ากล้องเก่งกว่าที่เราคิด
เปลี่ยนโทรศัพท์เป็นกล้องคอมแพ็กต์
Mirror Selfie ไม่จำเป็นต้องถ่ายด้วยโทรศัพท์เสมอไป ลองหยิบกล้องดิจิทัลคอมแพ็กต์ขึ้นมาถือระดับสายตา แล้วหันลำตัวเข้าหากระจกเพียงด้านเดียว ภาพจะได้มุมเฉียงที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการยืนตรงๆ ส่วนมืออีกข้างจะกอดของชิ้นใหญ่ ถือกระเป๋า หรือสอดไว้ใต้แขนแบบในภาพก็ได้ นอกจากช่วยแก้ปัญหามือว่างแล้ว ยังบอกเล่าได้ด้วยว่ากำลังจะไปไหนหรือทำอะไร ที่สำคัญควรปิดแฟลชก่อนถ่าย เพราะแสงที่สะท้อนกลับจากกระจกอาจสว่างจนบดบังภาพได้
ซูมใบหน้าผ่านกระจกบังแดดในรถ
กระจกบานเล็กบนแผงบังแดดเหมาะกับการถ่ายภาพระยะใกล้ เพราะกรอบแนวนอนจะตัดภาพให้เหลือเฉพาะใบหน้า แว่นกันแดด และเครื่องประดับ ลองขยับใบหน้าเข้าใกล้กระจก ปล่อยปอยผมลงมาบ้าง แล้ววางโทรศัพท์ไว้ริมเฟรมแทนการถือบังตรงกลาง แสงธรรมชาติที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างรถจะช่วยให้ผิวและรายละเอียดต่างๆ ดูชัดขึ้น ที่สำคัญควรถ่ายเฉพาะตอนรถจอดสนิทเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย
ให้มุมโปรดในบ้านเป็นฉากหลังของลุควันนี้
Mirror Selfie แบบนี้ไม่ได้เห็นแค่เสื้อผ้าว่าแต่งตัวสไตล์ไหน เพราะโซฟา โคมไฟ พรม ต้นไม้ ไปจนถึงคู่สีที่เลือกใช้ภายในห้อง ล้วนสะท้อนรสนิยมออกมาพร้อมกัน ยิ่งกระจกบานใหญ่เก็บภาพได้ทั้งตัวและพื้นที่โดยรอบ ภาพหนึ่งใบจึงทำหน้าที่คล้ายภาพพอร์ตเทรตของเจ้าของบ้าน โดยมีลุคประจำวันอยู่ด้านหน้าและโลกส่วนตัวของเราเป็นฉากหลัง





