แม้เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อในปัจจุบัน แต่ครั้งหนึ่งงาน Met Gala เคยเป็นเพียงงานเลี้ยงอาหารค่ำของสังคมชั้นสูง และไม่ได้มีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่นใดๆ จนกระทั่งปี 1995 เมื่อ 'Anna Wintour' ได้เข้ามาดูแลงานนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนงาน Costume Institute Ball ให้กลายเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้ตั้งตารอคอยมากที่สุด แต่รู้หรือไม่...? ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานของแอนนา วินทัวร์ ไปสู่จุดสูงสุดคือ 'Princess Diana' โดย อดีตบรรณาธิการในโว้ก 'Filipa Fino' เผยว่า ไดอาน่าอดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์เป็นแรงบันดาลใจ และเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอนนายกระดับงาน Met Gala ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อทำให้มัน 'คู่ควรกับเจ้าหญิง' แม้ว่าเธอจะมีโอกาสเข้าร่วมงาน Met Gala เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1996 แต่เพียงค่ำคืนเดียวก็มากพอ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการแฟชั่นไปตลอดกาล...
1 / 1
Princess of Wales at Costume Institute Gala at Metropolitan Museum of Art for a benefit ball. (Photo By: Richard Corkery/NY Daily News via Getty Images)
เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Met Gala มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวของสองผู้นำสื่อแฟชั่นอย่าง 'Anna Wintour' และ 'Liz Tilberis' อ้างอิงจากบทสัมภาณ์ของ 'Filipa Fino' อดีตผู้อำนวยการอาวุโสด้านเครื่องประดับของโว้ก กับ The Times "แอนนาเชื่อว่าตัวเธอเองควรจะเป็นคนที่ได้เดินเข้างานร่วมกับไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน" แต่ทว่าผู้ที่เกลี้ยกล่อม 'เจ้าหญิงของประชาชน' ให้มาร่วมงาน และขึ้นปกได้สำเร็จกลับเป็น 'ลิซ ทิลเบอริส'
ปากคำจากอดีตผู้อำนวยการอาวุโสด้านเครื่องประดับของโว้ก 'Filipa Fino' เธอกล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ทำให้แอนนา เริ่ม 'หมกมุ่น' กับงาน Met Gala โดยเฉพาะหลังจากที่เจ้าหญิงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในปี 1997 ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ต้อนรับไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในฐานะเจ้าภาพอีกเลย และความคิดที่ว่า Met Gala ควรจะเป็นอย่างไรเพื่อให้คู่ควรกับเจ้าหญิง จึงกลายเป็นสิ่งขับเคลื่อนความสำเร็จของเธอมาจนถึงปัจจุบัน
ย้อนไปในคืนเดือนธันวาคมปี 1996 เพียงสี่เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการหย่าร้างกับเจ้าชายชาร์ลส์ ไดอาน่าอดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ปรากฏตัวในฐานะ 'The Belle of the Ball' หรือดาวเด่นของงาน ด้วยชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ตกแต่งด้วยลูกไม้สีดำ มูลค่ากว่า 10,000 ปอนด์ ซึ่งเธอถือเป็นบุคคลแรก ที่ได้สวมชุดราตรีโดย 'John Galliano' ผู้กุมบังเหียนคนใหม่ของ Dior ในขณะนั้น เจ้าของฉายา 'Enfant Terrible' จากการเปิดตัวโชว์โอตกูตูร์ครั้งแรก
โดยจอห์น กัลลิอาโน เปิดเผยในภายหลังว่า ไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์เลือกที่จะถอดโครงดันทรงด้านในออก เพื่อให้ชุดมีความพริ้วไหว และสะท้อนถึงความรู้สึก 'เป็นอิสระ' พร้อมกับเสื้อคลุมผ้ากำมะหยี่ และกระเป๋า Lady Dior ซึ่งเดิมชื่อ 'Chouchou' ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ รวมถึงสร้อยคอโชกเกอร์ไพลินประดับมุก ต่างหูไพลินล้อมเพชร และแน่นอนว่ารวมถึงแหวนหมั้นไพลินล้อมเพชรอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ
บรรยากาศในงานเลี้ยงคืนนั้น ไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้ร่วมโต๊ะกับ 'Liz Tilberis' และ 'John Galliano' ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติระดับโลก อาทิ 'Calvin Klein' , 'Christian Lacroix' , 'Linda Evangelista' และ 'Naomi Campbell' ทว่าเธอกลับเลือกที่จะปลีกตัวออกไปก่อนเที่ยงคืน (ราวกับซินเดอเรลล่า) ก่อนที่การเต้นรำจะเริ่มขึ้น แม้ผู้ร่วมงานบางส่วนจะรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้เห็นพระองค์ร่วมเต้นรำ แต่ 'Bianca Jagger' หนึ่งในแขกคนสำคัญได้ยืนยันกับว่าเธอมีความสุข และดูวิเศษมากในค่ำคืนอันทรงเกียรตินั้น
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Met Gala ได้ที่ (9 เรื่องควรรู้! ก่อนดู The Met Gala 2026)





