Vogue Thailand

FASHION

VOGUE SCOOP | เจ้าหญิงไดอาน่า กับจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Met Gala ต้อง 'คู่ควรกับเจ้าหญิง'

เบื้องหลังงาน Met Gala ที่ 'Anna Wintour' ทุ่มเทสุดตัว เพื่อพิสูจน์เจ้าหญิงไดอาน่า

04 พฤษภาคม 2569

     แม้เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อในปัจจุบัน แต่ครั้งหนึ่งงาน Met Gala เคยเป็นเพียงงานเลี้ยงอาหารค่ำของสังคมชั้นสูง และไม่ได้มีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่นใดๆ จนกระทั่งปี 1995 เมื่อ 'Anna Wintour' ได้เข้ามาดูแลงานนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนงาน Costume Institute Ball ให้กลายเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้ตั้งตารอคอยมากที่สุด แต่รู้หรือไม่...? ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานของแอนนา วินทัวร์ ไปสู่จุดสูงสุดคือ 'Princess Diana' โดย อดีตบรรณาธิการในโว้ก 'Filipa Fino' เผยว่า ไดอาน่าอดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์เป็นแรงบันดาลใจ และเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอนนายกระดับงาน Met Gala ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อทำให้มัน 'คู่ควรกับเจ้าหญิง' แม้ว่าเธอจะมีโอกาสเข้าร่วมงาน Met Gala เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1996 แต่เพียงค่ำคืนเดียวก็มากพอ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการแฟชั่นไปตลอดกาล...

     เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Met Gala มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวของสองผู้นำสื่อแฟชั่นอย่าง 'Anna Wintour' และ 'Liz Tilberis' อ้างอิงจากบทสัมภาณ์ของ 'Filipa Fino' อดีตผู้อำนวยการอาวุโสด้านเครื่องประดับของโว้ก กับ The Times "แอนนาเชื่อว่าตัวเธอเองควรจะเป็นคนที่ได้เดินเข้างานร่วมกับไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน" แต่ทว่าผู้ที่เกลี้ยกล่อม 'เจ้าหญิงของประชาชน' ให้มาร่วมงาน และขึ้นปกได้สำเร็จกลับเป็น 'ลิซ ทิลเบอริส' 

     ปากคำจากอดีตผู้อำนวยการอาวุโสด้านเครื่องประดับของโว้ก 'Filipa Fino' เธอกล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ทำให้แอนนา เริ่ม 'หมกมุ่น' กับงาน Met Gala โดยเฉพาะหลังจากที่เจ้าหญิงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในปี 1997 ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ต้อนรับไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในฐานะเจ้าภาพอีกเลย และความคิดที่ว่า Met Gala ควรจะเป็นอย่างไรเพื่อให้คู่ควรกับเจ้าหญิง จึงกลายเป็นสิ่งขับเคลื่อนความสำเร็จของเธอมาจนถึงปัจจุบัน

     ย้อนไปในคืนเดือนธันวาคมปี 1996 เพียงสี่เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการหย่าร้างกับเจ้าชายชาร์ลส์ ไดอาน่าอดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ปรากฏตัวในฐานะ 'The Belle of the Ball' หรือดาวเด่นของงาน ด้วยชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ตกแต่งด้วยลูกไม้สีดำ มูลค่ากว่า 10,000 ปอนด์ ซึ่งเธอถือเป็นบุคคลแรก ที่ได้สวมชุดราตรีโดย 'John Galliano' ผู้กุมบังเหียนคนใหม่ของ Dior ในขณะนั้น เจ้าของฉายา 'Enfant Terrible' จากการเปิดตัวโชว์โอตกูตูร์ครั้งแรก

     โดยจอห์น กัลลิอาโน เปิดเผยในภายหลังว่า ไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์เลือกที่จะถอดโครงดันทรงด้านในออก เพื่อให้ชุดมีความพริ้วไหว และสะท้อนถึงความรู้สึก 'เป็นอิสระ' พร้อมกับเสื้อคลุมผ้ากำมะหยี่ และกระเป๋า Lady Dior ซึ่งเดิมชื่อ 'Chouchou' ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ รวมถึงสร้อยคอโชกเกอร์ไพลินประดับมุก ต่างหูไพลินล้อมเพชร และแน่นอนว่ารวมถึงแหวนหมั้นไพลินล้อมเพชรอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

     บรรยากาศในงานเลี้ยงคืนนั้น ไดอาน่า อดีตเจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้ร่วมโต๊ะกับ 'Liz Tilberis' และ 'John Galliano' ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติระดับโลก อาทิ 'Calvin Klein' , 'Christian Lacroix' , 'Linda Evangelista' และ 'Naomi Campbell' ทว่าเธอกลับเลือกที่จะปลีกตัวออกไปก่อนเที่ยงคืน (ราวกับซินเดอเรลล่า) ก่อนที่การเต้นรำจะเริ่มขึ้น แม้ผู้ร่วมงานบางส่วนจะรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้เห็นพระองค์ร่วมเต้นรำ แต่ 'Bianca Jagger' หนึ่งในแขกคนสำคัญได้ยืนยันกับว่าเธอมีความสุข และดูวิเศษมากในค่ำคืนอันทรงเกียรตินั้น

 

อ้างอิง: How Princess Diana Reportedly Motivated Anna Wintour to Take the Met Gala to the Next Level and Make It “Worthy of a Princess”

Anna Wintour took the Met Gala from society dinner to fashion's biggest event of the year... Now a former Vogue employee reveals the royal motivation behind it all

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Met Gala ได้ที่ (9 เรื่องควรรู้! ก่อนดู The Met Gala 2026)

ภาพ : Getty Images