ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2021 ที่ผ่านมาได้การเผยแพร่ข่าวจาก Bloomberg โดยแหล่งข่าวจากภายในของ Chanel เกี่ยวกับการปรับราคากระเป๋าชาเนลขึ้น อันเนื่องจากค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของบริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนอย่าง Jefferies Group ที่คาดว่ากระเป๋ารุ่นไอคอนิก Chanel Small ClassicFflap ที่อาจจะปรับราคาจากปี 2021 ขึ้นอีกกว่า 60% ในปี 2022

Chanel Classic Flap / ภาพ: Racked
นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มมูลค่าของสินค้าในกลุ่มแบรนด์เนมโดยสอดคล้องกับหลักกลไกทางการตลาดที่ว่ายิ่งความต้องการในท้องตลาดมากเพียงใด ราคาของสินค้านั้นก็จะเพิ่มสูงขึ้นดังเงาติดตามตัว การลงทุนในสินค้าแบรนด์เนมจึงกลายมาเป็นเทรนด์การลงทุนใหม่ที่ได้รับความนิยมเพราะผู้ลงทุนจะได้ความคุ้มค่าทั้งจากสินค้าที่สามารถนำมาใช้ก่อนได้ และยังสามารถขายต่อในราคาที่เทียบเท่ากับราคาซื้อ หรืออาจจะทำกำไรได้ด้วย แต่ไม่ใช่กับสินค้าแบรนด์เนมทุกชิ้นที่จะสามารถซื้อเพื่อเก็งกำไรได้ ดังนั้นนี่คือ 4 สิ่งคุณควรต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนกับสินค้าแบรนด์เนมสักชิ้น

1. เทรนด์เป็นสิ่งสำคัญ
แฟชั่นคือวังวนนี่คือความจริงอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเทรนด์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรแต่การเปลี่ยนแปลงนั้นคือวัฏจักร สิ่งที่เคยเป็นของเก่าเก็บอาจจะกลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเมื่อกาลเวลาผ่านไป ดังนั้นหากคุณคิดจะลงทุนกับสินค้าแบรนด์เนม หรือมีสินค้าแบรนด์เนมอยู่ที่เก็บอยู่แล้ว หากต้องการจะเก็งกำไรจากของชิ้นนั้นให้ได้อย่างคุ้มค่าก็ควรจะมองดูเทรนด์ในปัจจุบันว่าว่าสิ่งใดกำลังเป็นที่นิยม แล้วจึงเลือกขายสินค้านั้นๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

2. ชิ้นไอคอนิกทำกำไรได้เสมอ
ในวงการผู้ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมจะรู้กันดีว่าชิ้นใดที่เป็นไอคอนิกและได้รับความนิยมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นไอคอนิกที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัด หรือผลิตมาด้วยความพิเศษอย่างเช่น การใช้หนังสัตว์พิเศษ หรือการผลิตขึ้นในวาระสำคัญต่างๆ ก็จะยิ่งเป็นชิ้นที่หายาก และราคาสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี บางชิ้นสามารถทำกำไรจากราคาตั้งต้นได้มากกว่า 3-4 เท่าตัว ดังนั้นหากคุณตัดสินใจที่จะเริ่มซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพื่อเก็งกำไรแล้ว ชิ้นไอคอนิกน่าจะเป็นตัวเลือกหลักที่คุ้มค่าการลงทุน

3. ใส่ใจการดูแลรักษา
ถึงแม้ผู้ที่ซื้อสินค้าแบรนด์เนมในแวดวงมือสองจะทราบดีว่าสินค้าที่ตนจะได้รับนั้นผ่านการใช้งานมาก่อน แต่คงจะไม่ใช่เรื่องดีนักถ้าหากสินค้าที่จะขายต่ออยู่ในสภาพที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ ดังนั้นการดูแลรักษาสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถ้าหากต้องการขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองของตนเองให้เท่าทุน หรือได้กำไรกว่าที่ซื้อมา

4. ซื้อมาเก็บก็ไม่คุ้ม
ความคุ้มค่าสำหรับการขายทอดสินค้าแบรนด์เนมเป็นมือสองนั้นอาจไม่ได้พิจารณาเพียงแค่กำไรที่เป็นตัวเงินเพียงเท่านั้น แต่เมื่อคุณเลือกซื้อสินค้านั้นๆ มาครอบครองแล้วก็ควรหาโอกาสใช้งานสิ่งนั้นจนพอใจ โดยรักษาสภาพให้ยังดูสวยงามมากพอที่จะขายต่อในรูปแบบสินค้ามือสองก็อาจจะเป็นความคุ้มค่าทั้งในฐานะผู้ใช้งานจริง และในฐานะผู้ขายด้วย
สินค้าแบรนด์เนมในมุมหนึ่งอาจจะดูเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น แต่อีกด้านคือโอกาสในการลงทุนที่ดีทางหนึ่ง เมื่อเทียบกับการเก็บออมเงินไว้เพื่อแลกกับดอกเบี้ยเงินฝากที่ไม่มากนัก หรือการลงทุนอื่นที่อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่อย่าลืมใช้หลักการพิจารณาข้างต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน และไม่ใช้จำนวนเงินมากจนเกินกำลัง เพื่อลดปัญหาที่อาจตามมาภายหลังได้


