LISA - SaWaDika Official Music Video

LIFESTYLE

VOGUE SCOOP | แกะรอยพิกัดและวัฒนธรรมไทย ใน 'SaWaDiKa' เพลงใหม่ล่าสุดของ 'LISA'

ตามรอย 5 สถานที่ 'SaWaDiKa' พร้อมส่องความเป็นไทยที่ 'LISA' ถ่ายทอดผ่านมิวสิกวิดีโอ

05 กันยายน 2569

     หลังจากเคยพาถนนเยาวราชกลายเป็นฉากสำคัญของ 'ROCKSTAR' จนภาพของกรุงเทพฯ ถูกส่งต่อไปทั่วโลก มาในซิงเกิ้ลล่าสุด 'SaWaDiKa' โดย 'LISA' หรือ 'ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล' ก็กลับมาหยิบเสน่ห์และกลิ่นอายของกรุงเทพฯ มาเป็นส่วนสำคัญของผลงานอีกครั้ง โดยครั้งนี้ขยับออกจากแสงนีออนของเยาวราช แล้วพาเราไปสำรวจอีกหลายมุมของเมือง ผ่านสถานที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ชุมชนเก่าแก่ ไปจนถึงพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย

     เพลง 'SaWaDiKa' เป็นพรีรีลีสซิงเกิ้ลจาก EP 'PRESS PLAY' ที่มีกำหนดปล่อยในวันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยนอกจากชื่อเพลงที่หยิบคำทักทายภาษาไทยอย่าง "สวัสดีค่ะ" แล้ว มิวสิกวิดีโอยังเต็มไปด้วย ภาพจำความเป็นไทยที่โลกคุ้นเคย ตั้งแต่มวยไทย ว่าวจุฬา การไหว้ รถตุ๊กตุ๊ก ไปจนถึงสถานที่จริงทั่วกรุงเทพฯ แต่ความน่าสนใจนอกจากการรวบรวมสัญลักษณ์เหล่านี้มาไว้ด้วยกัน ลิซ่ายังหยิบยกวัฒนธรรมไทยมาตีความและนำเสนอใหม่ ผ่านแฟชั่น ท่าเต้น และภาษาภาพร่วมสมัยในแบบของตัวเอง เช่นเดียวกับคำว่า "สวัสดีค่ะ" ที่ถูกพลิกมาเป็น 'SaWaDiKa' ผู้เขียนจึงขอชวนผู้อ่านไปตามรอย 5 พิกัด ที่ปรากฏใน 'SaWaDiKa' พร้อมแกะรายละเอียดความเป็นไทยตลอดทั้ง MV

 

ตามรอย 5 พิกัดกรุงเทพฯ ใน 'SaWaDiKa'

1. สถานีรถไฟหัวลำโพง

Article

สถานีรถไฟหัวลำโพง - LISA - SaWaDika Official Music Video

     หากเยาวราชคือหนึ่งในภาพจำสำคัญของ 'ROCKSTAR' สำหรับ 'SaWaDiKa' หนึ่งในสถานที่ที่รับบทเด่นคงหนีไม่พ้น สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง  ซึ่งถูกใช้เป็นฉากของลิซ่าในบอดี้สูทสีแดง ที่นำรายละเอียดจากกางเกงมวยไทยมาตีความใหม่ ทำให้สถาปัตยกรรมอันคุ้นตาของหัวลำโพง ถูกวางเคียงกับแฟชั่นและรายละเอียดทางวัฒนธรรมไทยในภาพเดียวกัน

     หัวลำโพงถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก ที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน โดยสถานีเปิดใช้งานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2459 และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่เชื่อมเมืองหลวงเข้ากับภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ นอกเหนือจากบทบาทด้านการคมนาคม สถาปัตยกรรมของตัวอาคารและโถงสถานียังทำให้หัวลำโพงกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของกรุงเทพฯ และได้รับการนำมาใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานถ่ายภาพ ศิลปะ และแฟชั่นอยู่เสมอ การปรากฏใน 'SaWaDiKa' จึงเป็นอีกครั้งที่สถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ถูกนำมาเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมร่วมสมัย

2. ซอยงามดูพลี

Article

ซอยงามดูพลี - LISA - SaWaDika Official Music Video

     หนึ่งในฉากที่โดดเด่นของ 'SaWaDiKa' คือการเนรมิตพื้นที่กลางเมืองให้กลายเป็น เวทีมวย รายล้อมด้วยเหล่านักมวยและผู้คน โดยมีว่าวจุฬาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางฉาก โดยเบื้องหลังซีนดังกล่าวคือ 'ซอยงามดูพลี' อีกหนึ่งย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ถูกนำมาเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของมิวสิกวิดีโอ

     ก่อนจะกลายมาเป็นฉากของ 'SaWaDiKa' ซอยงามดูพลีเองก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะครั้งหนึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทางชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยเกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร และสถานบันเทิง จนมักถูกกล่าวถึงว่าเคยมีบทบาทคล้ายกับถนนข้าวสารในเวลาต่อมา ทำให้งามดูพลีเป็นหนึ่งในย่านที่สะท้อนประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ

3. ซอยเฉลิมเขต 1

Article

ถนนเฉลิมเขต 1 - LISA - SaWaDika Official Music Video

     อีกหนึ่งซีนที่สะดุดตาใน 'SaWaDiKa' คือซีนของเหล่านักเต้นที่เคลื่อนไหวอยู่หลังฉาก จนเกิดเป็นซิลูเอตที่เมื่อมองผ่านๆ ชวนให้นึกถึงการร่ายรำ และหนังตะลุง โดยเบื้องหลังซีนดังกล่าวคือ 'ซอยเฉลิมเขต 1'  ซึ่งถูกเลือกมาเป็นอีกหนึ่งพิกัดสำหรับการถ่ายทำ MV และทำให้พื้นที่เก่าแก่แห่งนี้ กลับมาอยู่ในสายตาผู้ชมอีกครั้ง

     ความน่าสนใจของพิกัดนี้ยังอยู่ที่เรื่องราวในอดีต เพราะบริเวณซอยเฉลิมเขต 1 เคยเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์เฉลิมเขต​1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ และความบันเทิงของคนเมือง ในยุคที่โรงภาพยนตร์แบบสแตนด์อโลนยังมีบทบาทสำคัญอยู่ ก่อนที่รูปแบบการชมภาพยนตร์ และภูมิทัศน์ของย่านจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อนำประวัติของพื้นที่กลับมามองคู่กับ 'SaWaDiKa' ก็เกิดเป็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เพราะสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยผูกพันกับโลกของภาพยนตร์และมหรสพ ถูกนำกลับมาใช้เป็นพื้นที่สำหรับการแสดงอีกครั้ง เพียงเปลี่ยนจากจอภาพยนตร์ในอดีต มาเป็นภาพซิลูเอตในมิวสิกวิดีโอร่วมสมัย

4. ถนนรองเมือง

Article

ถนนรองเมือง - LISA - SaWaDika Official Music Video

     ถนนรองเมืองปรากฏใน 'SaWaDiKa' ผ่านซีนที่ลิซ่ามาในลุคสีแดงร่วมกับเหล่าแดนเซอร์ ก่อนโชว์ท่าเต้นที่มีการประนมมือ คล้ายกับการไหว้มาตีความเป็นส่วนหนึ่งของท่าเต้นสมัยใหม่ โดยสำหรับ 'ถนนรองเมือง' ถือเป็นส่วนหนึ่งของย่านเศรษฐกิจ และชุมชนเก่าแก่บริเวณใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเติบโตควบคู่มากับการเดินทาง และความคึกคักของพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟมาอย่างยาวนาน ภายในละแวกนี้ยังคงพบเห็นร่องรอยของกรุงเทพฯ ในอดีตผ่านอาคารเก่า ร้านค้า และชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงของเมืองมาจนถึงปัจจุบัน การเลือกถนนรองเมืองจึงเป็นการพาอีกหนึ่งย่านที่อาจไม่ใช่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวกระแสหลัก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาพกรุงเทพฯ ใน 'SaWaDiKa'

5. Dib Bangkok

Article

Dib Bangkok - LISA - SaWaDika Official Music Video

     หากหัวลำโพงพา 'SaWaDiKa' ไปพบกับกรุงเทพฯ ในหน้าประวัติศาสตร์ Dib Bangkok ก็พาเราไปยังอีกด้านของเมือง ผ่านพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกใช้เป็นหนึ่งในฉากแรก ๆ ของมิวสิกวิดีโอ เมื่อลิซ่าปรากฏตัวในลุคขนนกสีดำท่ามกลางพื้นที่ภายใน ก่อนที่ MV จะพาออกไปพบกับพิกัดอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ

     ในแง่ของบริบททางวัฒนธรรม Dib Bangkok ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของวงการศิลปะในกรุงเทพฯ ในฐานะพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่นำอาคารโกดังเก่ามาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานของศิลปินไทยและนานาชาติ การเลือก Dib Bangkok มาอยู่ร่วมกับหัวลำโพง ถนนรองเมือง และย่านเก่าอื่นๆ ใน MV นอกจากจะช่วยขยายภาพของกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมมากกว่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์ความเป็นไทยที่คุ้นเคยแล้ว ยังรวมไปถึง กรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่มีพื้นที่ทางศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัยที่กำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน

LISA - SaWaDika Official Music Video

จาก 'สวัสดีค่ะ' สู่ 'SaWaDiKa' กับการหยิบความเป็นไทยมาเล่าใหม

     แม้ชื่อ 'SaWaDiKa' จะฟังดูเหมือนคำว่า "สวัสดีค่ะ" ที่คนไทยคุ้นเคย แต่รูปคำและน้ำเสียงกลับชวนให้นึกถึงวิธีที่ชาวต่างชาติ มักออกเสียงคำทักทายภาษาไทยผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย และตรงนี้เองที่ทำให้ชื่อเพลงมีเสน่ห์ เพราะมันเล่นอยู่ระหว่าง ภาพจำของประเทศไทยในสายตาคนนอก กับวิธีที่ลิซ่านำภาพจำเหล่านั้นกลับมาตีความในแบบของตัวเอง

     ซึ่งแทนที่จะหลีกหนีภาพจำ ที่ถูกผูกเข้ากับความเป็นไทย มิวสิกวิดีโอกลับหยิบสิ่งเหล่านั้นออกมาอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การไหว้ มวยไทย รถตุ๊กตุ๊ก ว่าวจุฬา ไปจนถึงภาษาภาพที่ชวนให้นึกถึงมหรสพไทย แล้วนำมารื้อและประกอบใหม่ผ่านแฟชั่น ท่าเต้น และงานภาพร่วมสมัย จนสิ่งที่คุ้นตากลายเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของความเป็นไทย ที่มีลายเซ็นของลิซ่าชัดเจน

  • หนังตะลุง

     หนึ่งในซีนที่เห็นวิธีการตีความนี้ได้ชัดคือ ฉากที่ลิซ่าและเหล่าแดนเซอร์อยู่ในตำแหน่งที่ตัดกับแสงสว่างจากด้านหลัง จนร่างของนักเต้นกลายเป็นภาพซิลูเอตเด่นชัด แม้ไม่ได้อ้างอิงหนังตะลุงแบบตรงตัว แต่ภาษาภาพของฉากกลับชวนให้นึกถึง 'หนังตะลุง' ศิลปะการแสดงเงาของภาคใต้ ที่ใช้แสงส่องจากด้านหลังให้เงาของตัวหนังปรากฏบนจอ ยิ่งเมื่อนำไปถ่ายในพื้นที่ซึ่งเคยเกี่ยวพันกับโรงภาพยนตร์ ก็ยิ่งทำให้ซีนนี้มีชั้นของ 'การแสดง' ซ้อนกันหลายระดับ

  • สังเวียนมวยไทย

     'มวยไทย' ปรากฏอยู่หลายส่วนของ 'SaWaDiKa' ตั้งแต่เวทีมวยกลางซอยงามดูพลี เหล่านักมวย ไปจนถึงเครื่องแต่งกายของลิซ่า โดยเฉพาะการหยิบ กางเกงมวยไทยและรายละเอียดจากชุดนักมวย มาปรับสัดส่วนและออกแบบใหม่ ให้กลายเป็นแฟชั่นที่ไม่จำเป็นต้องสวมเพื่อขึ้นชก ทำให้สิ่งที่เคยผูกอยู่กับสังเวียนถูกขยับเข้าสู่โลกของแฟชั่น และป๊อปคัลเจอร์ โดยยังรักษาภาพจำของมวยไทยเอาไว้อย่างชัดเจน

  • การไหว้ก็เป็นท่าเต้นได้

     อีกหนึ่งรายละเอียดที่เชื่อมกลับไปยังชื่อเพลงโดยตรงคือ 'การไหว้' ท่าทางที่ใช้ทั้งในการทักทาย แสดงความเคารพ ขอบคุณ และกล่าวลาในสังคมไทย ซึ่งถูกหยิบมาใช้ผ่านการประนมมือของลิซ่า และเหล่าแดนเซอร์ในหลายจังหวะ เปลี่ยนท่าทางที่คนไทยใช้ในการทักทาย และแสดงความเคารพในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นภาษาการเคลื่อนไหวร่วมสมัย ที่ทำงานไปพร้อมกับจังหวะของเพลง

  • ว่าวจุฬา อาจจะเป็นแฟชั่นไอเทมใหม่

     กลางเวทีมวยยังปรากฏ 'ว่าวจุฬา' ว่าวไทยรูปทรงห้าแฉก ที่มีประวัติผูกพันกับการละเล่น และการแข่งขันว่าวของไทย โดยแทนที่จะใช้เป็นเพียงฉากประดับ 'SaWaDiKa' กลับขยายว่าวให้มีขนาดใหญ่ ก่อนให้ลิซ่าปล่อยหมัดต่อยทะลุ เปลี่ยนวัตถุจากการละเล่นแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในภาพเด่นของมิวสิกวิดีโอ 

  • ตุ๊กตุ๊ก ภาพจำกรุงเทพฯ ที่โลกคุ้นเคย

     ปิดท้ายด้วย 'รถตุ๊กตุ๊ก' ยานพาหนะบนท้องถนน ที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ในสายตานักท่องเที่ยว การหยิบตุ๊กตุ๊กมาใช้จึงยิ่งตอกย้ำวิธีคิดของ 'SaWaDiKa' ที่ไม่ได้หลีกหนีภาพจำของความเป็นไทย แต่เลือกหยิบสิ่งที่โลกคุ้นเคยกลับมาวางในบริบทใหม่ ผ่านแฟชั่น ดนตรี และภาษาภาพในแบบของลิซ่า

     เช่นเดียวกับคำว่า 'สวัสดีค่ะ' ที่ถูกพลิกมาเป็น 'SaWaDiKa' สิ่งที่น่าสนใจของมิวสิกวิดีโอนี้คือการหยิบสิ่งที่เราคุ้นเคย มานำเสนอผ่านสายตาที่ต่างออกไป หาก 'ROCKSTAR' คือการปักหมุดเยาวราชให้โลกจดจำ ครั้งนี้ลิซ่ากลับพาเราลัดเลาะจากสถานีรถไฟเก่าแก่นับร้อยปี ตรอกซอกซอยในชุมชนดั้งเดิม ไปจนถึงพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย พร้อมหยิบภาพจำความเป็นไทยที่โลกคุ้นเคย ทั้งการไหว้ มวยไทย ว่าวจุฬา หนังตะลุง และรถตุ๊กตุ๊ก มาประกอบขึ้นใหม่ผ่านแฟชั่น ท่าเต้น และภาษาภาพในแบบของตัวเอง จนท้ายที่สุด 'SaWaDiKa' ไม่เพียงพาเราไปเห็นกรุงเทพฯ ในอีกมุม แต่ยังชวนให้กลับมามองความเป็นไทยที่คุ้นเคย ด้วยสายตาที่ต่างออกไปอีกครั้ง

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'LISA' ได้ที่ ('SaWaDiKa' ซิงเกิ้ลใหม่จาก 'LISA' กับการนำเสนอภาพความเป็นไทยที่แตกต่าง!)

ภาพ : LISA - SaWaDika Official Music Video / (wearelloud)
เรื่อง : นฤปนาท เหรัญญะ
TAGS : LISA, SaWaDiKa