ลีน่า หมิว ใส่คอลเล็กชั่น CHANEL Cruise 2026-27

CELEBRITY

คุยกับ 'ลีน่า-หมิว' ภาพสะท้อนของนักแสดงหญิงรุ่นใหม่ ที่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกต้องจับตา!

ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ และ หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ สองนักแสดงสาวที่เกิดวันเดียวกัน เรียนที่เดียวกัน และโคจรมาพบกันบนจอ ด้วยความสามารถ และบุคลิกสดใสเปี่ยมพลังทำให้ทั้งคู่โดดเด่นได้อย่างไม่ยาก มากกว่าการเป็นคู่จิ้นของแฟนๆ พวกเธอคือภาพสะท้อนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอยากร่วมงานด้วย

06 พฤศจิกายน 2569

ช่างภาพ : สุดเขต จิ้วพานิช
แฟชั่นไดเร็กเตอร์ : จงกล พลาฤทธิ์
นางแบบ : ลลินา ชูเอ็ทท์ และ ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์
ผู้ช่วยสไตลิสต์: ตะวัน ก้อนแก้ว , กฤษณะ ฉั่วตระกูล, พิพัฒน์ โพธิ์ทอง และ กฤช เตชะภัทรณิชากุล
แต่งหน้า: คชาพร แพรงาม และ หิรัญ บุญการย์วาณิช
ทำผม: หฤษฎ์ ปัญญาอ้าย และ สันติพงศ์ ขวัญเช่ง
โปรดิวเซอร์ : ชุตินันต์ เอี่ยมวิจารณ์ และ ปณิตา โชชัย
อาร์ตไดเร็กเตอร์: วิวาน วรศิริ
ฝ่ายโฆษณา: ปัญจรักษ์ จันทนบุปผา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากความประทับใจของโชว์ Cruise 2026/2027 ของ Chanel ณ เมือง Biarritz สู่แฟชั่นเซตแสนสดใสท่ามกลางบรรยากาศของหัวหิน กับสองนางเอกสาวดาวรุ่ง 'หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์' และ 'ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์'

 

     Vogue: หลังจากที่ทั้งสองได้ร่วมงานกับ Chanel มาหลายครั้ง อะไรคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกับชาเนล

     Lena: งานนี้ฉันจะได้ใส่ชุดอะไรนะ (หัวเราะ)

     Miu: เรารู้สึกว่ากำลังจะได้เจออะไรใหม่ๆ ทั้งน้ำหอมกลิ่นใหม่ จิวเวลรีชิ้นใหม่ หรือเสื้อผ้าดีไซน์ใหม่

     Lena: อย่างคอลเล็กชั่นที่เราใส่ถ่ายปกวันนี้ เรามีโอกาสได้ไปร่วมชมโชว์ที่ปารีสด้วยกัน พอเห็นนางแบบสวมใส่กับตาตัวเองก็ให้อารมณ์แตกต่างจากตอนที่เราได้ใส่จริง ลีน่ารู้สึกว่านี่คือความตื่นเต้นของการได้ลองสิ่งใหม่ๆ และดึงไวบ์ของเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาในแบบของเราเอง เหมือนเราได้ร่วมเดินทางไปกับแบรนด์และออกสำรวจสิ่งใหม่ๆ ไปด้วยกัน

 

     V: อะไรคือสิ่งที่ทั้งสองคนได้เรียนรู้จากการทำงานกับชาเนล

     L: ถ้าพูดในมุมแฟชั่น หนูรู้สึกว่าชาเนลทำให้หนูเห็นตัวเองในหลากหลายเวอร์ชัน เป็นมุมที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ลองหรือไปถึง ชาเนลเปิดโอกาสให้หนูได้เห็นภาพใหม่ๆ ของตัวเอง

     M: จริงค่ะ อะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกับลีน่า ลลินา คุณจะได้เห็นในชาเนล (หัวเราะ) สำหรับหมิว หมิวได้ทำตามความฝันของตัวเอง เพราะคิดถึงการได้ร่วมงานกับชาเนลมานานมากและอยากนำเสนอแบรนด์นี้ พอได้ทำจริงก็รู้สึกว่าความฝันนั้นเติมเต็ม แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้มากกว่านั้นคือการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ทำให้เราเข้าใจดีเอ็นเอและวัฒนธรรมของแบรนด์ในมิติที่ลึกขึ้น ได้รู้จักชาเนลมากกว่าแค่กระเป๋าสวยจังเลย แต่ลงลึกไปถึงประวัติศาสตร์ และรายละเอียดต่างๆ ยิ่งรู้ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ทำให้เราเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่กระเป๋าแบรนด์เนม แต่คือการสร้างเรื่องราวและบุคลิกของแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หมิวอินมาก

     V: อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เรามีความสุขกับการทำงานในแต่ละวัน

     M: สำหรับหมิวคือการได้สนุกและเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ที่เราทำในแต่ละวัน รวมถึงสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ที่เข้ามาในชีวิต อย่างบางครั้งเราแค่ได้กินอะไรอร่อยๆ ได้เจอคนน่ารักๆ หรือมีคนรอบตัวที่ดี แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับหมิวแล้ว

     L: ของหนูน่าจะอยู่ที่จุดประสงค์ของการทำงานในแต่ละงาน เวลาเรามาทำงาน เราต้องรู้ว่าวันนี้เรามาทำอะไร และจุดประสงค์ของงานนี้คืออะไร พอเราเข้าใจตรงนี้ เราจะรู้ว่าอารมณ์ของวันนี้ควรไปในทิศทางไหนและเห็นภาพรวมทั้งหมด เมื่อรู้ภาพรวม เราก็สามารถดึงพลังของตัวเองไปใช้กับงานนั้นได้เต็มที่ งานก็จะออกมาดี และเราก็จะสนุกกับสิ่งที่ทำ

 

     V: ถ้าตัดคำว่านักแสดงออกไป เหลือเพียงความเป็นหมิวกับลีน่า เราจะได้เห็นอะไรจากผู้หญิงสองคนนี้

     M: พวกเราเป็นสองคนที่เคยเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ไม่ได้ทำให้เราเปลี่ยนไป เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่าเราจะเป็นตัวของตัวเอง เพราะคนเราไม่สามารถสร้างภาพได้ทุกวัน หมิวรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นไม่คงอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นแบบนี้และอยากให้คนที่รักเรารักในสิ่งที่เราเป็น

     L: Authenticity เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หนูว่าการเป็นตัวเองอย่างแท้จริงสำคัญมากๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าในฐานะนักแสดงเราก็ต้องเพิ่มทักษะบางอย่างเข้าไป อย่างหนูเป็นคนอินโทรเวิร์ต แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนหลากหลายรูปแบบและพยายามดึงพลังของตัวเองออกมาให้มากขึ้น ถ้าตัดความเป็นนักแสดงออกไป ลีน่าเป็นคนที่ชอบอยู่กับตัวเองมาก ชอบอ่านหนังสือ อยู่กับงานศิลปะ และชอบเสพสิ่งสวยงาม

     V: มีอะไรที่ประทับใจในกันและกันบ้าง

     M: เยอะมากค่ะ ในการทำงานแต่ละวันมีทั้งวันที่ดีและวันที่อาจไม่ได้ดีมาก แต่ก็จะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้เรียนรู้จากกันและกัน พอมองย้อนกลับไปหมิวรู้สึกว่าที่ผ่านมาเรามีแต่เรื่องดีๆ เราสนิทกันและรู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าการมีกันและกันมันดีกว่า หมิวจึงรู้สึกขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้น

     L: รู้สึกว่าการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้ต้องเป็นคนที่เติมเต็มในส่วนที่อีกคนขาด หนูว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์อยู่ด้วยกันไปได้นาน ถ้าเหมือนกันมากเกินไปก็อาจจะดีดออกจากกันได้ แต่ถ้าเป็นการเติมเต็มกันและกันก็จะช่วยส่งเสริมกัน เป็น Duo Energy ลีน่ากับหมิวต้องมาพร้อมกัน

     

     V: ช่วงแรกๆ ที่ร่วมงานกันต้องปรับจูนเข้าหากันบ้างไหม

     M: ช่วงแรกเราสองคนยังใหม่ทั้งคู่ แค่เรียนรู้และค่อยๆ ปรับเข้าหากันมากกว่า

     L: ไม่ได้รู้สึกว่ามันยากขนาดนั้น ระหว่างทางเราค่อยๆ พยายามปรับเข้าหากัน ไม่ได้ถึงขั้นที่ว่าโห ยากจัง ไม่มีค่ะ

 

     V: อยากให้ทั้งสองคนพูดถึงกันและกัน

     L: She loves the sea. She loves to swim. She loves to dive. She loves to do activities.

     M: She loves to read. She loves peace. She loves quietness. She loves grass, nature, museums and art.

     L: She loves Miu. Miu loves Lena. เออ เอ้ย เลิศนะ เห็นไหม บอกแล้ว อันนี้เลิศมาก

 

     V: ความรู้สึกของการขึ้นปกโว้กในครั้งนี้

     M: ดีใจมากค่ะ หมิวเคยได้ขึ้น Digital Cover ครั้งหนึ่ง โว้กเป็นแมกกาซีนที่คุณแม่อ่านมาตลอด หมิวเห็นอยู่ที่บ้านมาสิบปีแล้ว จนวันนี้ได้มาขึ้นปกเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกภูมิใจมากว่าวันนี้หมิวกับพี่ลีน่าได้มาอยู่บนปกโว้กแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย ยิ่งเป็น November Issue ซึ่งตรงกับเดือนเกิดเราสองคนด้วย (ทั้งสองคนเกิดวันเดียวกัน) ก็ยิ่งรู้สึกพิเศษ เหมือนทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ขอบคุณค่ะโว้ก

     L: สั้นๆ นะคะ ใครจะไม่อยากขึ้นปกโว้ก โว้กยิ่งใหญ่และมีพลังมากๆ รู้สึกดีใจที่เราสองคนได้ขึ้นปกโว้กในเดือนเกิดของเรา ฝากพวกเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ