Vogue Thailand

FASHION

VOGUE SCOOP | อะไรคือสิ่งที่ทำให้ดีไซเนอร์มือฉมัง 'John Galliano' ลงมาร่วมสนามฟาสต์แฟชั่น?

สำหรับดีไซเนอร์อย่าง 'John Galliano' ที่อยู่บนจุดสูงสุดมาตลอด ชีวิตในหอคอยงาช้างอาจเริ่มตีบตัน การร่วมมือกับ Zara อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการต่อยอด

18 มีนาคม 2569

     ข่าวการจับมือกันระหว่าง 'John Galliano' ดีไซเนอร์ระดับตำนาน กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากสเปนอย่าง Zara ได้สั่นสะเทือนไปทั่ววงการแฟชั่น ที่ชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามว่า ทำไมดีไซเนอร์ 'มือฉมัง' ถึงยอมลงสนามฟาสต์แฟชั่น? ท่ามกลางเสียงวิจารณ์บนโลกโซเชียลมีเดียว่า นี่คือพัฒนาที่ถดถอย และทำเพื่อเม็ดเงินมหาศาลหรือไม่ (แน่นอนทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยเงิน) ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูล และปัจจัยหลักสำคัญ มาให้ผู้อ่านได้ติดตาม และอัปเดตเรื่องราวนี้ไปพร้อมกันแล้วที่นี่...

     สำหรับดีไซเนอร์ที่อยู่บนจุดสูงสุดมาตลอด ชีวิตในหอคอยงาช้างอาจเริ่มตีบตัน การทำเสื้อผ้าชุดหลายล้านบาทให้คนเพียง 1% ใส่ อาจเป็นสิ่งล้ำค่า แต่การทำให้คน 'ทั้งโลก' ได้สวมใส่ดีไซน์ของเขาคืิอ'เป้าหมาย' ใหม่ที่ Galliano กำลังขวนขวาย และใช้ Zara เป็นกระบอกเสียงขยายผลงานของเขา ให้ผู้คนเข้าถึงง่าย และจับจ่ายได้มากขึ้น ถึงแม้ว่า Luxury House จะมีเงินทุนหนาหู แต่ Zara ก็มีสิ่งที่เหนือกว่าคือ 'Supply Chain' ที่รวดเร็ว และ 'Big Data' มหาศาล ที่พร้อมเนรมิตไอเดียจากกระดาษ สู่หน้าร้านหมื่นสาขาในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ที่ท้าทายสัญชาตญาณดิบของดีไซเนอร์ผู้นี้เป็นอย่างมาก และปฏิเสธไม่ได้ว่า 'เช็กใบใหญ่' คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการร่วมงานในตำแหน่ง Creative Partnership ให้กับ Zara ควบคู่ไปกับการสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคง เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเกษียณจากวงการแฟชั่น หรือการทำแบรนด์ส่วนตัวในอนาคต โดยไม่ต้องแบกความกดดันจากกลุ่มทุนสินค้าหรูในท้องตลาดให้หนักใจ

     ซึ่ง 'John Galliano' ได้นิยามช่วงเวลานี้ว่าเป็น 'Act Three' หลังจากที่เขาพา Maison Margiela พุ่งทะยานด้วยโชว์ Artisanal 2024 ที่กลายเป็นไวรัลระดับโลก เขากลับเลือกก้าวลงจากวงการแฟชั่นชั้นสูง เพื่อมาใช้สัญชาตญาณนำทางอีกครั้ง และทำในสิ่งใหม่ที่เขาไม่เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะการรื้อสร้างจากเสื้อผ้าที่เคย 'ตกรุ่น' หรือค้างสต๊อก จากคลังของ Zara มาประกอบใหม่ด้วยกระบวนการเทียบขั้นโอตกูตูร์

     โดยโปรเจกต์จะเริ่มปล่อยคอลเล็กชั่นแรกในเดือนกันยายน 2026 และสิ่งที่เราต้องจับตามองคือ การก้าวเข้าสู่ชายคา Zara ของ 'John Galliano' ในครั้งนี้ ได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้ผู้คนต้องขบคิดว่า 'ลายเซ็นระดับกูตูร์ ที่ถูกทำให้เจือจางลง เพื่อให้สวมใส่ได้จริง จะยังคงความขลังอยู่หรือไม่?'
     ในขณะที่เหล่าสาวกต่างเฝ้าโหยหาสัมผัสอันวิจิตรของ 'John Galliano' ต้องเผชิญกับภาวะความย้อนแย้ง ระหว่างการเทิดทูนศิลปินที่ตนรัก กับการต้องจำใจสนับสนุน 'ฟาสต์แฟชั่น' ซึ่งถูกตีตราว่าเป็นตัวร้าย ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และกดขี่แรงงานโลกอย่างทารุณ จุดหมายปลายทางของโปรเจกต์นี้จึงเป็นบทพิสูจน์ที่น่าสนใจว่า นี่คือความตั้งใจของ 'John Galliano' ที่จะรื้อสร้างระบบฟาสต์แฟชั่นจากภายใน ด้วยงานศิลปะที่ยั่งยืน หรือแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงการนำ 'จิตวิญญาณของกูตูริเยร์' มาเป็นฉากหน้าเพื่อล้างภาพลักษณ์  และปั่นยอดขายสินค้าด่วน ราคาถูกให้ดูเลอค่าขึ้นเท่านั้น เมื่อแฟชั่นชั้นสูงที่เคยอยู่บนหอคอย ถูกหยิบมาวางขายบนแผงเดียวกับเสื้อผ้าโหล เราคงต้องรอดูว่า องก์ที่ 3ของ 'John Galliano 'จะสามารถเปลี่ยนขยะค้างสต็อก ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง หรือจะเป็นเพียงการที่ราชาแห่งกูตูร์ยอมสละมงกุฎ เพื่อแลกกับความมั่งคั่งในโลก ที่ความรวดเร็วสำคัญกว่าคุณค่าที่แท้จริง...

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ John Galliano ได้ที่ (VOGUE HISTORY | ย้อนโชว์กูตูร์ Dior ครั้งสุดท้ายของ John Galliano ก่อนสังเวยปมประเด็นร้อน)

ภาพ : Courtesy of Zara / Syndicated from Vogue Us