เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์

FASHION

แต่งตัวกับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์อย่างไรให้ดูพอดีตัวและมีสัดส่วน

เทคนิคเลือกทรงและจัดองค์ประกอบให้เสื้อโอเวอร์ไซซ์ดูลงตัวมากขึ้น

09 ตุลาคม 2569

        ‘เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์’ เป็นไอเท็มที่ช่วยให้ลุคดูสบายและมีความแฟชั่นขึ้นได้ง่าย แต่หากเลือกทรงหรือจับคู่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้รูปร่างดูใหญ่และขาดสัดส่วนได้เช่นกัน เคล็ดลับจึงไม่ได้อยู่ที่การลดความโอเวอร์ไซซ์ลง แต่คือการรู้จักบาลานซ์เสื้อกับไอเท็มชิ้นอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บชายเสื้อ เปิดช่วงคอ หรือเลือกท่อนล่างที่ช่วยสร้างความสมดุล เพื่อให้ได้ลุคที่ยังคงความหลวมแบบตั้งใจ แต่ดูพอดีตัวและมีสัดส่วนมากขึ้นในแบบที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ในบทความนี้ โว้กเปิด 6 ไอเดียแต่งตัวจับคู่กับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ที่สามารถหยิบไอเท็มในตู้เสื้อผ้ามามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่ยาก

 

Easy Shorts

เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์กับกางเกงขาสั้นเป็นคู่ที่เหมาะกับวันสบายๆ และช่วยสร้างความสมดุลให้เสื้อที่มีความหลวมได้เป็นอย่างดี เพราะการเผยช่วงขาจะช่วยให้ลุคดูเบาและไม่ถูกเสื้อคลุมจนมิดทั้งตัว สามารถเลือกเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นสำหรับลุคแคชชวลที่ดูเท่ขึ้น หรือถ้าอยากเพิ่มความเฟมินีน ลองเปลี่ยนเป็นกางเกงผ้าซาตินหรือลูกไม้ที่มีเนื้อสัมผัสพลิ้วๆ เพื่อสร้างคอนทราสต์กับเสื้อเชิ้ตทรงหลวม เหมาะทั้งสำหรับวันหยุด ไปคาเฟ่ หรือวันสบายๆ ที่ต้องการแต่งตัวแบบไม่เยอะ แต่ยังดูมีสไตล์

Midi Balance

สำหรับลุคที่ต้องการความเรียบร้อยขึ้นอีกนิด ลองจับคู่เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์กับกระโปรงมิดิ โดยเลือกกระโปรงที่มีทรงค่อนข้างพอดีตัวหรือทิ้งตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อช่วยสร้างเส้นสายให้ลุคไม่ดูหลวมจนเกินไป หากต้องการเน้นช่วงเอว สามารถเก็บชายเสื้อเข้าไปเพียงด้านหน้า หรือปลดกระดุมแล้วปล่อยชายเสื้อบางส่วนให้ดูสบายขึ้นก็ได้ ลุคนี้สามารถปรับใช้ได้ทั้งวันทำงานและวันหยุด เพียงเปลี่ยนรองเท้าและเครื่องประดับให้เหมาะกับโอกาส เช่น รองเท้าคัทชูหรือรองเท้าโลฟเฟอร์สำหรับวันทำงาน และรองเท้าแตะหรือสนีกเกอร์สำหรับวันสบายๆ

Oversized on Oversized

ใครที่ชอบการแต่งตัวแบบสบายๆ และต้องการเล่นกับสัดส่วน สามารถเลือกเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์คู่กับกางเกงทรงหลวมได้เช่นกัน โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ความโอเวอร์ไซซ์ดูตั้งใจมากกว่าดูเหมือนเลือกเสื้อผ้าที่ใหญ่เกินตัว ลองเลือกเสื้อและกางเกงที่มีโทนสีใกล้กันเพื่อสร้างเส้นต่อเนื่องให้ลุค หรือเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักต่างกันเพื่อเพิ่มมิติ เช่น เสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอนกับกางเกงเนื้อทิ้งตัว จากนั้นเติมรองเท้าหรือกระเป๋าที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อช่วยให้ภาพรวมดูเป็นระเบียบมากขึ้น เหมาะสำหรับวันที่ต้องการความสบายหรือคนที่ชอบสไตล์มินิมัล

Open Layer

เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ให้กลายเป็นเสื้อคลุมตัวเก่ง ด้วยการปลดกระดุมด้านหน้า แล้วเลเยอร์ทับเสื้อยืดหรือเสื้อสายเดี่ยวที่มีทรงพอดีตัว วิธีนี้ช่วยสร้างความต่างของสัดส่วนระหว่างเลเยอร์ด้านในกับเสื้อด้านนอก ทำให้แม้เสื้อเชิ้ตจะมีขนาดใหญ่ แต่ลุคยังคงเห็นเส้นสายของรูปร่างอยู่ ลองจับคู่กับกางเกงยีนส์ กางเกงขายาว หรือกระโปรงเรียบๆ แล้วเติมกระเป๋าและเครื่องประดับอีกเล็กน้อยก็พร้อมออกไปข้างนอกได้ เหมาะกับวันที่ต้องการแต่งตัวแบบ Layering หรือวันที่อากาศร้อน เพราะสามารถถอดเสื้อคลุมออกได้ง่ายระหว่างวัน

Slim Bottom

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ดูโดดเด่นขึ้น คือการจับคู่กับท่อนล่างที่มีทรงเล็กและพอดีตัว เช่น กางเกงเลกกิ้ง กางเกงสกินนี่ หรือกางเกงขาม้าที่ช่วงต้นขาค่อนข้างพอดีตัว ความแตกต่างระหว่างท่อนบนที่หลวมกับท่อนล่างที่กระชับจะช่วยสร้างบาลานซ์ให้รูปร่างและทำให้เสื้อเชิ้ตกลายเป็นพระเอกของลุคได้ชัดเจนขึ้น หากต้องการให้ดูเรียบและทันสมัย ลองเลือกเสื้อเชิ้ตสีพื้นกับกางเกงโทนเข้ม แล้วเพิ่มรองเท้าหรือกระเป๋าที่มีดีไซน์เรียบ เหมาะสำหรับทั้งวันสบายๆ และวันที่ต้องการลุคที่ดูเรียบร้อยแต่ยังมีความแฟชั่นอยู่

Under the Blazer

สำหรับวันทำงาน เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์สามารถนำมาใส่เป็นเลเยอร์ด้านในได้ โดยเลือกเบลเซอร์ แจ็กเก็ต หรือสูทที่มีโครงสร้างชัดเจนสวมทับ วิธีนี้ช่วยสร้างความเป็นทางการให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีความรีแล็กซ์มากขึ้น และทำให้ลุคดูมีมิติจากการซ้อนเลเยอร์ หากเสื้อเชิ้ตมีความยาวมาก ควรเลือกเบลเซอร์ที่มีความยาวและทรงเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดวอลุ่มมากเกินไปบริเวณลำตัว สามารถจับคู่กับกางเกงสแลคหรือกระโปรงมิดิ แล้วเติมรองเท้าโลฟเฟอร์หรือส้นสูงสำหรับลุคที่ดูเนี้ยบขึ้น เหมาะกับวันทำงาน ประชุม หรือวันที่ต้องการลุคสมาร์ตแคชชวลที่ยังคงความสบายไว้ได้

ภาพปก : Courtesy of H&M